ธุรกิจ
Mercedes-Benz เผยยอดขายครึ่งปี ลดลง 6.5 %

Mercedes-Benz เผยยอดขายครึ่งปีแรก ลดลง 6.5 % เซกเมนท์ BEV ในไทยเติบโตกว่า 130 % ลุยพลิกโฉมประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยืดหยุ่นขึ้นด้วย Flex Mobility CampaignHighlight
Mercedes-Benz ประเทศไทย เผยผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 เติบโตของเซกเมนท์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % เติบโตกว่า 130 % สะท้อนความสำเร็จ ของ The All-New Electric CLA พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น Mobility Solutions Provider ผ่านการรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และบริการหลังการขายครั้งใหญ่
คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยอดขายรวม Mercedes-Benz ทั่วโลก ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 511,900 คัน โดยเซกเมนท์ที่โดดเด่นที่สุด คือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ที่มีอัตราเติบโตถึง 50 % ด้วยยอดขายกว่า 52,900 คัน คิดเป็นสัดส่วน 13 % จากยอดขายรวมของรถยนต์ในกลุ่ม Passenger Cars ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรุ่นที่เปิดตัวล่าสุดอย่าง The All-New Electric CLA และ GLC นอกจากนี้ ยังมีการเปิดรับจอง The All-New Electric C-Class ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
พร้อมประกาศเปิดตัว The All-New Electric GLA แบบ World Premiere ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ และสำหรับเซกเมนท์ Top-End Vehicle ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการเปิดตัว The New S-Class และ The New Mercedes-Maybach S-Class ในช่วงไตรมาสแรกของปี โดยมีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ช่วงปลายปีนี้
ในประเทศไทย Mercedes-Benz เผยผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีตัวเลขจดทะเบียนสะสม 3,557 คัน และยอดขายรวม 2,845 คัน ตอกย้ำกระแสความนิยมในเซกเมนท์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงถึง 130 % จากความสำเร็จของ The All-New Electric CLA ที่สร้างยอดขายกว่า 300 คัน ภายในระยะเวลา 2 เดือน และมียอดจองสะสมอีกกว่า 1,350 คัน โดยกำลังการผลิตของรุ่นดังกล่าวอยู่ที่ 100-200 คัน/เดือน ผ่านโรงงานผลิต และประกอบรถยนต์ของบริษัทในกลุ่มธนบุรี ซึ่งมีการร่วมมือกับบริษัท เพาเวอร์ เทค เอ็นเนอยีโซลูชั่น จำกัด ในการจัดหาแบทเตอรีแรงดันสูงสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ของ Mercedes-Benz โดยเฉพาะ ส่วนยอดขายรวมสะสมลงลง 6.5 %
นอกจากนี้ ในกลุ่ม Top-End Vehicle สำหรับแบรนด์ Mercedes-Maybach มีการเติบโตขึ้น 83 % และ G-Class เติบโตขึ้น 100 % โดยรถยนต์ในกลุ่มพลัก-อิน ไฮบริด มีอัตราการเติบโตทั้งเซกเมนท์อยู่ที่ 34 % และในส่วนของรถแวนมี 2 รุ่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นำโดย Sprinter ที่เติบโตขึ้น 83 % และ V-Class เติบโตขึ้น 14 % สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จภาพรวมในแต่ละเซกเมนท์ของ Mercedes-Benz ประเทศไทย
“จากตัวเลขผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของ Mercedes-Benz ทั้งในระดับโลก และในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าเรายังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้สถานการณ์ความท้าทายรอบด้านที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบันโดยเฉพาะการเติบโตในเซกเมนท์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแผนการขยาย Product Portfolio ของแบรนด์ อย่างในประเทศไทยที่มีโมเดลสำคัญอย่าง The All-New Electric CLA และในช่วงครึ่งปีหลัง เรายังมีโมเดลที่จะเข้ามาสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยอีกมากมาย ทั้งในเซกเมนท์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % และเซกเมนท์ Top-End Vehicle”
ผ่านการรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และบริการหลังการขายครั้งใหญ่ ภายใต้ “Flex Mobility Campaign” ที่มาพร้อมคอนเซพท์ “Flex to Fit You” กับประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz ที่มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น นำเสนอแพคเกจ Star Choice ที่ให้เลือกเสริมออพชันได้ทั้งแผนประกันภัยชั้น 1 “Star Protection” โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง “Star Care” และโปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ “Star Guarantee” โดยมีแพคเกจสูงสุดที่ครอบคลุมทั้ง 3 รายการ เพียง 6,000 บาท/เดือน ในขณะที่ลูกค้าสามารถประหยัดได้สูงสุดถึง 400,000 บาท* เมื่อเทียบกับการซื้อแพคเกจในราคาปกติ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า
ทั้งลูกค้าทั่วไป ลูกค้านิติบุคคล และลูกค้าองค์กรที่ซื้อรถยนต์แบบฟลีท (Fleet Sales) โดยเริ่มแคมเปญตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
Mercedes-Benz ประเทศไทย เปิดตัว “Flex Mobility Campaign” พร้อมการรีแบรนด์ในส่วนของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และการบริการหลังการขาย โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารให้อยู่ภายใต้แพคเกจ “Star Choice” ซึ่งจะประกอบไปด้วยแผนประกันภัยชั้น 1 “Star Protection” (จากเดิม MB Protection) โปรแกรมครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทาง “Star Care” (จากเดิม MBSP Easy Care) และโปรแกรมการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ “Star Guarantee” (จากเดิม MBSP Extra Guarantee)
ภายใต้แคมเปญ Flex ลูกค้าจะสามารถเลือกเสริมออพชันได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ แพคเกจแบบ 1 รายการ ราคา 3,000 บาท แพคเกจแบบ 2 รายการ ราคา 5,000 บาทไปจนถึง Full Package ที่จะครอบคลุมทั้งหมด 3 รายการ ตลอดระยะเวลาของสัญญา 3-5 ปี ในราคา 6,000 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวจะถูกนำไปรวมกับค่างวดเริ่มต้นของรถยนต์รุ่นที่ลูกค้าเลือก โดยในเฟสแรกจะมีรถยนต์ที่เข้าร่วมแคมเปญทั้งหมด 8 รุ่นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตามรายละเอียดดังนี้
• กลุ่มที่ 1: เงินชำระงวดแรก 500,000 บาท
-GLA 200 AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 27,000 บาท
-The All-New Electric CLA ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
-C 220 d AMG Line (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
-C 350 e AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 34,000 บาท
• กลุ่มที่ 2: เงินชำระงวดแรก 750,000 บาท
-E 220 d AMG Line ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
-E 350 e AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
-E 350 e Exclusive ผ่อนเริ่มต้น 30,500 บาท
-GLC 350 e 4Matic Coupe AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 40,000 บาท
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด


