ธุรกิจ
GAC Group ส่งออกเดือน พค. โต 140 % (YoY)

GAC Group ทุบสถิติยอดส่งออกเดือนพฤษภาคม 28,386 คัน โต 140 % (YoY) ชูศักยภาพกลยุทธ์ "One GAC 2.0" มุ่งสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าไทยในระยะยาวHighlight
GAC Group ประกาศความสำเร็จ ภายใต้การขับเคลื่อนของกลยุทธ์ "One GAC 2.0" ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ด้วยยอดส่งออกรถยนต์ในเดือนพฤษภาคมสูงถึง 28,386 คัน เติบโต 140 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่ยอดส่งออกสะสมในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมอยู่ที่ 98,861 คัน เพิ่มขึ้น 135 % สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ GAC และการยอมรับที่เพิ่มขึ้นในตลาดต่างประเทศ
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนของกลยุทธ์ "One GAC 2.0" ที่ผสานระบบการบริหารงานระดับโลกเข้ากับกลยุทธ์การตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นอย่างแม่นยำ ส่งผลให้แบรนด์มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ยอดจำหน่ายในเดือนพฤษภาคมเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 129 % และยังคงครองตำแหน่งอันดับ 1 ในเซกเมนท์รถโดยสารสาธารณะไฟฟ้า (Electric Taxi) พร้อมเดินหน้าขยายส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันในตลาดโลก GAC ion UT สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าอันดับ 1 ในเซกเมนท์รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบค (Pure Electric Hatchback) ในหลายตลาดสำคัญ อาทิ ฮ่องกง, สิงคโปร์, โคลอมเบีย และอุรุกวัย ตลอดจนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคอเมริกา, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ในระดับสากล
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของ GAC คือ ความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี และการผลิตระดับโลก โดย GAC เป็นเจ้าของโรงงานอัจฉริยะ Lighthouse Factory สำหรับการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เพียงแห่งเดียวในโลก ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพด้านนวัตกรรม และมาตรฐานการผลิตระดับสากลที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของแบรนด์ในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เพื่อสร้างความอุ่นใจ และเสถียรภาพในการบริการให้แก่ลูกค้าทั่วโลก GAC ได้วางรากฐานระบบนิเวศการดำเนินงานที่ครอบคลุม 102 ประเทศ และภูมิภาคทั่วโลก ประกอบด้วยโรงงานผลิตในต่างประเทศ 6 แห่ง คลังอะไหล่ และชิ้นส่วนยานยนต์ 9 แห่ง รวมถึงเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งกว่า 696 แห่ง โครงข่ายดังกล่าวช่วยเสริมความพร้อมทั้งด้านการผลิต การจัดส่งอะไหล่ และการบริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายยอดขายต่างประเทศ 250,000 คันในปีนี้ และมุ่งสู่ระดับ 300,000 คัน
สำหรับ ตลาดประเทศไทย GAC Aion Thailand ยังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการนำเสนอนวัตกรรมที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าชาวไทย ควบคู่กับการดำเนินนโยบาย “GAC Care” เพื่อมอบบริการหลังการขายที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยยึดหลักบริการที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการดูแลที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) การรับประกันที่สร้างความมั่นใจสูงสุด (Advanced Assurance) การตอบสนองที่รวดเร็วแม่นยำ (Rapid Responsive) และความเป็นมืออาชีพเฉพาะด้าน (Exclusive Expertise) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย อุ่นใจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดให้แก่ลูกค้าชาวไทยในฐานะแบรนด์ยานยนต์ระดับสากลที่พร้อมเติบโต และก้าวไปข้างหน้าเคียงคู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน


