ข่าวรอบโลก
“ไฟหน้าสว่างมากเกินไป” สาเหตุอุบัติเหตุที่ไม่มีในรายงานของตำรวจสหรัฐฯ

ข้อมูลอุบัติเหตุ ระหว่างปี 2558-2566 มีกรณีแสงจ้าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุในเวลากลางคืนเพียง 1-2 ครั้งจากการเกิดอุบัติเหตุ 1,000 ครั้ง และ IIHS สรุปว่า ไฟหน้ายิ่งสว่างยิ่งช่วยลดการสูญเสียชีวิต ส่วนการลดแสงสว่างเพื่อตัดความรำคาญกลับสร้างปัญหามากกว่า ซึ่งเป็นการสรุปที่ยากต่อการปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ถูกมองข้ามกำลังถูกรวบรวมจากข้อมูลอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นHighlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ผู้ขับรถยามค่ำคืนคงจำความรู้สึก เมื่อขับรถสวนกับรถเอสยูวีที่วิ่งขึ้นเนินมา สาดไฟหน้าสว่างจ้าจนมองไม่เห็นถนนข้างหน้า จนต้องหรี่ตา หรือหันหน้าไปทางอื่นแล้วขับต่อไป เรื่องเหล่านี้แทบไม่มีในรายงานอุบัติเหตุของ IIHS (Insurance Institute for Highway Safety) อย่างไรก็ตาม มีผู้ออกกฎหมายทั้งในสหรัฐฯ และแคนาดา ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น ทั้งผลักดันให้เพิ่มความเข้มงวดเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านความเข้มแสงไฟหน้ามากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีการร้องเรียนจากผู้ร่วมถนนมากขึ้น
ข้อมูลอุบัติเหตุจาก IIHS ในระหว่างปี 2558-2566 มีกรณีแสงจ้าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุในเวลากลางคืนเพียง 1-2 ครั้งจากการเกิดอุบัติเหตุ 1,000 ครั้ง และ IIHS สรุปว่า ไฟหน้ายิ่งสว่างยิ่งช่วยลดการสูญเสียชีวิต ส่วนการลดแสงสว่างเพื่อตัดความรำคาญกลับสร้างปัญหามากกว่า ซึ่งเป็นการสรุปที่ยากต่อการปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ถูกมองข้ามกำลังถูกรวบรวมจากข้อมูลอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
แสงจ้าสร้างผลกระทบอย่างรุนแรง แต่ไม่เคยถูกบันทึกเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุโดยตรง แสงจากไฟหน้าที่สว่างเกินไป ไม่ได้ลดประสิทธิภาพการมองเห็น แต่ทำให้เกิดความไม่สบายตา การเหนื่อยล้า และความรำคาญ จนสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนขับ ต้องหันหน้าหนีเพื่อให้ตายังสามารถมองทางข้างหน้าต่อไป เรื่องเหล่านี้ไม่เคยมีในรายงานอุบัติเหตุการชน แต่สร้างพฤติกรรมจนทำให้เกิดเหตุเกือบชนไม่น้อย
มีงานวิจัยพบว่า แสงสว่างจากไฟหน้ามีผลกระทบที่วัดได้ มีผลกับพฤติกรรมการขับขี่ ทั้งความเครียด การรบกวนจนทำให้เสียสมาธิ และเหนื่อยล้า จนต้องลดความเร็ว และเบนรถออกจากแนวเดิม ในสหราชอาณาจักรมีการทำวิจัยอย่างจริงจัง โดย RAC (ราชยานยนต์ในสหราชอาณาจักร) ร่วมกับวิทยาลัยจักษุแพทย์ และพบว่าเกือบ 20 % ของคนขับรถในเวลากลางคืน ยอมรับว่าไฟหน้าที่สว่างทำให้รู้สึกเหนื่อย และอ่อนล้าในการขับขี่มากขึ้น ส่วนอีก 16 % รายงานว่ามีการปวดศีรษะ เป็นไมเกรน หรือปวดตา แน่นอนอาการเหนื่อยล้า คือ สภาพที่คนขับรถจะต้องเจอ และเกือบทั้งหมดไม่เคยรายงานว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมาจากไฟหน้าของรถที่วิ่งสวนมา
นอกจากความเหนื่อยล้าแล้ว การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากแสงจ้าของไฟหน้าควรได้รับความสนใจมากกว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายงานอุบัติเหตุ RAC พบว่าคนขับรถจำนวนถึง 1 ใน 4 ที่เลิกขับรถ หรือขับรถน้อยลงในเวลากลางคืน เนื่องจากผลกระทบจากแสงไฟหน้าจ้าเกินไป และเพิ่มถึง 43 % ในคนขับรถที่อายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไป ซึ่งทำให้คนขับเกิดการสูญเสียสมาธิในการขับรถ
ด้านเทคนิค แสงจ้าไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ แต่การมองข้ามผลกระทบที่แท้จริงจากแสงจ้าที่เกิดกับคนขับรถจำนวนไม่น้อย ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุจนถึงคนขับรถที่เกิดความเหนื่อยล้ามากขึ้นจากการขับรถในเวลากลางคืน ซึ่งแสงจ้าจากไฟหน้ารถสามารถสร้างผลกระทบได้จริง
แม้ IIHS ยืนยันว่าไฟหน้าที่มีแสงสว่างช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยขึ้น การสนับสนุนให้รถมีไฟหน้าสว่างเกินไป กำลังทำให้คนขับรถต้องเปลี่ยนพฤติกรรมไป จึงขอยืนยันว่าสาเหตุของอุบัติเหตุยังมีมากกว่า สิ่งที่มีในรายงานของตำรวจ


