ธุรกิจ
Motor Field Marine เปิดตัว Mercury Marine

Motor Field Marine คว้าสิทธิ์ตัวแทนจำหน่าย "Mercury Marine" รายเดียวในไทย ผนึกแบรนด์เครื่องยนต์เรืออันดับ 1 ของโลกยกระดับอุตสาหกรรมเรือไทยด้วยเทคโนโลยี และบริการระดับสากลHighlight
Motor Field Marine ได้รับการแต่งตั้งจาก Mercury Marine ผู้ผลิตเครื่องยนต์ติดท้ายเรือชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่ม รองรับการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล เรือพาณิชย์ และเศรษฐกิจทางพะเล (Blue Economy) ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
สุทิวัส ชัยศิริวิเชียร ประธานกรรมการ บริษัท มอเตอร์ ฟิลด์ มารีน จำกัด (Motor Field Marine) บริษัทในเครือของ บริษัท มอเตอร์ ฟิลด์ ไทยแลนด์ ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และบริการหลังการขายเรือ เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ทางทะเลแบบครบวงจรกล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจาก Mercury Marine ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการต่อยออดความเชี่ยวชาญด้าน Marine Solutions พร้อมนำผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลก เครือข่ายบริการที่ครอบคลุม และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และกลุ่มเรือเพื่อสันทนาการ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายของอุตสาหกรรมเรือไทย
Mercury Marine ในเครือบริษัท Brunswick Corporation ถือเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องยนต์เรือระดับโลก และครองอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50 % โดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเครื่องยนต์ V10 และ V12 Outboard สำหรับเรือโดยเฉพาะ รองรับกำลังสูงสุดกว่า 600 แรงม้า พร้อมโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มสมรรถนะ และประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง รวมถึง Joystick Plloting ระบบควบคุมเรืออัจยะจากผู้ผลิตโดยตรง ที่ช่วยให้การบังคับ และการจอดเรือทำได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และใช้งานง่ายยิ่งขึ้น
การผนึกกำลังครั้งนี้ Motor Field Marine เตรียมต่อยอดธุรกิจจากฐานลูกค้าเรือสันทนาการ (Leisure) สู่เรือราชการ เรือพาณิชย์ เรือสปีดโบท เรือท่องเที่ยว และเรือโดยสาร เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล และเศรษฐกิจทางทะเล (Blue Economy) ซึ่งประเมินว่ามีศักยภาพความต้องการเครื่องยนต์สูงถึง ประมาณ 2,000 เครื่อง/ปี ส่งผลให้ความต้องการเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ความทนทาน และความคุ้มค่าในการใช้งานเพิ่มขึ้น พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตของตลาดในระยะยาว เพื่อรองรับการขยายตัว โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาเครือข่ายศูนย์บริการ และดีเลอร์มาตรฐานรวม 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ พระราม 2 พัทยา ภูเก็ต นนทบุรี ปทุมธานี สมุย ตราด ฉะเชิงเทรา โคราช ลำพูน และสมุทรปราการ พร้อมแผนขยายเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการ และสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า
ด้านบริการหลังการขาย บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารอะไหล่แท้ครอบคลุมทุกรุ่นที่จำหน่าย พร้อมระบบ Fast Parts Delivery นำเข้าอะไหล่ทางอากาศทุกสัปดาห์สำหรับรายการสำคัญ ช่วยลดระยะเวลารออะไหล่จากเดิมกว่า 45 วัน เหลือไม่เกิน 15 วัน ลด Downtime ของเรือเชิงพาณิชย์ เพิ่มความพร้อมในการใช้งาน และลดต้นทุนของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังร่วมกับ Mercury Marine จัดอบรมด้านเทคนิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมช่างไทยให้รองรับเครื่องยนต์เทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Enrique, General Manager-Australia, New Zealand & Asia ของ Mercury Marine กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ Mercury Marine ในภูมิภาคเอเชีย เราดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 50 ปี การแต่งตั้ง Motor Field Marine ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประเทศไทย เราเชื่อมั่นในประสบการณ์กว่า 20 ปี ความเข้าใจตลาด เครือข่ายการบริการ และแนวคิดที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของ Mercury Marine ในประเทศไทยได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว
กลยุทธ์การเติบโตโนประเทศไทยจะขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Product Leadership ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และสมรรถนะผลิตภัณฑ์, Effective Distribution ระบบกระจายสินค้า และเครือข่ายบริการที่มีประสิทธิภาพ และ Delightful Customer Experience การสร้างประสบการณ์ และบริการหลังการขายที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพเติบโตสูงจากฐานลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งผู้ประกอบการเรือพาณิชย์ ผู้ผลิตเรือ หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มเรือเพื่อการพักผ่อน
สำหรับครั้งนี้ Mercury Marine Thailand Official Launch เปิดตัว V8 300 HP Fourstroke OurboardMercury และ 5.7L V10 400hp AMS Outboard เครื่องยนต์ติดท้ายรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 5.7 ลิตร ให้แรงบิดสูง การทำงานเงียบ และนุ่มนวลระบบ Quad-Cam และระบบควบคุมดิจิทอลอัจฉริยะ รองรับน้ำมันเบนซินออกเทน 87 ที่มีจำหน่ายทั่วไป ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน และลดต้นทุนของผู้ประกอบการ
การจับมือกันระหว่าง Motor Field Morine และ Mercury Morine ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผู้แทนหน่ายรายใหม่ แต่เป็นการยกระดับระบบนิเวศของอุตสาหกรรม Marine ไทย ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี มาตรฐานการบริการ และการพัฒนาบุคลากร สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางธุรกิจ และบริการทางทะเลของภูมิภาคในอนาคต


