ธุรกิจ
Michelin เน้นธุรกิจยาง พลังแห่งการเติบโต

ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนนวัตกรรม และผลประกอบการของกลุ่ม Michelin ในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งHighlight
กรุงปารีส, ประเทศฝรั่งเศส-Michelin ชูธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาง คือ ความเชี่ยวชาญของ Michelin สร้างพลังแห่งผลประกอบการ และการเติบโต
กลุ่ม Michelin ชูประเด็น “ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทาง” ซึ่งแม้จะไม่เป็นที่รู้จักของผู้คนในวงกว้าง แต่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อกลยุทธ์องค์กร โดยได้เลือกศูนย์ทดสอบอัลเมเรีย (Centro de Experiencias Michelin Almería: CEMA) ประเทศสเปน เป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากศูนย์ทดสอบแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และเป็นสถานที่ซึ่ง Michelin ใช้ทดสอบยางล้อเพื่อรีดสมรรถนะให้ถึงขีดจำกัดสูงสุด
ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางของ Michelin ได้รับการพัฒนาให้รองรับความท้าทายสุดขั้วได้อย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่ทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญ และความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อการดำเนินงาน, เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของผู้คน
ยางเฉพาะทางเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมที่ต้องดำเนินงานภายใต้ข้อกำหนดด้านเทคนิค สภาพภูมิอากาศ และกฎระเบียบที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันการลงจอดอย่างปลอดภัยของอากาศยาน การใช้งานในเหมืองได้อย่างต่อเนื่อง หรือการเพิ่มสมรรถนะของเครื่องจักรการเกษตรในทุกสภาพอากาศ
ทั้งนี้ ยางเฉพาะทางเป็นมากกว่าชิ้นส่วนประกอบ แต่เป็นผลจากการผสานหลากเทคโนโลยีซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับสภาพการใช้งานที่หนักหน่วงรุนแรงที่สุด สมรรถนะของยางเฉพาะทางเหล่านี้มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติภารกิจสำคัญต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ดังนั้น ยางเฉพาะทางจึงถือเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ที่แม้จะไม่โดดเด่น แต่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
สำหรับกลุ่ม Michelin ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ และมีศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง
ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงสุดของกลุ่ม Michelin โดยสร้างรายได้ให้แก่ Michelin คิดเป็นสัดส่วน 17 % ของรายได้รวม โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) อยู่ที่ 13.1 % ในปี 2568 และมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 2.5 % ในไตรมาสแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งด้านมูลค่า และปริมาณ การขาย เนื่องจากอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง อาทิ การขนส่งทางอากาศ, ลอจิสติคส์ และการป้องกันประเทศ โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate: CAGRs) [1] เฉลี่ยอยู่ที่ 3-8 %
การเติบโตของธุรกิจยางเฉพาะทางมีรากฐานมาจากการลงทุนด้านการวิจัย และพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง 90% ดำเนินการในประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะที่เมือง Clermont-Ferrand ทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากแผนเร่งรัดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่, การขยายกำลังการผลิตยางเครื่องบินของโรงงาน Michelin ที่เมือง Bourges ประเทศฝรั่งเศส ตลอดจนการนำกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัย และได้รับการจดสิทธิบัตรมาใช้ในโรงงาน Michelin ที่เมือง Le Puy, เมือง Troyes และเมือง Montceau-les-Mines
จุดเด่นของ Michelin อยู่ที่การมุ่งตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า, ศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ทซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรม
Michelin ไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่ยังช่วยยกระดับผลการดำเนินงานทางธุรกิจให้แก่ลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และมนุษย์
เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว กลุ่ม Michelin ได้ผสานศักยภาพของทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ากับนวัตกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับยางซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทอล และความร่วมมือในฐานะพันธมิตรระยะยาว โดยอาศัยรากฐานความแข็งแกร่งด้านศักยภาพการวิจัย และพัฒนาแบบบูรณาการ ทีมนักวิจัยที่มีอยู่ราว 6,000 คน รวมทั้งความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นในด้านวัสดุศาสตร์ และข้อมูล
นอกจากนี้ กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ทซึ่งเป็นเวทีทดสอบสมรรถนะยางภายใต้สภาวะการใช้งานที่ท้าทายถึงขีดสุด ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ตัวเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม” (Innovation Accelerator) ของกลุ่ม Michelin
ศูนย์ทดสอบ CEMA เหนือกว่าสนามทดสอบทั่วไปด้วยความโดดเด่นเฉพาะตัว อันประกอบด้วยสนามทดสอบระยะทางรวม 113 กม. บนพื้นที่กว่า 4,500 เฮกตาร์ (ประมาณ 28,125 ไร่), ยานพาหนะและเครื่องจักรกลที่มีความหลากหลายเป็นพิเศษ รวมทั้งอุปกรณ์ตรวจวัดสมรรถนะที่ออกแบบ และพัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรของ Michelin จากเมือง Clermont-Ferrand
ความเข้มงวดของกระบวนการตรวจวัดสมรรถนะ ประกอบกับปริมาณข้อมูลที่ได้รับการเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ ทำให้ศูนย์ทดสอบแห่งนี้เป็นแหล่งรวมความเป็นเลิศ ทั้งยังเป็น “ห้องปฏิบัติการมีชีวิต” (Living Laboratory) ที่มีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมของ Michelin
[1] อัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate: CAGRs) คือ ตัวชี้วัดอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาด หรือธุรกิจในช่วงเวลาที่กำหนด


