ธุรกิจ
B-Quik เปิดตัว “EV Pro+”
B-Quik เปิดตัว “EV Pro+” พร้อมยกระดับ Digital Lifestyle ดูแลรถ EV แบบมืออาชีพ ควบคู่ประสบการณ์ที่เชื่อมทุกจังหวะชีวิตHighlight
บริษัท บี-ควิก จำกัด เดินหน้าปรับทิศทางธุรกิจสู่การเป็น “Mobility Lifestyle Brand” เปิดตัว “B-Quik EV Pro+” บริการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร พร้อมให้บริการในทุกสาขาทั่วประเทศ ควบคู่การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าสู่โลก Digital Lifestyle ด้วยการเชื่อมบริการ เทคโนโลยี ระบบสมาชิก และประสบการณ์ในชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน
B-Quik EV Pro+ ดูแลรถ EV ครบมิติ ให้ผู้ใช้ไปต่อได้ทุกเส้นทาง
หนึ่งในบริการหลักที่ B-Quik เปิดตัว คือ B-Quik EV Pro+ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับลักษณะเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าแรงดันสูง แบทเตอรี ระบบควบคุมอุณหภูมิ น้ำหนักตัวรถ และแรงบิดที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาป บริการดังกล่าวผสานทีมช่างที่ผ่านการอบรม เครื่องมือเฉพาะทาง และมาตรฐานการให้บริการระดับมืออาชีพ พร้อมให้บริการครอบคลุมทุกสาขาของ B-Quik ทั่วประเทศ
ตรวจเชคสุขภาพรถยนต์ EV ช่วยให้วางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสม
B-Quik EV Pro+ ให้บริการตรวจเชคระบบสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้เครื่องสแกนระบบ EV จาก Launch PE เพื่ออ่าน และประเมินข้อมูลในจุดต่างๆ เช่น สถานะแบทเตอรี 12 โวลท์ ปลั๊ก และช่องชาร์จ อุณหภูมิแบทเตอรีแรงดันสูง กล่อง หรือเคสแบทเตอรี สายไฟแรงดันสูง รวมถึงค่าความสมบูรณ์ของแบทเตอรี หรือ State of Health (SOH) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้รถเห็นสถานะเบื้องต้นของรถ และสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนบำรุงรักษาได้อย่างเหมาะสม
ดูแลระบบปรับอากาศ ของเหลว เบรค เกียร์ และช่วงล่าง
การดูแลรถ EV ของ B-Quik ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจเชคระบบไฟฟ้า แต่ยังครอบคลุมงานบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การล้างแผงคอนเดนเซอร์ ล้างตู้แอร์ และฟลัชชิงระบบปรับอากาศ เพื่อเปลี่ยนน้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์ น้ำยาแอร์ และดรายเออร์ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น ตรวจเชค และบำรุงรักษาระบบเบรค เปลี่ยนผ้าเบรค น้ำมันเบรค เจียรจานเบรค ตลอดจนเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ และดูแลระบบช่วงล่าง เพื่อให้การดูแลรถครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย และสมรรถนะการขับขี่
ยางสำหรับรถยนต์ EV จากแบรนด์ชั้นนำ
ด้วยน้ำหนักตัวรถ และแรงบิดของรถยนต์ไฟฟ้า ยาง และระบบช่วงล่างจึงเป็นอีกส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ B-Quik EV Pro+ จึงมียางสำหรับรถ EV จากแบรนด์ชั้นนำให้เลือก พร้อมบริการเปลี่ยนยาง สลับยาง ปะยาง เติมลมไนโตรเจน ตั้งศูนย์ และถ่วงล้อ นอกจากนี้ ยังมีบริการตรวจเชคระบบเซนเซอร์แรงดันลมยาง รองรับทั้งระบบ Indirect TPMS และการเปลี่ยน TPMS Sensor เมื่อจำเป็น
ทีมช่าง และเครื่องมือ คือ หัวใจของมาตรฐานบริการ
เบื้องหลังมาตรฐานการให้บริการ B-Quik ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านรถยนต์ไฟฟ้า B-Quik มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอาชีวศึกษา และวิทยาลัยเทคโนโลยี โดยส่งอาจารย์เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อนำความรู้กลับไปถ่ายทอดให้ผู้เรียน และพัฒนาบุคลากร รองรับการทำงานกับ B-Quik อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรเข้าใจลักษณะเฉพาะของรถ EV และทำงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังทำงานร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษา และวิทยาลัยเทคโนโลยีด้านยานยนต์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ รองรับการฝึกงาน และต่อยอดสู่การทำงานกับ B-Quik อย่างต่อเนื่อง
“EV Crossroads 2026” เปิดเวทีความรู้ ให้ผู้ใช้รถ EV ตัดสินใจอย่างมั่นใจ
ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “EV Crossroads 2026: อัพเดททเรนด์ และเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่คนไทยควรรู้” ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ในแวดวง EV มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง นำโดย อ.มนัส พลัดเจริญ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ออลอีวี เซอร์วิส จำกัด (All EV Service) ผู้ให้บริการ และดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงจัดอบรมพัฒนาบุคลากรด้าน EV, เวล-กฤษดา ธีรศุภลักษณ์ คอนเทนท์ครีเอเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้า เจ้าของเพจ และช่อง Welldone Guarantee (เวลดัน การันตี) และปัง และอาย จากช่อง EV Girls ซึ่งนำเสนอประสบการณ์การใช้ และรีวิวรถยนต์ไฟฟ้าในมุมผู้บริโภค เนื้อหาการเสวนาครอบคลุมตั้งแต่ทิศทางตลาด เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลง ข้อควรรู้ก่อนเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงแนวทางดูแล และบำรุงรักษารถ EV ให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับสภาพการใช้งานในประเทศไทย
B-Quik New Service & Digital Lifestyle เชื่อมทุกจังหวะการเดินทาง
นอกจากการขยายบริการสำหรับรถ EV แล้ว B-Quik ยังเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าภายใต้แนวคิด B-Quik New Service & Digital Lifestyle โดยเชื่อมการบริการนอกสถานที่ ช่องทางดิจิทอล ระบบสมาชิก และพันธมิตรด้านไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน เป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ต่อเนื่องมากกว่าช่วงเวลาที่นำรถเข้าศูนย์บริการ
Digital Mobility Ecosystem ตั้งแต่ค้นหาข้อมูลถึงการดูแลเชิงป้องกัน
B-Quik เดินหน้าพัฒนาช่องทางบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า ตั้งแต่ B-Quik Mobile Service บริการเปลี่ยนยางถึงที่ ไปจนถึงการเลือกซื้อยางรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะเดียวกัน เวบไซท์ B-Quik.com ได้พัฒนาระบบ และรูปแบบ E-Commerce สำหรับค้นหาข้อมูล และเลือกซื้อสินค้า ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ B-Member ซึ่งรวมการสะสมคะแนน ส่วนลด และสิทธิพิเศษไว้ในระบบเดียว สู่แนวคิด One-Stop Online Experience
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ B-Member พัฒนาขึ้น คือ “B-Car” สำหรับจัดเก็บประวัติการดูแลรถยนต์ ช่วยให้สมาชิกตรวจสอบข้อมูล วางแผนบำรุงรักษา และรับการแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดเข้ารับบริการ แนวคิดนี้เป็นการขยับจากการดูแลรถเมื่อเกิดปัญหา ไปสู่การดูแลเชิงป้องกัน โดยใช้ข้อมูลเข้ามาช่วยประกอบการตัดสินใจ
B-Member ขยายจากสิทธิประโยชน์เรื่องรถ สู่ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
B-Member กำลังขยายบทบาทจากระบบสมาชิกที่เน้นการสะสมคะแนนเพื่อรับส่วนลดด้านการดูแลรถยนต์ ไปสู่พแลทฟอร์มสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับความสนใจของลูกค้าในหลากหลายหมวด ทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม การเดินทาง ท่องเที่ยว และพักผ่อน สุขภาพ และการออกกำลังกาย ชอพพิง และความบันเทิง ผ่านกิจกรรม และความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ โดยสมาชิกสามารถใช้คะแนน B-Member เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ
B-Cafe และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ สร้างประสบการณ์ให้เกิดขึ้นจริง
ภาพของแนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน “B-Cafe” ร้านเครื่องดื่ม และของว่างที่ B-Quik เปิดให้บริการแล้ว 7 สาขา ภายในศูนย์บริการรถยนต์ B-Quik เพื่อเพิ่มความสะดวก และยกระดับประสบการณ์ระหว่างรอรับบริการ ให้ศูนย์บริการเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์จังหวะชีวิตของลูกค้ามากกว่าการนำรถเข้าตรวจเชคเพียงอย่างเดียว
อีกหนึ่งกิจกรรม คือ การสนับสนุน “B-Quik Khao Yai Marathon” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เชื่อมแบรนด์เข้ากับกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ และการออกกำลังกาย โดย B-Quik ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางตั้งแต่การเตรียมรถ การเดินทางสู่เขาใหญ่ ไปจนถึงประสบการณ์ในวันแข่งขัน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในทุกปี
ขณะที่ B-Quik Bangsaen Grand Prix 2026 ที่ชายหาดบางแสน ก็ขยับจากประสบการณ์การชมรถแข่งในรูปแบบเดิม ด้วยการจัดกิจกรรมเต้นแอโรบิคริมชายหาด และงานวิ่งในสนามแข่งรถ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรก สร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้แก่ทั้งวงการมอเตอร์สปอร์ท และลูกค้า
“Car-B” มาสคอทใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ 3 คาแรคเตอร์ เชื่อมแบรนด์กับผู้บริโภค
อีกหนึ่งสีสันภายในงาน คือ การเปิดตัว Car-B มาสคอทคาปิบาราคาแรคเตอร์ใหม่ของ B-Quik ที่ออกแบบให้มีความเป็นมิตร และเข้าถึงง่าย เพื่อเป็นตัวกลางในการสื่อสารเรื่องรถ ระบบสมาชิก สิทธิประโยชน์ และกิจกรรมต่างๆ ให้เข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ และครอบครัว
ขณะเดียวกัน มิกค์ ทองระย้า, บิวกิน-พุฒิพงศ์ และพีพี-กฤษฏ์ ก็เข้ามาสะท้อนภาพผู้ใช้รถที่มีช่วงวัย บุคลิก และรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน ช่วยขยายภาพของ B-Quik จากแบรนด์ที่สื่อสารเรื่องสินค้าและบริการ ไปสู่ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า นอกจากนี้ B-Quik เตรียมจัดงาน “B-Quik Super Fan Day” ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 โดยรายละเอียดจะประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
เติบโตจากความไว้วางใจ พร้อมรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม
นอกจากการพัฒนาธุรกิจ B-Quik ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปัจจุบันได้จัดตั้งมูลนิธิ B-Quik เพื่อสังคม เพื่อสร้างประโยชน์ แบ่งปัน และช่วยเหลือหน่วยงานที่ขาดแคลน รวมถึงให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ กิจกรรมครอบคลุมตั้งแต่การบริจาคโลหิต การช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ การสนับสนุนการก่อสร้าง และพัฒนาโรงเรียน และศาสนสถาน การมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้หน่วยงานที่ขาดแคลน ตลอดจนการช่วยเหลือ และให้โอกาสแก่บุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
ด้านการศึกษา B-Quik ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมงานในสายยานยนต์ โดยมีเครือข่ายความร่วมมือกับวิทยาลัยอาชีพ และวิทยาลัยเทคโนโลยีทั่วประเทศ เพื่อรองรับบุคลากรรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน และการทำงานในองค์กร
ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางของ B-Quik ที่ต้องการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยไม่หยุดพัฒนาทั้งบริการ เทคโนโลยี บุคลากร และประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้แบรนด์สามารถดูแลทั้ง “คน รถ และสิ่งแวดล้อม” ได้มากขึ้น จากศูนย์บริการรถยนต์ สู่แบรนด์ที่ต้องการเชื่อมโยงกับทุกไลฟ์สไตล์ในทุกจังหวะของการเดินทาง ไม่ว่าสถานการณ์ หรือเทคโนโลยีการขับเคลื่อนจะเปลี่ยนไปอย่างไร






