ธุรกิจ
รัฐ-เอกชน ร่วมการันตี น้ำมัน B20

กรมธุรกิจพลังงาน ผนึกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ผู้ค้าน้ำมัน พร้อม 15 ค่ายรถยนต์ ร่วมยืนยันมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิง B20 ไร้ผลกระทบเครื่องยนต์ ประกันการันตีHighlight
กรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ และบริษัทผู้ค้าน้ำมันผู้จำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ร่วมประกาศความพร้อม และตอกย้ำความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 โดยมุ่งเป้าในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลท่ามกลางวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลก
สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหรานที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในการจัดหาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง การส่งเสริมการเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถผลิตได้จากพืชผลทางการเกษตรภายในประเทศ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล B20 ซึ่งมีสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลสูงถึงร้อยละ 20 จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ
โดยช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และเนื่องจากไบโอดีเซลเป็นพลังงานเผาไหม้สะอาด การส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยลดการปล่อยฝุ่นละออง ซึ่งรวมถึงฝุ่น PM2.5 อันเป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่สำคัญประการหนึ่งของประเทศไทย และในปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงานได้มีการกำกับดูแลคุณภาพของน้ำมันดีเซล B20 โดยได้มีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพภาคบังคับ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับจากทั้งอุตสาหกรรมน้ำมัน และยานยนต์ และได้มีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันที่จำหน่ายสู่ผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของน้ำมันดีเซล B20
อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายเร่งเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ จึงมีการสนับสนุนในด้านราคาโดยกำหนดให้น้ำมันดีเซล B20 มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดาถึงลิตรละ 7 บาท ดังนั้น การใช้น้ำมันดีเซล B20 จึงไม่เพียงแต่จะช่วยประเทศชาติในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ยังเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของประชาชนในช่วงภาวะวิกฤตได้อีกด้วย
สราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ผู้จำหน่ายน้ำมัน และผู้ผลิตรถยนต์ได้ผนึกกำลังกันเพื่อร่วมยืนยันให้ประชาชนมั่นใจการใช้งานน้ำมันดีเซล B20 ทั้งในด้านศักยภาพการผลิตไบโอดีเซลของประเทศ ด้านมาตรฐานคุณภาพน้ำมัน และการใช้งานกับรถยนต์
อดิศักดิ์ ชูสุข รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า จากการพยากรณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดว่าในปี 2569 ประเทศไทยจะมีผลผลิตปาล์มน้ำมันรวมประมาณ 21.87 ล้านตัน/ปี คิดเป็นปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ประมาณ 3.94 ล้านตัน/ปี ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศสำหรับภาคบริโภค และภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ประมาณ 1.25 ล้านตัน/ปี สำหรับการส่งออกประมาณ 1.20 ล้านตัน/ปี ส่งผลให้ยังมีปริมาณน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือที่สามารถนำไปใช้ในภาคพลังงานได้ประมาณ 1.49 ล้านตัน/ปี ทั้งนี้ หากมีการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 ในสัดส่วนร้อยละ 10 ของปริมาณ
การใช้น้ำมันดีเซลทั้งหมด จะส่งผลให้มีการใช้น้ำมันปาล์มดิบในภาคพลังงานรวมประมาณ 1.23 ล้านตัน/ปี ซึ่งยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีผลผลิตปาล์มน้ำมันเพียงพอรองรับการผลิตไบโอดีเซลเพื่อผสมเป็นน้ำมันดีเซล B20
ยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่าในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก รวมถึงเสถียรภาพพลังงานของประเทศซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นหลัก ดังนั้น นโยบายการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างน้ำมันดีเซล B20 ในช่วงเวลานี้ จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และลดภาระต้นทุนการขนส่งของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนปาล์มในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลซึ่งทำได้เองภายในประเทศ
กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ และผู้ผลิตรถยนต์ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ ได้แก่ Toyota, Isuzu, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, MG, Hino, Hyundai, Scania, GWM, UD Trucks, Volvo Trucks, MAN และ Chevrolet ซึ่งรวมจำนวนรถยนต์ทั้งหมด 1,135 รุ่น ได้ยืนยันว่าสามารถรองรับการใช้น้ำมันดีเซล B20 ได้โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของรถ และผู้ใช้รถยังคงได้รับการรับประกันตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด และกลุ่มยานยนต์ยินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่เพื่อร่วมแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันของประเทศ รวมถึงเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
ด้านกลุ่มผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ภายใต้แบรนด์ใหญ่ของประเทศ ทั้ง 8 แบรนด์ ได้แก่ PTT Station, Bangchak, PT, Shell, Caltex, Susco, Sinopec Susco และ PC Siam Petroleum ได้ยืนยันว่าภาคเอกชน และกลุ่มผู้ค้าน้ำมันมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ ทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การกระจายสินค้า และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้งาน
น้ำมันดีเซล B20 ทุกลิตรที่จำหน่ายผ่านสถานีบริการได้ผ่านมาตรฐานคุณภาพที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในด้านคุณภาพ และประสิทธิภาพสำหรับรถยนต์ที่รองรับ พร้อมได้ขยายเครือข่ายสถานีบริการที่จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 แล้วกว่า 600 สถานีทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางเชื่อมต่อสำคัญ เพื่อรองรับการใช้งานของภาคขนส่งและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง และภายในเดือนพฤษภาคมนี้มีเป้าหมายขยายสถานีบริการน้ำมันดีเซล B20 เพิ่มเป็นกว่า 1,000 สถานี เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงพลังงานทางเลือกได้อย่างสะดวก และมั่นใจมากยิ่งขึ้น
“ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชนในครั้งนี้ คือ ก้าวสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และภาคขนส่งไทย ในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน พร้อมยกระดับมาตรฐานพลังงานไทยให้สามารถก้าวข้ามวิกฤตการณ์โลกได้อย่างมั่นคง” สราวุธ กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบรุ่นรถยนต์ที่รองรับ และค้นหาสถานีบริการน้ำมันดีเซล B20 ได้ที่เวบไซท์ของกรมธุรกิจพลังงาน www.doeb.go.th


