ข่าวรอบโลก
Ferrari ร่วมมือกับ NASA พัฒนารถไฟฟ้า

Ferrari ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสมรรถนะสูงสุดของรถไฟฟ้า แต่ได้ปรับแต่ง Luce โดยให้ความสำคัญกับ 5 เรื่องหลัก ได้แก่ อัตราเร่ง, แรงเหวี่ยงขณะการเข้าโค้ง, แรงดึงขณะเบรค, การจ่ายแรงบิด และเสียงขณะขับเคลื่อนHighlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Ferrari Luce รถไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายม้าลำพอง (อาจใช้ชื่ออื่น) มีกำหนดเปิดตัวในปีนี้ สำหรับรุ่นนี้จะเห็นว่าท่าทีของบริษัทเปลี่ยนไป จากที่เคยภูมิใจกับตัวเลขสมรรถนะที่ร้อนแรง แต่คราวนี้กลับให้ความสำคัญกับความรู้สึกที่ได้จากการขับขี่
Benedetto Vigna ซีอีโอ Ferrari เปิดเผยว่าบริษัทได้ทำความร่วมมือกับ NASA ในระหว่างการพัฒนา Luce เพื่อทราบว่าอัตราเร่งมีผลอย่างไรกับร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะสมอง ขณะที่ผู้ผลิตรถไฟฟ้ารายอื่นไม่สามารถตอบได้อย่างเต็มปาก โดยเฉพาะรถไฟฟ้ารุ่นที่มีอัตราเร่งรุนแรง
รถไฟฟ้าในปัจจุบันทำอัตราเร่งได้อย่างเหลือเชื่อ แม้บางรุ่นมีขนาดใหญ่ และน้ำหนักมาก แต่ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในไม่กี่วินาที จากแรงบิดที่มาเต็มที่ตั้งแต่รถเริ่มเคลื่อนตัว แต่การตอบสนองแบบนี้ อาจไม่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนในรถ
จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าอัตราเร่งอย่างรุนแรง และมีแรงดึงระดับเดียวตั้งแต่ต้น ให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้เวียนหัวได้ง่าย เนื่องจากสมอง และหูชั้นในปรับตัวไม่ทัน ต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีอัตราเร่งเพิ่มจากน้อยไปมาก
Ferrari ได้สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง เพื่อเก็บข้อมูลว่าอัตราเร่งระดับใดที่ให้ความรู้สึกดี จนถึงระดับที่ทำให้รู้สึกไม่สบายเพราะอัตราเร่งเร็วเกินไป ทำให้เกิดความรู้สึกว่าการขับขี่ไม่สนุกเหมือนเดิม
อัตราเร่งเร็วเกินไปทำให้การขับขี่ไม่สนุกเป็นที่มาของความร่วมมือกับ NASA โดยค่ายม้าลำพองทำงานร่วมกับศูนย์วิจัยทางการแพทย์ และหน่วยงานด้านอวกาศ เพื่อเข้าใจขีดจำกัดความรับรู้ของมนุษย์กับอัตราเร่ง
Ferrari ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสมรรถนะสูงสุดของรถไฟฟ้า แต่ได้ปรับแต่ง Luce โดยให้ความสำคัญกับ 5 เรื่องหลัก ได้แก่ อัตราเร่ง, แรงเหวี่ยงขณะการเข้าโค้ง, แรงดึงขณะเบรค, การจ่ายแรงบิด และเสียงขณะขับเคลื่อน เพื่อให้รถไฟฟ้ารุ่นนี้จะเป็นรถที่ขับสนุก แทนที่จะให้ความสำคัญกับตัวเลขสมรรถนะแบบสวยๆ
Ferrari มองรถไฟฟ้าต่างออกไปจนต้องกลับมาคิดว่ารถไฟฟ้า Luce ควรเป็นอย่างไร ด้วยข้อจำกัดของแบทเตอรีทำให้ไม่สามารถขับเต็มสมรรถนะเป็นเวลานาน การขับอย่างรุนแรงจะทำให้ระยะเดินทางลดลงอย่างรวดเร็ว โดยรถรุ่นนี้มีระยะเดินทาง 500 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง แต่เมื่อขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ จะส่งผลให้ระยะเดินทางลดเหลือ 200 กม. เท่านั้น
Ferrari ยังเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ใหม่ใน Luce ด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่ได้มีเป้าหมายสำหรับการฟื้นฟูพลังงาน แต่มีเพื่อจำลองความรู้สึกของการใช้เกียร์ที่คุ้นเคย รวมถึงการควบคุมระดับการจ่ายแรงบิด
ห้องโดยสารไม่ได้ออกแบบให้มีจอดิจิทัลหลายจอ แต่เป็นการผสมผสานการใช้ระบบควบคุมแบบอนาลอกเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อไม่ให้รู้สึกเหมือนกับห้องโดยสารของรถไฮเทคทั่วไป ทั้งพยายามรักษาสัมผัสของกลไกอย่างแท้จริงเอาไว้
ภาพรวมของ Ferrari Luce ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อการเอาชนะรถไฟฟ้าคันอื่นด้านสมรรถนะ แต่ทีมงานตั้งใจทำให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสกับความเป็น Ferrari อย่างแท้จริง ซึ่งไม่สามารถวัดเป็นตัวเลขได้

บทความแนะนำ

