ธุรกิจ
เจาะลึกตำนานสีส้มของ Ford Ranger Wildtrak

เจาะลึกตำนานดีเอนเอ "สีส้ม" ของ Ford Ranger Wildtrak ผู้นำทเรนด์แห่งตลาดรถกระบะHighlight
ในโลกยานยนต์ การกำหนด "สีฮีโร" (Hero Color) คือ กลยุทธ์สำคัญในการสร้างภาพจำ และดึงดูดสายตาผู้คนตั้งแต่แรกเห็น แต่สำหรับ Ford Ranger Wildtrak (ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์ทแรค) สีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดที่ถูกวางไว้ล่วงหน้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดด้านการออกแบบที่ต่อยอดจากบริบทของรถในขณะนั้น ก่อนจะหลอมรวมกลายเป็นดีเอนเอที่แฟนๆ Ford ทั่วโลกรู้จัก และจดจำได้ดี
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 Ford เปิดตัว Ranger Wildtrak รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ท และฟีเจอร์ระดับพรีเมียม ที่เขย่าวงการกระบะในขณะนั้น โดยมีสีน้ำเงิน "Winning Blue" เป็นสีฮีโรชูโรง ตัดกับโลโก "Wildtrak" สีส้มสะดุดตา ที่ช่วยเสริมภาพจำได้อย่างชัดเจน ต่อมาเมื่อทิศทางด้านสีของ Ford มีการพัฒนา ทีมออกแบบได้รับโจทย์ให้สร้างสรรค์สีฮีโรใหม่สำหรับรถรุ่นที่จะเปิดตัวในปี 2011 เพื่อสืบต่อเอกลักษณ์ของ Wildtrak ในรูปแบบใหม่ที่ยังคงความโดดเด่นเช่นเดิม
Krista Lindegger (คริสตา ลินเดกเกอร์) นักออกแบบสี และวัสดุของ Ford Motor Company เล่าถึงช่วงเวลาอันเข้มข้นนั้นว่า ทีมงานต้องเดินทางเสาะแสวงหาแรงบันดาลใจ และทเรนด์จากทั่วโลก ทั้งจากวงการแฟชัน สถาปัตยกรรม และเทคโนโลยี พวกเขาใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการจำลองภาพดิจิทอลเพื่อดูการตกกระทบของแสงบนเส้นสายตัวรถ และทำงานร่วมกับทีมวิศวกรอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่า สีใหม่นี้จะไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ต้องทนทานต่อแสงแดด และรังสียูวีได้อย่างดีเยี่ยม
ในช่วงเวลาของการค้นหาคำตอบ ทีมออกแบบได้พบแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือ "สติคเกอร์โลโกสีส้ม" บนกระบะท้ายของรถรุ่นปี 2009 เมื่อใช้สีน้ำเงินไม่ได้ ทีมออกแบบจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาเล่นกับโทนสีส้มของโลโกแทน จนกำเนิดเป็นสีส้ม "Chilli Orange" ที่จัดจ้าน และเปี่ยมด้วยพลัง
เมื่อไอเดียสีส้มเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ในปี 2012 Ford ประเทศไทย ได้นำ Ford Ranger Wildtrak สีส้ม Chilli Orange เข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สีส้มไม่ได้เป็นเพียงสีทางเลือกใหม่ แต่นี่คือการสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่ทำให้ Ford กลายเป็น "ผู้บุกเบิกกระบะสีส้มเจ้าแรกในไทย" ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของตลาดกระบะที่เคยมีแต่สีขาว ดำ เทา และเงิน จนกลายเป็นปรากฏการณ์สีส้ม ที่สั่นสะเทือนวงการรถกระบะไทย และครองใจผู้ใช้รถชาวไทยมานานกว่าทศวรรษ ผ่านการเดินทาง และวิวัฒนาการของเฉดสีที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
แม้เฉดสีจะปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่โทนสีส้ม-เหลืองก็ยังคงอยู่ในสายเลือดของ Wildtrak เสมอมา หากย้อนกลับไปดูรถต้นแบบ "Ranger Max Concept" ในงานมอเตอร์โชว์ ในปี 2008 (ซึ่งเป็นต้นแบบของ Wildtrak) ตัวรถก็ถูกพ่นด้วยสีเหลืองอมส้มที่ชื่อว่า "Mango Hit" อยู่แล้ว
ความใส่ใจนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายนอก ทีมออกแบบได้ดึงเอา "สีฮีโร" นี้เข้าไปแต่งแต้มภายในห้องโดยสารอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นการเดินด้ายเย็บตะเข็บเบาะ คอนโซลหน้า และขอบเกียร์ เพื่อมอบประสบการณ์ดีไซจ์นที่ไร้รอยต่อ ตั้งแต่วินาทีแรกที่มองเห็นจากภายนอก ไปจนถึงตอนที่เข้าไปนั่งควบคุมอยู่หลังพวงมาลัย
ทีมออกแบบเปิดเผยว่า ทุกครั้งที่เริ่มพัฒนา Wildtrak รุ่นใหม่ พวกเขามักจะเลือกโทนสีน้ำเงิน หรือสีเขียวขึ้นมาหารือกันเสมอ แต่สุดท้าย...ทุกอย่างก็ต้องหมุนวนกลับมาจบที่โทนสีส้ม-เหลืองนี้ทุกครั้ง เพราะนี่คือเฉดสีที่เมื่อนำไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้าแล้ว ไม่มีใครยอมปล่อยให้มันหายไปได้เลยจริงๆ
จากแนวคิดด้านการออกแบบที่ต่อยอดจากบริบทของรถในขณะนั้น วันนี้ได้กลายเป็น "อัตลักษณ์" และ "ดีเอนเอ" ที่สมบูรณ์แบบของ Ford Ranger Wildtrak ที่ลูกค้าทั่วโลก และในประเทศไทยเฝ้ารอคอยอย่างแท้จริง


