AD Formula
สัมผัส The Future Legacy ในโอกาส "140 Years of Innovation” ที่บูธ Mercedes-Benz ในมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ปีนี้ ทาง Mercedes-Benz ประเทศไทย ชวนสัมผัส The Future Legacy ในโอกาส "140 Years of Innovation" ร่วมเฉลิมฉลอง และสัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคตที่หลากหลายที่บูธ Mercedes-Benz (เมร์เซเดส-เบนซ์) โดยมีดีลพิเศษมาเซอร์พไรส์ทุกคนที่ร่วมเดินทางกับ Mercedes-Benz มานานกว่า 140 ปี โดยมีไฮไลท์ คือ ข้อเสนอพิเศษสำหรับรถ Mercedes-Benz ที่ 140 ปี จะมีเพียงครั้งเดียว ! พร้อมการประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ The All-New CLA 250+ electric รถยนต์ไฟฟ้า 100 % รุ่นแรกของปี 2569
รถไฮไลท์ ภายในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic รับสิทธิประโยชน์ทางการเงินมูลค่ามากกว่า 600,000 บาท*
Mercedes-Benz GLC 350 e AMG Dynamic รับสิทธิประโยชน์ทางการเงินมูลค่ามากกว่า 700,000 บาท*
Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic รับสิทธิประโยชน์ทางการเงินมูลค่ามากกว่า 700,000 บาท*
Mercedes-Benz S-Class รับส่วนลดสูงสุด 1,490,000 บาท*
ข้อเสนอพิเศษ สำหรับรถรุ่นอื่นๆ
พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ซึ่งครอบคลุมทั้งรุ่น C 350 e AMG Dynamic (Night Package) E 350 e AMG Dynamic และ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic กับส่วนลดสูงสุดถึง 590,000 บาท หรือเลือกรับแพคเกจฉลองครบรอบ 140 ปี* ซึ่งประกอบไปด้วย
EQS 450 SUV AMG Dynamic รับส่วนลดสูงสุด 1,000,000 บาท และ S 500 e AMG Premium รับส่วนลดสูงสุด 1,290,000 บาท ด้วยโปรแกรม Star of Month : E 350 e Exclusive ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10 % ผ่อนเพียง 36,500 บาท ต่อเดือน พร้อมรับประกันภัยชั้น 1 และ MBSP Easy Care นาน 3 ปี
ข้อเสนอพิเศษ 140 ปี ที่มีเพียงครั้งเดียว !
พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ซึ่งครอบคลุมทั้งรุ่น C 350 e AMG Dynamic (Night Package) E 350 e AMG Dynamic และ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic กับส่วนลดสูงสุดถึง 590,000 บาท หรือเลือกรับแพคเกจฉลองครบรอบ 140 ปี* ซึ่งประกอบไปด้วย
1 ปี...ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Mercedes-Benz Protection
4 ปี…ฟรี โปรแกรมขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Extra Guarantee)
0 %…ผ่อนได้นานสูงสุดถึง 72 เดือน*
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก : https://go.mercedes-benz.com/BIMS26-FB
คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ เราต้องการทำให้บูธ Mercedes-Benz เป็นจุดหมายปลายทางของทุกคนที่หลงใหลในโลกของยานยนต์ เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) นับตั้งแต่ คาร์ล เบนซ์ (Carl Benz) สร้างรถยนต์คันแรกของโลกในปี 2429 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ถูกวิวัฒนาการมาจนถึงปัจจุบัน และในปีนี้ Mercedes-Benz ได้เฉลิมฉลองผ่านการจัดกิจกรรมระดับโลกภายใต้ธีม “140 Years, 140 Places” ในการนำรถยนต์ระดับฟแลกชิพอย่าง
“The new S-Class” เดินทางไปยัง 140 สถานที่ทั่วโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ โดยมีระยะทางการเดินทางรวมกว่า 50,000 กิโลเมตร ครอบคลุม 6 ทวีป และจะเดินทางมายังประเทศไทยในเดือนพฤษภาคมนี้
นอกจากนี้ เรายังได้จับมือกับตัวแทนจำหน่ายฯ อย่าง บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด (TTC Motor) ในการเปิดตัว “Mercedes-Benz Classic Partner” แห่งแรกในทวีปเอเชีย ภายในปี 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ศูนย์กลาง และพแลทฟอร์มที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์คลาสสิคของ Mercedes-Benz มาช่วยตรวจสอบรถยนต์คลาสสิคทุกรุ่น และออกใบรับรองอย่างเป็นทางการให้แก่รถยนต์ที่ผ่านมาตรฐานรถยนต์คลาสสิคระดับโลกของ Mercedes-Benz ตอกย้ำถึงคุณค่าที่เหนือกาลเวลาของรถยนต์ Mercedes-Benz ที่สะท้อนผ่านรถยนต์ทุกคันที่เราสร้างขึ้น
และในวันนี้ Mercedes-Benz ประเทศไทย ไม่ได้เพียงย้อนถึงประวัติศาสตร์ของแบรนด์เท่านั้น แต่เรายังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เข้าสู่โลกยานยนต์แห่งอนาคต ด้วยการเปิดตัว The all-new electric CLA พร้อมประกาศราคาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประเทศไทย หลังการเปิดตัวแบบ World Premiere ในระดับโลก และการเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา”
Mercedes-Benz Classic Partner การันตีจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
ภายในงานยังมีรถคลาสสิคอย่าง Mercedes-Benz 230 SL (W113) ที่หาดูได้ยาก โดยเฉพาะสภาพ 100 % ที่เหมือนออกมาจากโชว์รูม โดยได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์คลาสสิคของ Mercedes-Benz มาช่วยตรวจสอบ รถคันนี้มีความพิเศษอย่างไร ไปดูกัน
1. เปิดตัวครั้งแรกที่งานเจนีวามอเตอร์โชว์ ปี 1963 เพื่อแทนที่รุ่น 190 SL และ 300 SL ในตำนาน
2. ออกแบบโดยรักษาสมดุลระหว่างความสปอร์ทแบบ Roadster และความสะดวกสบายในการใช้งานจริง
3. มีหลังคาให้เลือก 3 แบบ คือ หลังคาผ้าพับได้, หลังคาแข็งถอดได้ (Hardtop) และรุ่นคูเป
4. ดีไซจ์นหลังคาแข็ง ที่มีส่วนโค้งเว้าเข้าด้านใน ทำให้ได้รับฉายาว่า "Pagada" (หลังคาทรงเจดีย์)
5. เป็นรถสปอร์รุ่นแรกที่ให้ความสำคัญกับ "ความปลอดภัย" ด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย (Safety Body)
6. ภายในออกแบบให้ลดความบาดเจ็บ มีโซนรับแรงกระแทก (Crumple Zones) และแกนพวงมาลัยแบบยุบตัวได้
7. ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 2.3 ลิตร 150 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 200 กม./ชม.
8. มีตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 4 และ 5 จังหวะ รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในภายหลัง
9. ช่วงล่างปรับแต่งจากรุ่น 220 SE ให้หนึบขึ้น และเป็นรุ่นแรกที่หันมาใช้ยางเรเดียลเพื่อความปลอดภัย
10. ผลิตรวม 19,831 คัน ปัจจุบันกลายเป็นรถคลาสสิคหายากที่มีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของนักสะสม
The All-New CLA 250+ electric เปิดราคาแล้วที่ 2,290,000 บาท
ภายในงาน Mercedes-Benz ประเทศไทย ได้เปิดตัว The all-new electric CLA สู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศอย่าง “Mercedes-Benz CLA 250+ electric” ชูความโดดเด่นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ที่มีระยะทางวิ่งที่ไกลที่สุดในเซกเมนท์ Compact Car โดยติดตั้งแบทเตอรี 800V ขนาด 85 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP และมีประสิทธิภาพการชาร์จพลังงานที่รองรับ DC Charge สูงสุด 320 kW
โดยการชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ถึง 325 กิโลเมตร รวมถึงการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดอย่าง Mercedes-Benz Operating System (MB.OS) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผสานการทำงานของเทคโนโลยี AI ผ่านระบบ MBUX Virtual Assistance ที่สามารถรองรับการใช้งานแอพพลิเคชันระดับโลกมากมาย อาทิ ChatGPT, Gemini, Google Maps, Microsoft Bings, Microsoft Teams, Webex, Zoom ฯลฯ โดยติดตั้งสัญญาณอินเตอร์เนทแบบ 5G LTE ที่สามารถใช้งานด้วยความเร็วสูงสุดแบบไม่จำกัด เป็นระยะเวลาถึง 3 ปี ทำให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี และความบันเทิงได้อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับการเปิดตัว The all-new electric CLA ในครั้งนี้ Mercedes-Benz ยังได้ต่อยอดสู่การสร้าง CLA Community พแลทฟอร์มด้านไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ที่ครอบคลุมทั้งกิจกรรมด้านกีฬา ผ่านการจัดกิจกรรมแบบ City Run “The Urban Performance by The all-new electic CLA” และการแข่งขันกอล์ฟในรูปแบบทัวร์นาเมนท์อย่าง “MercedesTrophy” ที่มีการจัดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมถึงกิจกรรมอีกมากมาย ทั้งในด้านดนตรี สะท้อนผ่านโชว์ Highlight Performance ของศิลปิน “Rejizz” ที่มาเปิดตัวเพลงใหม่ครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
และการจับมือกับแบรนด์ BWB (BitchWithBrain) ที่มีผู้ร่วมก่อตั้งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “GoyNattyDream” ซึ่งประกอบไปด้วย ก้อย อรัชพร, นัตตี้ นันทนัท, และดรีม อภิชญา โดยนำเสนอ 2 ลิพสติค คอลเลคชันพิเศษในรุ่น BWB Friendly Matte Lip Cream สี Firecracker Red และ BWB Plumping Lip Glass สี Spotlight Taker
โดยในปีนี้ Mercedes-Benz ประเทศไทย ยังได้มีแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ในการติดตั้งสถานีชาร์จในพื้นที่ไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี รวมถึงการอัพเกรดสถานีชาร์จในโรงแรมที่เป็นพาร์ทเนอร์กว่า 12 แห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจ และความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ของ Mercedes-Benz
สิทธิพิเศษเพิ่มเติมจากพาร์ทเนอร์ในงานมอเตอร์โชว์
เดอะมอลล์ กรุ๊ป มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับ พร้อมประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับเวิร์ลด์คลาสส์ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยลูกค้าที่จองรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นที่กำหนด ในงานมอเตอร์โชว์ จะได้รับโอกาสในการเทียบเชิญให้เป็นสมาชิก Platinum M Card และ Platinum VIP The Mall Lifestore เพื่อเปิดประสบการณ์การชอพพิง และการใช้ชีวิตเหนือระดับในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป รวมถึงบริการ Exclusive Parking Space ณ The Mall Lifestore Bangkapi และ Exclusive Driving Experience Trip อีกมากมาย
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ
ลูกค้าที่สนใจรถยนต์ Mercedes-Benz สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือ โทร. 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

























