ธุรกิจ
ข่าวเด่นรอบสัปดาห์/25 July 2026
ข่าวเด่นสัปดาห์นี้ พบกับการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์พรีเมียมใหม่ Lapas ที่มาประกาศราคารถยนต์รุ่นแรก พร้อมกับข่าวสารด้านยานยนต์ที่หลากหลายเช่นเคย พร้อมมาสร้างสรรค์ตลาดช่วงครึ่งปีหลังHighlight
Lepas L6 EV ราคาเริ่มต้น 769,000 บาท
Lepas (เลพาส) เผยโฉม L6 EV (แอล 6 อีวี) ประกาศรุกตลาดไทยเต็มรูปแบบในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเริ่มผลิตรถรุ่นแรกในไทย ตุลาคมนี้
จ้าย เสี่ยวปิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lepas ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของ Lepas ในการขยายสู่ตลาดโลก และเป็นประเทศแรกที่เราเลือกเปิดตัว Lepas L6 EV เพราะเราเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ รวมถึงผู้บริโภคชาวไทยที่เปิดรับนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงไม่ใช่เพียงการแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Lepas ในการสร้างแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก ที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีโดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ผสานระบบอัจฉริยะ นวัตกรรมด้านพลังงาน และการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เพื่อให้ทุกการเดินทางสะดวกสบาย ปลอดภัย และสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า เราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีที่สุด คือ เทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ Lepas L6 EV จะเริ่มผลิตในประเทศไทยในเดือนตุลาคม ซึ่งรุ่นแรกจะเป็น L6 EV รุ่น Comfort และจะเริ่มการส่งออกไปในปีหน้า
“กำลังการผลิตของ Chery Group ปัจจุบันจะอยู่ที่ 4,000 คัน/เดือน แต่หากเริ่มผลิต L6 กำลังการผลิตจะเพิ่มเป็น 8,000 คัน/เดือน ซึ่งการผลิตของ L6 จะใช้โลคอลคอนเทนท์อยู่ 45 %“
Lepas L6 EV จะมีจำหน่าย 2 รุ่น คือ รุ่น Comfort เริ่มต้นที่ 769,900บาท
รุ่น Premium เริ่มต้นที่ 829,900 บาท Special Offer 799,900 บาท*
*จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569
ขณะนี้มียอดจองรุ่น Premium แล้ว 1,600 คัน โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย Lepas L6 เดือนละ 1,000 คัน พร้อมกันนี้ เตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่เป็นรถยนต์ REEV ซึ่งถ้ามีเพิ่มอีก 1 รุ่น ตั้งเป้ามียอดขายเดือนละ 1,500 คัน
"จากประเทศไทย Lepas จะเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดสำคัญทั่วโลก ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และเครือข่ายบริการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าภายในปี 2030 ในการขยายการดำเนินงานมากกว่า 90 ประเทศ และภูมิภาคทั่วโลก มียอดจำหน่ายรถยนต์ 1 ล้านคัน/ปี พร้อมสร้างเครือข่าย โชว์รูม และศูนย์บริการกว่า 2,000 แห่ง เพื่อรองรับลูกค้าในทุกตลาด เป้าหมายเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Lepas ในการก้าวสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก พร้อมส่งมอบนวัตกรรม คุณภาพ และบริการระดับสากล เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับพันธมิตร และผู้บริโภคทั่วโลก“
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Lepas ในการขยายธุรกิจสู่ประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยประเทศไทยได้รับการวางให้เป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ ตลอดจนความพร้อมของผู้บริโภคที่เปิดรับเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ Lepas เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ในภูมิภาค และเป็นตลาดสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค
สำหรับ Lepas การเดินทางในอนาคตไม่ได้หมายถึงเพียงการพาผู้คนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่คือการยกระดับทุกช่วงเวลาระหว่างการเดินทางให้เป็นประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตน รสนิยม และคุณภาพชีวิต รถยนต์จึงได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าพาหนะ แต่เป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตที่ผสานความงดงาม เทคโนโลยี และความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด "Drive Your Elegance" ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการของแบรนด์ในทุกตลาดทั่วโลก
ในฐานะแบรนด์ยานยนต์พรีเมียมเอสยูวีระดับสากล Lepas มุ่งสร้างความแตกต่างผ่านแนวคิด Premium Mobility ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เทคโนโลยีอัจฉริยะ ประสบการณ์ผู้ใช้งาน และคุณภาพในทุกองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะ ความยั่งยืน และคุณค่าทางอารมณ์ของการเดินทาง ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหารถยนต์ซึ่งสะท้อนทั้งไลฟ์สไตล์ และตัวตน
ตูชาล หวัง ผู้อำนวยการบริหาร Lepas ประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดตัว Lepas อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ การเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ และผู้บริโภคที่เปิดรับเทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เราจึงไม่ได้เข้ามาเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้างแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ผสานการออกแบบ เทคโนโลยี และคุณภาพเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ตูชาล หวัง กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิด "Drive Your Elegance" ไม่ได้สะท้อนเพียงปรัชญาการออกแบบของ Lepas แต่ยังเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ เรามุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นผ่านเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย การบริการหลังการขาย และประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อให้ Lepas เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนในประเทศไทย
จิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย Lepas ประเทศไทย กล่าวว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค คือ หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของ Lepas ในประเทศไทย นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเทคโนโลยีระดับโลกแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย และศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกช่วงของการเป็นเจ้าของรถ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การส่งมอบรถ ไปจนถึงการบริการหลังการขาย
"ภายในปี 2569 Lepas มีแผนขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครอบคลุม 50 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบบริการหลังการขาย การบริหารจัดการอะไหล่ และการฝึกอบรมบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของแบรนด์ และสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าชาวไทยในระยะยาว"
ในระยะต่อไป Lepas จะเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านกิจกรรมทางการตลาด การสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค และความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศไทย ควบคู่กับการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ และก้าวสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ยานยนต์พรีเมียมเอสยูวี ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย
นอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี Lepas ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค ผ่านการทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค Lepas พร้อมเดินหน้าปรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ การสื่อสารแบรนด์ และการบริการ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์
........................................................................................................................................
Mercedes-Benz เผยยอดขายครึ่งปี ลดลง 6.5 %
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)ฯ เผยผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ของเซกเมนท์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % เติบโตกว่า 130 % สะท้อนความสำเร็จของ The All-New Electric CLA (ซีแอลเอ อีเลคทริค) ใหม่ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น Mobility Solutions Provider ผ่านการรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และบริการหลังการขายครั้งใหญ่
คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยอดขายรวม Mercedes-Benz (เมร์เซเดส-เบนซ์) ทั่วโลก ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 511,900 คัน โดยเซกเมนท์ที่โดดเด่นที่สุด คือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ที่มีอัตราเติบโตถึง 50 % ด้วยยอดขายกว่า 52,900 คัน คิดเป็นสัดส่วน 13 % จากยอดขายรวมของรถยนต์ในกลุ่ม Passenger Cars ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรุ่นที่เปิดตัวล่าสุดอย่าง The All-New Electric CLA และ GLC (จีแอลซี) นอกจากนี้ ยังมีการเปิดรับจอง The All-New Electric C-Class (ซี-คลาสส์ อีเลคทริค) ใหม่ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
พร้อมประกาศเปิดตัว The All-New Electric GLA (จีแอลเอ อีเลคทริค) ใหม่ แบบ World Premiere ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ และสำหรับเซกเมนท์ Top-End Vehicle ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการเปิดตัว The New S-Class (เอส-คลาสส์) ใหม่ และ The New Mercedes-Maybach S-Class (เมร์เซเดส-มายบัค เอส-คลาสส์) ใหม่ ในช่วงไตรมาสแรกของปี โดยมีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ช่วงปลายปีนี้
ในประเทศไทย Mercedes-Benz เผยผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีตัวเลขจดทะเบียนสะสม 3,557 คัน และยอดขายรวม 2,845 คัน ตอกย้ำกระแสความนิยมในเซกเมนท์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงถึง 130 % จากความสำเร็จของ The All-New Electric CLA ที่สร้างยอดขายกว่า 300 คัน ภายในระยะเวลา 2 เดือน และมียอดจองสะสมอีกกว่า 1,350 คัน โดยกำลังการผลิตของรุ่นดังกล่าวอยู่ที่ 100-200 คัน/เดือน ผ่านโรงงานผลิต และประกอบรถยนต์ของบริษัทในกลุ่มธนบุรี ซึ่งมีการร่วมมือกับบริษัท เพาเวอร์ เทค เอ็นเนอยีโซลูชั่น จำกัด ในการจัดหาแบทเตอรีแรงดันสูงสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ของ Mercedes-Benz โดยเฉพาะ ส่วนยอดขายรวมสะสมลดลง 6.5 %
นอกจากนี้ ในกลุ่ม Top-End Vehicle สำหรับแบรนด์ Mercedes-Maybach มีการเติบโตขึ้น 83 % และ G-Class เติบโตขึ้น 100 % โดยรถยนต์ในกลุ่มพลัก-อิน ไฮบริด มีอัตราการเติบโตทั้งเซกเมนท์อยู่ที่ 34 % และในส่วนของรถแวนมี 2 รุ่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นำโดย Sprinter (สปรินเตอร์) ที่เติบโตขึ้น 83 % และ V-Class (วี-คลาสส์) เติบโตขึ้น 14 % สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จภาพรวมในแต่ละเซกเมนท์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)ฯ
“จากตัวเลขผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของ Mercedes-Benz ทั้งในระดับโลก และในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าเรายังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้สถานการณ์ความท้าทายรอบด้านที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเติบโตในเซกเมนท์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแผนการขยาย Product Portfolio ของแบรนด์ อย่างในประเทศไทยที่มีโมเดลสำคัญอย่าง The All-New Electric CLA และในช่วงครึ่งปีหลัง เรายังมีโมเดลที่จะเข้ามาสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยอีกมากมาย ทั้งในเซกเมนท์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % และเซกเมนท์ Top-End Vehicle”
พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น Mobility Solutions Provider
ผ่านการรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และบริการหลังการขายครั้งใหญ่ ภายใต้ “Flex Mobility Campaign” ที่มาพร้อมคอนเซพท์ “Flex to Fit You” กับประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz ที่มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น นำเสนอแพคเกจ Star Choice ที่ให้เลือกเสริมออพชันได้ทั้งแผนประกันภัยชั้น 1 “Star Protection” โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง “Star Care” และโปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ “Star Guarantee” โดยมีแพคเกจสูงสุดที่ครอบคลุมทั้ง 3 รายการ เพียง 6,000 บาท/เดือน ในขณะที่ลูกค้าสามารถประหยัดได้สูงสุดถึง 400,000 บาท* เมื่อเทียบกับการซื้อแพคเกจในราคาปกติ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า
ทั้งลูกค้าทั่วไป ลูกค้านิติบุคคล และลูกค้าองค์กรที่ซื้อรถยนต์แบบฟลีท (Fleet Sales) โดยเริ่มแคมเปญตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
Flex Mobility Campaign ประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ยืดหยุ่นได้ตามสไตล์คุณ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)ฯ เปิดตัว “Flex Mobility Campaign” พร้อมการรีแบรนด์ในส่วนของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และการบริการหลังการขาย โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารให้อยู่ภายใต้แพคเกจ “Star Choice” ซึ่งจะประกอบไปด้วยแผนประกันภัยชั้น 1 “Star Protection” (จากเดิม MB Protection) โปรแกรมครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทาง “Star Care” (จากเดิม MBSP Easy Care) และโปรแกรมการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ “Star Guarantee” (จากเดิม MBSP Extra Guarantee)
ภายใต้แคมเปญ Flex ลูกค้าจะสามารถเลือกเสริมออพชันได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ แพคเกจแบบ 1 รายการ ราคา 3,000 บาท แพคเกจแบบ 2 รายการ ราคา 5,000 บาท ไปจนถึง Full Package ที่จะครอบคลุมทั้งหมด 3 รายการ ตลอดระยะเวลาของสัญญา 3-5 ปี ในราคา 6,000 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวจะถูกนำไปรวมกับค่างวดเริ่มต้นของรถยนต์รุ่นที่ลูกค้าเลือก โดยในเฟสแรกจะมีรถยนต์ที่เข้าร่วมแคมเปญทั้งหมด 8 รุ่น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตามรายละเอียดดังนี้
• กลุ่มที่ 1 : เงินชำระงวดแรก 500,000 บาท
- GLA 200 AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 27,000 บาท
- The All-New Electric CLA ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
- C 220 d AMG Line (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
- C 350 e AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 34,000 บาท
• กลุ่มที่ 2 : เงินชำระงวดแรก 750,000 บาท
- E 220 d AMG Line ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
- E 350 e AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
- E 350 e Exclusive ผ่อนเริ่มต้น 30,500 บาท
- GLC 350 e 4Matic Coupe AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 40,000 บาท
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด
.....................................................................................................................
Hyundai ปล่อยหมัดเด็ด รถดีเซล 11 ที่นั่ง
ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)ฯ แนะนำ Hyundai Staria Diesel (ฮันเด สตารีอา ดีเซล) รุ่นย่อย Premium (Euro 5) นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ราคา 1,999,000 บาท ลดลงจากรุ่นนำเข้าจากเกาหลีใต้ถึง 400,000 บาท แต่ยังคงอุปกรณ์ และสมรรถนะระดับพรีเมียมครบถ้วนความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น พร้อมอุปกรณ์ระดับพรีเมียมครบครัน
แม้จะมาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น แต่ Hyundai Staria Diesel รุ่นย่อย Premium (Euro 5) ยังคงอุปกรณ์สำคัญที่เป็นจุดเด่นของรุ่น Premium ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นหลังคาซันรูฟควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า 2 บาน ช่วยเพิ่มความโปร่งสบายให้แก่ห้องโดยสาร บันไดข้างไฟฟ้า Power Side Step ที่อำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลงรถสำหรับผู้โดยสารทุกวัย รวมถึงประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ด้าน และประตูท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบช่วยขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัย SmartSense เพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย
ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมบรรยากาศเหนือระดับ
Hyundai Staria Diesel รุ่นย่อย Premium (Euro 5) โดดเด่นด้วยการออกแบบที่สะท้อนความเป็น Premium MPV ผ่านไฟหน้า LED แบบพโรเจคเตอร์ ไฟท้าย Parametric Pixel LED กระจังหน้าโครเมียม และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ขณะที่ห้องโดยสารรองรับผู้โดยสารได้ถึง 11 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง รองรับการจัดวางเบาะได้อย่างยืดหยุ่นตามรูปแบบการใช้งาน
ภายในเลือกใช้เบาะหนังแท้ และไฟ Ambient Mood Lighting เสริมบรรยากาศหรูหรา เบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบดันหลัง 12 ทิศทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกส่วนหน้า และหลัง ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย และระบบเครื่องเสียง Bose พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย และผ่อนคลายตลอดเส้นทาง
สมรรถนะทรงพลัง พร้อมเทคโนโลยีเพื่อทุกการเดินทาง
Hyundai Staria Diesel (Euro 5) ทั้งรุ่น Premium และ Elite Plus รองรับน้ำมันดีเซล B20 และผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 431 นิวทันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift มอบทั้งพละกำลัง ความนุ่มนวล และประสิทธิภาพในการเดินทางทั้งในเมือง และระยะไกล พร้อมด้วยระบบเปลี่ยนเกียร์แบบปุ่มกด Shift-by-Wire เบรคมือไฟฟ้า และระบบ Auto Hold ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ พร้อมออกแบบพื้นที่คอนโซลหน้าให้ใช้งานได้อย่างเป็นระเบียบ และตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น
Hyundai SmartSense มาตรฐานความปลอดภัยที่ให้ความมั่นใจในทุกเส้นทาง
Hyundai Staria Diesel (Euro 5) ทั้งรุ่น Premium และ Elite Plus ติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ Hyundai SmartSense เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ครอบคลุมระบบ Smart Cruise Control, Forward Collision-avoidance Assist, Lane Keeping Assist, Lane Following Assist, Blind-spot Collision Warning, Blind-spot View Monitor, Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist และ Safe Exit Assist เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง
อีกหนึ่งทางเลือกของ MPV ระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้มากขึ้น
สำหรับลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่า Hyundai Staria Diesel (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ยังมีรุ่นย่อย Elite Plus ราคา 1,899,000 บาท พร้อมอุปกรณ์สำคัญสำหรับการใช้งานครบครัน ทั้งประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ด้าน ประตูท้ายไฟฟ้า หน้าจอแสดงผลดิจิทอลขนาด 10.25 นิ้ว กล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบปุ่มกด และแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในครอบครัว และเชิงธุรกิจ
Hyundai Staria Diesel (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Jet Black, Snowflake White Pearl และ Meteor Grey พร้อมห้องโดยสารโทนสีดำ และมาพร้อมสิทธิประโยชน์ภายใต้โปรแกรม myHyundaiCare ทั้งประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. 1 ปี การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อสร้างความมั่นใจตลอดการเป็นเจ้าของ พร้อมเปิดให้ลูกค้าสัมผัส และทดลองขับแล้ววันนี้ ที่โชว์รูม Hyundai ทั่วประเทศ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ของ MPV ระดับพรีเมียมที่มอบทั้งความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความคุ้มค่าที่มากขึ้นในทุกมิติ
หมายเหตุ:
(1) เงื่อนไขการรับประกัน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทฯ โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดจำหน่าย
.....................................................................................................................
Mitsubishi เปิดตัว Boxset “Xforce HEV x Jirayu Koo”
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองความสำเร็จ Mitsubishi Xforce HEV กวาดยอดขายสะสมกว่า 12,000 คันทั่วประเทศ แทกทีม “Jirayu Koo” ศิลปินนักวาดภาพประกอบชาวไทยชื่อดัง เปิดตัว Boxset สุดเอกซ์คลูซีฟ “Xforce HEV x Jirayu Koo” ไลฟ์สไตล์ไอเทมที่จะมาอัพเลเวลความจอยให้ทุกการเดินทาง สะท้อนแนวคิด “Xperience the Force, Xperience the Joy” ปลุกพลังความเป็นไลฟ์สเตอร์ให้ทุกคนออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแบบของตัวเองได้ทุกวัน
Mitsubishi e:Motion 3 เทคโนโลยีล้ำสมัย
Mitsubishi Xforce HEV ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะรถยนต์คอมแพคท์เอสยูวีฟูลล์ไฮบริด ที่หลอมรวมสมรรถนะ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด Mitsubishi e:Motion ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สนุก มั่นใจ และทรงพลัง ด้วย 3 เทคโนโลยีล้ำสมัย ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลล์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อน และสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control-AYC) ผสานกับช่วงล่าง และระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะกับสภาพถนนในประเทศไทย ผ่านการทดสอบจริงบนถนนทั่วประเทศ รวมระยะทางกว่า 100,000 กม. ตลอดจนดีไซจ์นภายนอก และภายในที่โดดเด่นสะกดทุกสายตา และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา ที่ให้ความอุ่นใจในทุกโมเมนท์ของการเดินทาง
Boxset “Xforce HEV x Jirayu Koo”
เกิดจากไอเดียการร่วมมือกับ Jirayu Koo หรือจิรายุ คูอมรพัฒนะ โดยนำจุดเด่นของ Mitsubishi Xforce HEV มาถ่ายทอดผ่านมุมมองใหม่ที่เชื่อมโยงรถยนต์เข้ากับไลฟ์สไตล์ในทุกวัน ผ่านลายเส้นรูปทรงกลมมน และคัลเลอร์บลอคสีสันจัดจ้านอันเป็นลายเซ็นของศิลปิน รังสรรค์เป็น Boxset Item ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นหมอนผ้าห่ม กระบอกน้ำเก็บความเย็น และกระเป๋าผ้า ในโทนสีสดใส และมีชีวิตชีวา สลัดลุคทุกทริพให้สนุกขึ้นกว่าที่เคย
ยิ่งไปกว่านั้น อีกหนึ่งความพิเศษของ Boxset นี้ คือ การนำเสนอตัวตนของสองพรีเซนเตอร์อย่าง “แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช” และ “ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล” ที่ถูกหยิบเอาเสน่ห์ ความสดใส และพลังบวกของทั้งคู่ มาตีความเป็นคาแรคเตอร์ในสไตล์ของ Jirayu Koo พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ก้าวออกไปเอนจอยกับทุกจังหวะของชีวิต ในฉบับของไลฟ์สเตอร์ที่นิยามความสุขด้วยตัวเอง
ลูกค้า Mitsubishi Xforce HEV ที่จอง และรับรถยนต์ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2569 และลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชัน M-Drive ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2569 รับฟรี ! Boxset “Xforce HEV x Jirayu Koo” มูลค่า 1,470 บาท*
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯ มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ด้วยความเชื่อที่ว่า “ทุกประสบการณ์ คือ จุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ” เช่นเดียวกับ Mitsubishi Xforce HEV ที่พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางในการออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ เติมเต็มทั้งความสนุก และความประทับใจตลอดการเดินทาง
*เงื่อนไข และรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
.....................................................................................................................
Xpeng ประกาศรุกตลาดเต็มสูบ
Xpeng ประเทศไทย ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า Xpeng (เสี่ยวเผิง) อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-Asia พร้อมรุกตลาดเต็มสูบ เดินหน้าการส่งสินค้ารวดเร็วขึ้น แนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมขยายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการเพิ่มอีก 10 แห่ง และคลังอะไหล่ ร่วมศูนย์บริการรถยนต์ที่ผ่านการตรวจสอบให้บริการลูกค้าในต่างจังหวัด
อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Xpeng ประเทศไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่ Xpeng เข้ามาทำตลาดตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปัจจุบัน มีลูกค้าให้ความไว้ไว้วางใจกว่า 7,000 คน
สำหรับยอดขาย 6 เดือนที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยมียอดขายเท่ากับปีที่แล้ว คือ 3,700 คัน โดยบริษัทฯ หวังว่ายอดขายจะไปถึง 10,000 คัน ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีรถยนต์จำหน่าย 2 รุ่น คือ X9 และ G6 และปีนี้จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีก 1 รุ่น
ส่วนแผนการขยายโชว์รูม และศูนย์บริการ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 20 แห่ง ตั้งเป้าปีนี้จะเพิ่มเป็น 30 แห่ง โดยพื้นที่ที่จะขยายเพิ่มเติมจะเป็นที่ เชียงราย, พิษณุโลก, อุดรธานี, ลพบุรี, นครราชสีมา, ชลบุรี, ระยอง และหาดใหญ่ จ.สงขลา ในกรุงเทพฯ คือ เพชรเกษม และพระราม 2 รวมถึงที่หาดใหญ่ ซึ่งจะพยายามผลักดันให้ได้ 30 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้
วิวัฒน์ กิจเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย เผยว่า Xpeng พร้อมวางรากฐานระบบบริการหลังการขาย เพื่อยกระดับมาตรฐานให้เป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศ และรองรับการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ใส่ใจบริการหลังการขาย ควบคู่กับสมรรถนะ และเทคโนโลยี
PDI Center
การส่งมอบรถยนต์แก่ลูกค้า Xpeng JWD ดูแลกระบวนการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ (Pre-Delivery Inspection) โดยรถทุกคันต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้า แบทเตอรี ซอฟท์แวร์ ระบบช่วยขับ (ADAS) ระบบชาร์จ ตลอดจนคุณภาพตัวรถทั้งภายนอก และภายใน เพื่อให้ลูกค้าได้รับรถที่มีความพร้อมสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก
การตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ PDI จากเดิมที่ใช้โชว์รูม Xpeng รามคำแหง ปัจจุบันให้ บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิวสติกส์ จำกัด (มหาชน) JWD แหลมฉบัง เข้ามาดูเเลตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งการจัดเก็บ ยาร์ด และงาน ตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ และ PDI ด้วยศักยภาพ ที่รองรับได้ 200 คัน/วัน และมีพื้นที่จอด 1,000 คัน พร้อมลดเวลาของการส่งมอบจาก 2 อาทิตย์ เหลือ 1 อาทิตย์
Parts Warehouse
Xpeng ร่วมกับ บริษัท ทีวีเอส เอสซีเอส โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ขยายคลังอะไหล่ เพื่อสนับสนนุ และเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า Xpeng ลงทุนขยายพื้นที่คลังอะไหล่กว่า 3 เท่า จาก 1,000 ตรม. เป็น 3,000 ตรม. พร้อมเพิ่มจำนวน SKU (รหัสสินค้าที่แต่ละบริษัทกำหนดขึ้น เพื่อใช้ในการบริหารจัดการสินค้า และสตอคโดยสินค้าที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน เช่น รุ่น สี หรือขนาด จะมี SKU คนละรหัส) จากประมาณ 2,000 รายการ เป็นมากกว่า 6,000 รายการ เป้าหมายไม่ใช่เพียงเก็บอะไหล่ให้มากขึ้น แต่คือการลดระยะเวลาการซ่อม และทำให้ลูกค้ากลับมาใช้รถได้เร็วที่สุด
Body & Paint Center
เพื่อรองรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ที่ผ่านมา มีศูนย์ซ่อมสี อยู่ที่รามคำแหงสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ครบครันด้วยเครื่องมือเฉพาะ พื้นที่ปฏิบัติงานที่รองรับระบบแบทเตอรีแรงดันสูง และทีมช่างที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน Xpeng โดยทุกขั้นตอนดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกับผู้ผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งด้านคุณภาพ และความปลอดภัย โดยสาขารามคำแหงสามารถรองรับการบริการได้ 200-250 คัน/เดือน 2 ห้องพ่นสี ล่าสุด Xpeng ประเทศไทย ร่วมกับ MMS Body & Paint พัฒนาศูนย์ซ่อมสี และตัวถัง สาขาราชพฤกษ์ รองรับการให้บริการได้ 100-120 คัน/วัน 1 ห้องพ่นสี และสามารถที่จะขยายห้องพ่นสีเพิ่มเติมอีกได้ และจะขยายเพิ่มอีกในเขตสี่มุมเมืองในอนาคต โดยในอนาคตมีแผนที่จะขยายไปยังต่างจังหวัด ซึ่ง Xpeng จะหาพันธมิตรร่วมในการให้บริการศูนย์ซ่อมสี และตัวถังให้ได้มาตรฐานของ Xpeng เพื่อรองรับในพื้นที่ต่างจังหวัด
Technical/Training
Xpeng แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และนวัตกรรม หนึ่งในหัวใจสำคัญของการบริการ คือ เรื่อง "บุคลากร" โดยมุ่งพัฒนาทักษะของช่างเทคนิค ที่ปรึกษางานบริการ เจ้าหน้าที่อะไหล่ และทีมสนับสนุน ผ่านการอบรมร่วมกับ Xpeng Global และ Master Auyomotive Training (MAT) ภายใต้ MGC-Asia เพื่อให้สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่การอัพเดทซอฟท์แวร์ และมาตรฐานงานซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Warranty System
ให้ความสำคัญกับระบบรับประกันที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมทีมงานที่ให้คำปรึกษา และดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกขั้นตอนของการบริการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการใช้รถ
Mobilife: Beyond Ownership
มุ่งสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่มากกว่าการขับ ผ่านโปรแกรมสมาชิก MGC-Mobilife ซึ่งเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ การสะสมคะแนนกิจกรรมพิเศษ และสิทธิประโยชน์ภายใน ระบบนิเวศของ MGC-Asia เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
.....................................................................................................................
MG รุกการบริการปล่อยหนังสั้นแนวรัก Romantic
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย ตอบรับกระแสซีรีส์ตอนสั้น ปล่อยหนังสั้นแนวรัก Romantic ถ่ายทอดเรื่องราวการบริการของ MG Smile ที่มุ่งเน้นสร้าง “รอยยิ้ม” ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์ที่ดีอย่างความเข้าใจผู้ใช้งาน และเข้าถึงในทุกสถานการณ์ พร้อมยกระดับการบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มช่องทางติดต่อ MG Smile Contact Centre ผ่านแอพพลิเคชัน Line ที่จะทำให้ทุกเรื่องราวของลูกค้าได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว และตรงจุด
ธนพง พงศ์พานิช ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารแบรนด์ และกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า MG นำอินไซท์ความนิยมซีรีส์ตอนสั้น ต่อยอดสู่การสื่อสารเพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภค กับผลงานมีนีซีรีส์แนวรัก Romantic สุดน่ารัก เรื่องราวของหญิงสาว 3 คน ที่ต่างตกหลุมรักผู้ชายคนเดียวกัน จากการได้รับความช่วยเหลือในช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวันที่ลื่นเสียหลัก ต้องการคนคอยเทคแคร์ วันที่รถเกิดยางรั่วระหว่างเดินทางกลับบ้านยามค่ำคืนที่น่ากลัว หรือวันที่ต้องเจอกับความเศร้าจากสถานการณ์ต่างๆ แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และเหตุการณ์คับขันอย่างไร จะมีชายหนุ่มคอยอยู่เคียงข้างเสมอ
ก่อนเฉลยในตอนท้ายว่าชายหนุ่มคนนี้ คือ ภาพสะท้อนของ MG Smile ที่พร้อมสร้างรอยยิ้ม และมอบความประทับใจผ่านงานบริการที่เป็นเลิศตลอดระยะเวลาการครอบครองรถ จากการสื่อสารดังกล่าว แคมเปญ MG Smile สามารถถ่ายทอดแนวคิด และประสบการณ์การบริการได้อย่างเป็นธรรมชาติ และทรงพลัง ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารในรูปแบบ Branded Entertainment ที่สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยสามารถสร้างยอดชมรวมกว่า 20 ล้านวิว เข้าถึงผู้ชมกว่า 3.4 ล้านคน และมียอด Engagement สูงกว่า 22,000 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจ และการติดตามเนื้อหาของผู้ชมอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จดังกล่าวยืนยันว่า MG สามารถสร้างทั้งการรับรู้ และความผูกพันกับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนับเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นของการสื่อสารแบรนด์ในปีนี้
MG Smile ถูกยกให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรของ MG ที่ทุกภาคส่วนต่างมีส่วนเกี่ยวข้องในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่การต้อนรับในโชว์รูม การให้คำแนะนำ การทดลองขับ การส่งมอบรถ การดูแลตลอดอายุการใช้งาน ตลอดจนการบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. โดยติดต่อผ่าน MG Call Centre โทรฟรี 1267 ล่าสุด MG เพิ่มช่องทางติดต่อผ่าน Line แอพพลิเคชัน MG Smile Contact Centre ที่พร้อมรับฟังทุกเรื่องราวจากผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามข้อมูล แจ้งปัญหาการใช้งานรถยนต์ รวมถึงการประสานงานด้านบริการ เพื่อให้ทุกเรื่องได้รับการติดตามอย่างรวดเร็ว และตรงจุด เพียงเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line โดยแอด Line ID @mg1267 ให้บริการตั้งแต่เวลา 08:00-22:00 น. เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมการสื่อสารของผู้บริโภคยุคใหม่
“MG เชื่อว่าการเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน อาจไม่ใช่เพียงความก้าวล้ำของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานได้รับในทุกช่วงเวลา ตั้งแต่เริ่มสัมผัสแบรนด์ ไปจนถึงเวลาที่ครอบครองรถ โดย MG Smile คือ คำมั่นสัญญาที่จะมอบ "รอยยิ้ม" บ่งบอกถึงความรู้สึกที่ดีของการรับบริการในทุกกิจกรรมที่แบรนด์มอบให้ เป็นทั้งตัววัดความสำเร็จ และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเชื่อมั่น ตลอดจนความไว้วางใจที่มีต่อแบรนด์"
.....................................................................................................................
Triumph เปิดไลน์อัพ 900 Series
ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะไรเดอร์ยุคใหม่ ที่มีรถจักรยานยนต์เป็นเอกลักษณ์บ่งบอกตั้งแต่คาแรคเตอร์การแต่งตัว สถานที่ที่เลือกไป จนถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่บางวันอาจเป็นการเดินทางในจังหวะเร่งรีบในเมือง หรือบางวันกับการออกทริพพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ และบางครั้งก็เป็นการออกเดินทางไกลเพื่อค้นพบประสบการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน
โดยความหลากหลายนี้ คือ หนึ่งในแนวคิดเบื้องหลังของการพัฒนารถจักรยานยนต์ Triumph หนึ่งในนั้น คือ Triumph 900 Series (ทไรอัมฟ์ 900 ซีรีส์) ไลน์อัพรถจักรยานยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษที่ไม่ได้มีเพียงสมรรถนะเป็นจุดรวม แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ไรเดอร์เลือกคาแรคเตอร์ที่ตรงกับตัวเอง ผ่านรถรุ่นยอดนิยม อาทิ Scrambler 900 (สแกรมบเลอร์ 900), Speed Twin 900 (สปีด ทวิน 900), Bonneville T100 (บอนเนวิลล์ ที 100) และ Tiger 900 (ไทเกอร์ 900) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่สไตล์คนเมืองยุคใหม่ คนที่ชื่นชอบเสน่ห์โมเดิร์น คลาสสิค ไปจนถึงสายลุย ที่พร้อมเปลี่ยนทุกการขับขี่ให้เป็นอีกหนึ่งบทของเรื่องราวชีวิต รวมถึงมอบความมั่นใจ และความสนุกในการขับขี่ในทุกเส้นทาง
The Urban Modernist
นิยามของนักขับขี่ผู้ใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีสไตล์ พร้อมออกไปค้นหาอิสระในทุกเส้นทาง สำหรับผู้ที่มองหารถจักรยานยนต์ที่มีความคล่องตัว ผสานความเท่ และความทันสมัย เหมาะกับการเดินทางในเมือง แต่ก็พร้อมสำหรับการออกทริพในช่วงสุดสัปดาห์ ต้อง Scrambler 900 จิตวิญญาณที่พร้อมบุกตะลุยไปทุกที่ ด้วยดีไซจ์นที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ตอบสนองทุกจังหวะการขับขี่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สูบคู่ 900 ซีซี ถ่ายทอดเอกลักษณ์ ผสานความงดงามของงานวิศวกรรม และดีไซจ์นเหนือกาลเวลาตาม DNA แบบฉบับ Triumph พร้อมพาผู้ขับขี่ออกไปสำรวจทุกเส้นทาง
The Modern Classic Gentleman
นิยามของสุภาพบุรุษผู้หลงใหลงานดีไซจ์นคลาสสิคเหนือกาลเวลา ผสานความร่วมสมัยอย่างมีสไตล์ Triumph Speed Twin 900 คือ คำตอบที่พร้อมสะกดทุกสายตา ด้วยดีไซจ์นอันโดดเด่นตั้งแต่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขึ้นรูปอย่างประณีต ไปจนถึงงานพื้นผิวระดับพรีเมียม ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งมรดกการออกแบบสไตล์อังกฤษที่ผสานเข้ากับดีไซจ์นร่วมสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมเทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย และได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในทุกเส้นทาง
หรือ Bonneville T100 ออริจินอลสายพันธุ์แท้ ผู้สืบทอดตำนาน Bonneville ที่ยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นเหนือกาลเวลา ด้วยรายละเอียดงานออกแบบสุดคลาสสิค และสไตล์ที่สง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานงานวิศวกรรมอันประณีตเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ทั้งด้านสมรรถนะ การควบคุม และความมั่นใจในทุกการเดินทาง
The Ultimate Adventurer
นิยามของนักเดินทางผู้ไม่หยุดค้นหาความท้าทายใหม่ในทุกการผจญภัยสำหรับผู้ที่เชื่อว่าการเดินทางไม่ได้หมายถึงเพียงจุดหมายปลายทาง แต่คือประสบการณ์ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทาง Tiger 900 คือ รถจักรยานยนต์ Adventure ที่พร้อมพาผู้ขับขี่ออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง ด้วยสมรรถนะที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการมากกว่าการเดินทาง แต่ต้องการสัมผัสความตื่นเต้นและอิสระในทุกการขับขี่ มาพร้อมเครื่องยนต์สามสูบขนาด 900 ซีซี และเพลาข้อเหวี่ยงแบบ T-Plane ที่มอบพละกำลัง และส่งกำลังอย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับทั้งการขับขี่ในเมือง และการออกทริพระยะไกลได้อย่างมั่นใจ
............................................................................................................................
Motor Expo Racing Team ครองชัยชนะ TC4
ชไมพร ปภัสร์พงษ์ นำทีม “Motor Expo Racing Team” ขับรถคู่ใจ Honda CR-Z หมายเลข 63 พร้อมด้วย ชาริยะ นุยา และพงศ์พล นารายพิทักษ์ คว้าอันดับที่ 1 รุ่น TC4 และอันดับที่ 4 Overall ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบสุดหฤโหด 8 ชั่วโมง รายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026 สนามที่ 2 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569
สามารถติดตามการแข่งสนามหน้า วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ได้ที่ facebook.com/MotorExpo









































