Motorcycle
Royal Enfield สร้างสถิติยอดขาย 1.2 ล้านคันทั่วโลก

Royal Enfield สร้างการเติบโตสร้างสถิติยอดขายสูงสุดทะลุ 1.2 ล้านคันทั่วโลก พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งในเอเชียแปซิฟิค ตลาดอินเดียทำยอดกว่า 1.1 ล้านคัน ขณะที่ยอดส่งออกเติบโตสู่ 131,316 คัน ในกว่า 80 ประเทศHighlight
Royal Enfield ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (Mid-Size Motorcycle Segment) สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ด้วยยอดขายรวมทั่วโลก สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 1.2 ล้านคัน ในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 พร้อมทำสถิติ ยอดขายทะลุ 1 ล้านคัน/ปีเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
ในขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคยังคงเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ โดยสามารถทำอัตราการเติบโตได้ถึง 8 % และนับเป็นหนึ่งในปีที่แข็งแกร่งที่สุดของภูมิภาค
ด้านตลาดต่างประเทศ Royal Enfield เติบโตอย่างโดดเด่น 23 % ด้วยยอดรวม 131,316 คัน โดยมีแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในอินเดีย และตลาดโลก ควบคู่กับไลน์อัพรถจักรยานยนต์ที่แข็งแกร่ง และหลากหลาย รวมถึง Ecosystem ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ขับขี่อย่างรอบด้าน
มาโนช กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค Royal Enfield (Manoj Gajarlawar, Business Head for Asia Pacific Markets-Royal Enfield) กล่าวว่า Royal Enfield ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานของตัวเองในทุกๆ ปี และในปีนี้ เราสามารถสร้างยอดขายมากกว่า 1 ล้านคันได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมทำสถิติใหม่ที่กว่า 1.2 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเรา ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เราเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 8 % และยิ่งมีความหมายมากขึ้นในปีที่เราฉลองครบรอบ 125 ปีของ Pure Motorcycling
พร้อมยังคงให้ความสำคัญกับการขยายการเติบโตในกว่า 14 ประเทศในภูมิภาค ควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งของคอมมูนิทีผู้ขับขี่ ผ่านกิจกรรม และประสบการณ์ที่แตกต่าง ในปีถัดไป เราจะยังคงนำเสนอรถจักรยานยนต์ระดับโลก และพัฒนาคอมมูนิทีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในโอกาสครบรอบ 125 ปี Royal Enfield ได้ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญนี้ในงาน EICMA 2025 พร้อมนำเสนอไลน์อัพใหม่ที่ผสานเอกลักษณ์ความคลาสสิคเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Classic 650 รุ่นพิเศษครบรอบ 125 ปี, Himalayan Mana Black Edition ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทาง และ Bullet 650 ที่ปลุกตำนานไอคอนให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค Royal Enfield ยังได้ประกาศขยายตลาดเข้าสู่ฮ่องกง และไต้หวัน โดยเปิดโชว์รูมแฟลกชิพในย่าน Chai Wan ของฮ่องกง และเปิดโชว์รูมแห่งแรกในเมือง Hsinchu ของไต้หวัน ผ่านความร่วมมือกับ Taikoo Motors ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ในด้านการบริหารองค์กร บริษัทได้แต่งตั้ง มาโนช กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค Royal Enfield (Manoj Gajarlawar, Business Head for Asia Pacific Markets-Royal Enfield) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดโลก
Royal Enfield ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ผ่านรางวัลสำคัญในหลายประเทศ โดยในประเทศไทย Super Meteor 650 คว้ารางวัล Best Cruiser in Middle Weight จากงาน Thailand Bike of the Year 2026 ขณะที่ในมาเลเซีย Guerrilla 450 ได้รับรางวัล Best Modern Classic Bike of the Year และในรัสเซีย รถ Custom “Cor Ferro” ซึ่งพัฒนาจาก Super Meteor 650 สามารถคว้ารางวัลอันดับ 1 ในกลุ่ม Metric Category และอันดับ 2 ในกลุ่ม Freestyle
ในด้านงานคัสตอม Royal Enfield ได้เปิดตัวผลงานที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น “VITA” และ “Carolina Reaper” ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึง “Urban Striker” ในประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นบน Guerrilla 450 Apex โดย Apollo Garage
นอกจากนี้ Royal Enfield ยังเดินหน้าขยายธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และการเช่ารถ โดยมีรถมากกว่า 400 คันให้บริการผ่านผู้ประกอบการในหลายประเทศ เช่น ไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย กัมพูชา และมองโกเลีย ซึ่งมีการเลือกใช้รถในกลุ่ม 350cc, 450cc และ 650cc ให้เหมาะสมกับภูมิประเทศที่หลากหลาย
ในด้านประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Royal Enfield ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนา Aftersales อย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระดับภูมิภาคในประเทศไทย เพื่อยกระดับทักษะของช่างเทคนิค และเสริมความสามารถด้านการวิเคราะห์ และการวินิจฉัยในระดับสากล
ขณะเดียวกัน Royal Enfield ยังคงเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคมีคอมมูนิทีมากกว่า 100 กลุ่ม และมีผู้ขับขี่กว่า 15,000 คนเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น Tour of Thailand, Tour of Tasmania และ Coastal Trails รวมถึงการจัดกิจกรรม “Ride & Camp” เป็นครั้งแรกในมาเลเซีย และการสร้างสถิติการรวมตัวของผู้ขับขี่กว่า 800 คนที่ Sepang Circuit


