Motorcycle
Royal Enfield ติดอันดับแบรนด์ยานยนต์แข็งแกร่งที่สุดอันดับ 3 ของโลก

Royal Enfield ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์มอเตอร์ไซค์ระดับโลกที่เติบโตจากเส้นทางเฮอริเทจกว่า 125 ปี ทำคะแนน Brand Strength Index (BSI) สูงถึง 88.9/100 พร้อมระดับ AAA และมีมูลค่าแบรนด์เติบโตขึ้น 30 % แตะ 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯHighlight
Royal Enfield (รอยัล เอนฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc-750cc) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ยานยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับ 3 ของโลก โดย Brand Finance ในรายงาน Automotive Industry 2026 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำตำแหน่งของ Royal Enfield ในฐานะแบรนด์มอเตอร์ไซค์ระดับโลกที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการขับขี่ในระดับสากล
การจัดอันดับครั้งนี้ทำให้ Royal Enfield ก้าวขึ้นไปอยู่ท่ามกลางแบรนด์ยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของโลก พร้อมสะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวระดับโลกที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันก็เดินหน้าสร้างอนาคตใหม่ให้แก่โลกของมอเตอร์ไซค์อย่างต่อเนื่อง
Royal Enfield ทำคะแนน Brand Strength Index (BSI) ได้สูงถึง 88.9 จาก 100 คะแนน พร้อมได้รับการจัดอันดับระดับ AAA และยังมีมูลค่าแบรนด์เติบโตขึ้นถึง 30 % สู่มูลค่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
ในฐานะแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มีการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก Royal Enfield มีมรดกแบรนด์ยาวนานกว่า 125 ปี และได้พัฒนาสู่หนึ่งในแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่ทรงอิทธิพล และเป็นที่รักของผู้ขับขี่ทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ด้านดีไซจ์นเหนือกาลเวลา คาแรคเตอร์ที่สะท้อนตัวตน และปรัชญาการขับขี่ “Pure Motorcycling”
ปัจจุบัน Royal Enfield มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 80 ประเทศทั่วโลก พร้อมเครือข่ายร้านค้ากว่า 3,200 แห่ง โรงงานประกอบ CKD ระดับนานาชาติ 7 แห่ง และคอมมูนิทีผู้ขับขี่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก
Royal Enfield ยังครองตำแหน่งที่แข็งแกร่งในหลากหลายตลาดสำคัญทั่วโลก ตั้งแต่ Melbourne, Munich, Rio รวมถึงกรุงเทพฯ และยังคงสร้างคอมมูนิทีของผู้ขับขี่ที่เชื่อมโยงกันผ่านแพสชันในการขับขี่ ไลฟ์สไตล์ และจิตวิญญาณของ Pure Motorcycling
ไลน์อัพของ Royal Enfield ในปัจจุบันครอบคลุมรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป 14 รุ่น ได้แก่ กลุ่ม Heritage, Cruiser, Roadster, Adventure และ Pure Sport ซึ่งสะท้อนความสามารถของแบรนด์ในการผสานมรดกดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยสำหรับผู้ขับขี่ในแต่ละตลาดทั่วโลก
ล่าสุด Royal Enfield ยังได้ขยายสู่โลกของยานยนต์ไฟฟ้าผ่านแบรนด์ใหม่ Flying Flea (ฟลายอิง ฟลี) ในกลุ่ม City+Electric Mobility พร้อมเปิดตัว Flying Flea C6 (ฟลายอิง ฟลี ซี 6) ที่สะท้อนแนวคิดใหม่ของการเดินทางในเมืองแห่งอนาคต
ความแข็งแกร่งของ Royal Enfield ยังสะท้อนผ่านรางวัล และการยอมรับในด้านคุณภาพ และเครือข่ายพันธมิตร โดยล่าสุด Royal Enfield ได้รับการจัดอันดับสูงสุดด้านคุณภาพเริ่มต้นของรถจักรยานยนต์สองล้อในผลสำรวจ J.D.Power 2025 Study รวมถึงได้รับอันดับ 1 ในการสำรวจความพึงพอใจของผู้แทนจำหน่ายจาก Federation of Automobile Dealers Associations (FADA) อีกด้วย


