ยกระดับความชิลล์ให้ชีวิต ด้วยเทคโนโลยีรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถมากขึ้น วันนี้เราจะพาทุกคนมาดู 5 ฟังค์ชันอำนวยความสะดวกขณะจอด ไม่ว่าคุณจะจอดเพื่ออะไร
เป็นโหมดพิเศษสำหรับการดูแลสัตว์เลี้ยง ในช่วงที่เจ้านายต้องลงจากรถไปทำธุระในระยะเวลาสั้นๆ และปล่อยให้น้องคอยอยู่ในรถ ฟังค์ชันนี้จะช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เหมาะสมตลอดเวลา แม้จะดับเครื่อง และลอครถแล้ว แต่ระบบจะปรับอุณหภูมิให้อยู่ในระดับปลอดภัย พร้อมแสดงข้อความบนหน้าจอรถ ว่า “สัตว์เลี้ยงอยู่ในรถ อุณหภูมิปลอดภัย เจ้าของจะกลับมาเร็วๆ นี้” เพื่อช่วยลดความกังวลของเรา และลดความเสี่ยงอันตรายจากความร้อนสะสมในรถ
ถึงแม้ PET MODE จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ก็ไม่ควรปล่อยสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในรถเป็นเวลานาน ควรใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ไม่เกิน 15-30 นาที ฟังค์ชัน PET MODE จะมีในรถไฟฟ้าแทบทุกบแรนด์ เช่น TESLA (เทสลา), JAECOO (เจคู), DEEPAL (ดีพอล), GAC AION (จีเอซี ไอออน), XPENG (เสี่ยวเผิง), GEELY (จีลี)
เอาใจสัตว์เลี้ยงไปแล้ว คราวนี้มาเอาใจเจ้าของรถกันบ้างกับอีกหนึ่งฟังค์ชันเด็ด ที่จะเปลี่ยนรถ EV คู่ใจของคุณให้กลายเป็นห้องนอนเคลื่อนที่ติดแอร์สุดฟิน ที่สามารถนอนหลับในรถแบบยาวๆ ได้เลย กับ CAMP MODE (หรือ REST MODE/UTILITY MODE/STAY MODE) ซึ่งจะทำหน้าที่รักษาระบบปรับอากาศ และอุณหภูมิ เมื่อคุณเปิดโหมดนี้
หลักการทำงาน ตัวรถจะจ่ายไฟจากแบทเตอรีลูกใหญ่ มาที่คอมเพรสเซอร์แอร์ไฟฟ้า และพัดลมโดยตรง ทำให้แอร์เย็นฉ่ำตลอดคืนโดยไม่ตัดการทำงาน รวมถึงจ่ายไฟให้อุปกรณ์ความบันเทิง และช่องเสียบหน้าจอกลางช่อง USB รวมถึงปลั๊กไฟ 12 โวลท์ สามารถชาร์จโทรศัพท์, เสียบพโรเจคเตอร์ดูหนัง หรือเปิดเพลงฟังได้สบาย
เมื่อคุณไม่อยากเข้าบ้าน และพร้อมที่จะนอนในรถยาวๆ สามารถอุ่นใจได้ด้วยระบบลอครถอัจฉริยะ ซึ่งประตูรถจะลอคได้จากภายใน เพื่อความปลอดภัยจากบุคคลภายนอก แถมยังหลับสบายแบบไม่มีอะไรมารบกวน เพราะรถจะปิดระบบสัญญาณกันขโมยภายในห้องโดยสาร ระบบจะตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้สัญญาณดังเวลาร่างกายคุณพลิกตัวไปมาขณะหลับ
การนอนในรถ EV ยาวๆ พร้อมการเปิด CAMP MODE กินแบทเตอรีน้อยกว่าที่คิดเยอะมาก โดยจะใช้พลังงานแบทเตอรีประมาณ 1-2 % ต่อชั่วโมง เท่านั้น (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศภายนอก) หมายความว่า ถ้านอนยาวๆ 8 ชั่วโมง แบทเตอรีจะลดลงไปประมาณ 8-15 % เท่านั้นเอง
แต่จะให้ดีต้องมั่นใจว่าแบทเตอรีเหลือก่อนนอนมากกว่า 40-50 % ขึ้นไป เพราะรถ EV ส่วนใหญ่ ฟังค์ชัน CAMP MODE ความเย็นจะตัดการทำงานอัตโนมัติทันทีหากแบทเตอรีลดลงมาเหลือ 20 % บแรนด์รถ EV ที่มี CAMP MODE เช่น TESLA, DEEPAL, BYD (บีวายดี), AION, GWM (กเรท วอลล์ มอเตอร์), MG (เอมจี), VOLVO (โวลโว)
อีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำหน้าที่เป็น "ยามเฝ้าระวังอุณหภูมิในรถ EV" โดยระบบจะช่วยจัดการอุณหภูมิภายในรถไม่ให้ร้อนจนเกินไป ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุ การมีตัวช่วยอย่างฟังค์ชัน CABIN OVERHEAT PROTECTION จะป้องกันไม่ให้ห้องโดยสารร้อนเกินไป (ป้องกันวัสดุเสียหาย) ซึ่งแอร์จะเปิดเองเบาๆ เมื่ออุณหภูมิในรถสูงเกินไป 40-45 องศา (ตามที่ตั้งไว้) ระบบนี้จะเริ่มทำงานเมื่อคนขับลงจากรถเพียง 15 นาที และจะทำงานยาวเป็นระยะเวลา 12 ชั่วโมง หรือจนกว่าแบทเตอรีลดลงถึง 20 % ระบบนี้จะอยู่ในรถ TESLA ทุกรุ่น เช่น MODEL 3 (โมเดล 3), MODEL Y (โมเดล วาย), MODEL S (โมเดล เอส), MODEL X (โมเดล เอกซ์)
เป็นโหมดจับโจร หรือระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะที่เปลี่ยนกล้องรอบคันของรถ EV ให้กลายเป็น "กล้องวงจรปิดแบบ 360 องศา" ที่คอยจับตาดูสิ่งผิดปกติรอบตัวรถตลอดเวลาขณะจอดรถ โดยระบบจะบันทึกภาพเคลื่อนไหวอัตโนมัติความละเอียดสูง และเซนเซอร์รอบตัวรถที่มีติดตั้งไว้อยู่แล้ว เมื่อมีคนเดินเข้ามาใกล้ หรือสัมผัสตัวรถ ระบบจะส่งข้อความเตือนผ่านหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่กลางจอแดชบอร์ดว่า “กำลังบันทึกภาพอยู่" หากผู้บุกรุกยังไม่หยุด และเริ่มเป็นภัยต่อรถ เช่น มีการงัดแงะ หรือทุบกระจก ระบบจะเปิดวิทยุเอง และเร่งเสียงดังสุด พร้อมส่งสัญญาณแจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชันไปยังสมาร์ทโฟนของเจ้าของรถเพื่อขอความช่วยเหลือทันที
SENTRY MODE จะประมวลผลวีดีโอจากกล้องของรถยนต์สูงสุดถึง 6 ตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้คอมพิวเตอร์ AUTOPILOT และกล้องต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการใช้พลังงานสูง เฉลี่ยแล้วโหมด SENTRY จะใช้พลังงานแบทเตอรีเทียบเท่ากับระยะทางที่รถวิ่งได้ประมาณ 1.6-3.2 กม./ชม. แต่ตัวเลขนี้อาจแตกต่างกันไปในรถแต่ละรุ่น ดังนั้น ควรเลือกใช้ในพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมดีกว่า
ฟังค์ชันนี้ถูกคิดค้น และทำให้โด่งดังโดย TESLA (ซึ่งคำว่า SENTRY แปลตรงตัวว่า ทหารยาม หรือยามรักษาการ) แต่ปัจจุบันบแรนด์รถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่เริ่มพัฒนาฟังค์ชันนี้มาใส่ในรถของตัวเองมากขึ้น โดยอาจใช้ชื่อต่างกันไป เช่น SENTINEL MODE, GUARDIAN MODE รถที่มีฟังค์ชันนี้ เช่น TESLA, DEEPAL, GWM
BIOWEAPON DEFENSE MODE ใช้ได้ทั้งตอนจอด และตอนขับ มาพร้อมชื่อไทยสุดเท่ว่า โหมดป้องกันอาวุธชีวภาพ หรือให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ระบบกรองอากาศ โดยระบบนี้ใช้ HEPA FILTER ประสิทธิภาพสูงที่สามารถกรองอากาศในห้องโดยสารได้ถึง 99.97 % สามารถขจัดควัน, แบคทีเรีย และละอองเกสรดอกไม้ หรือเอาไว้ระบายกลิ่นแบบเร่งด่วน รวมถึงในสถานการณ์รุนแรง หรือฉุกเฉิน ระบบนี้จะช่วยสร้างความดันที่ดี และปรับอากาศในห้องโดยสารเพื่อป้องกันมลพิษจากภายนอกไม่ให้เข้ามา จนเคยมีข่าวฮือฮาช่วงหนึ่งว่า เจ้าของรถ TESLA MODEL Y สามารถเอาตัวรอดจากควันไฟในเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่ PALISADE ใน LOS ANGELES, CALIFORNIA ปี 2018 ด้วยระบบ BIOWEAPON DEFENSE MODE
เรียกได้ว่าฟังค์ชันนี้ไม่ได้เป็นเพียงลูกเล่นของรถ EV แต่ถูกออกแบบมารับมืออากาศเสียในห้องโดยสาร เพิ่มความอุ่นใจ และสร้างความปลอดภัยให้เจ้าของรถได้ในยามคับขันตามเหตุการณ์ต่างๆ ปัจจุบันระบบนี้มีในรถ TESLA รุ่น CYBERTRUCK (ไซเบอร์ทแรค), MODEL X, MODEL S และ MODEL Y ส่วนรถ EV บแรนด์จีนยี่ห้ออื่นๆ จะหันไปใช้ระบบที่เรียกว่า ระบบกรอง PM2.5 อัจฉริยะ โดยมีเซนเซอร์วัดค่าฝุ่นในรถ ถ้ารู้ว่าอากาศแย่จะตัดเข้าโหมดหมุนเวียนอากาศภายในอัตโนมัติทันที

