บทความ
5 ตุลาคม จุดเริ่มต้นของ Enzo Ferrari สู่ตำนานม้าลำพองที่โลกยอมรับ

จากก้าวแรกเมื่อ 107 ปีก่อน จนวันนี้ที่โลกไม่มีใครไม่รู้จัก Ferrari เรื่องราวเล็กๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ ที่สร้างเรื่องราวสุดเหลือเชื่อHighlight
วันนี้ในอดีต (5 ตุลาคม) ถือเป็นจุดเริ่มต้นตำนาน "ม้าลำพอง" และก้าวแรกบนสนามแข่งของ Enzo Ferrari
เมื่อใครสักคนพูดถึงซูเพอร์คาร์ที่ทรงอิทธิพล และมีมนต์ขลังมากที่สุดในโลก Ferrari (แฟร์รารี) จะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง แต่รู้หรือไม่ว่า ตำนานม้าลำพองที่เราเห็นวิ่งสับเกียร์ทิ้งเสียงคำรามดุดันบนท้องถนนทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นเล็กๆ ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว และเกิดขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม นี่เอง
ย้อนกลับไปในวันที่ 5 ตุลาคม ปี 1919 Enzo Ferrari (เอนโซ แฟร์รารี) ในวัยเพียง 21 ปี ได้ตัดสินใจลงแข่งขันรถยนต์ระดับอาชีพเป็นครั้งแรกในชีวิต ในรายการแข่งรถแบบขับขึ้นเขา ที่มีชื่อว่า Parma-Poggio di Berceto ในประเทศอิตาลี
แน่นอนว่าในตอนนั้นเขายังไม่ได้ขับรถแบรนด์ตัวเอง (เพราะบริษัท Ferrari ยังไม่ถือกำเนิดขึ้น) ในขณะนั้นเขาควบพวงมาลัยรถยนต์ยี่ห้อ CMN (Costruzioni Meccaniche Nazionali) รุ่น 15/20 ซึ่งเป็นรถสปอร์ทขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ขนาด 2.3 ลิตร
แม้ว่า Enzo Ferrari จะขับเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 11 เท่านั้นในตารางรวม (และได้อันดับ 4 ในรุ่นคลาสส์เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร) ซึ่งไม่ได้เป็นการคว้าแชมพ์อันดับ 1 อย่างยิ่งใหญ่อะไร แต่การแข่งขันในวันนั้นเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่จุดประกายแพสชันในกีฬามอเตอร์สปอร์ทให้เขารู้ว่า ตัวเองเกิดมาเพื่อความเร็ว
หลังจากวันนั้น Enzo Ferrari ก็เดินหน้าเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว ย้ายไปขับให้แก่ค่าย Alfa Romeo (อัลฟา โรเมโอ) ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมแข่ง "Scuderia Ferrari" และในที่สุดก็แยกตัวออกมาสร้างแบรนด์รถยนต์ที่ติดป้ายชื่อของเขาเองในปี 1947
ก้าวแรกในรายการแข่งขันอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ด้วยชัยชนะ และการฉลองชัย แต่ไทม์ไลน์หลังจากนั้นของ Enzo Ferrari ในปี 1919 กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวอันเข้มข้นของการแข่งขัน ความทะเยอทะยาน และความหลงใหลในมอเตอร์สปอร์ทอย่างแท้จริง
การสร้างแบรนด์ Ferrari ขึ้นมา "เกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออก" กับการลงแข่งขัน อันที่จริงแล้ว เป้าหมายหลักในการสร้างแบรนด์รถของ Enzo Ferrari ไม่ใช่เพื่อผลกำไรทางธุรกิจ แต่เพื่อหาเงินมาสนับสนุนทีมแข่งรถของเขาเสียมากกว่า
นี่คือโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง และเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของ Ferrari สำหรับ Enzo Ferrari การสร้างรถสปอร์ทวิ่งบนถนน ไม่ใช่จุดประสงค์หลักในการทำธุรกิจตั้งแต่แรก แต่เป็นเครื่องมือในการหาทุนเพื่อสนับสนุน "Scuderia Ferrari" ทีมแข่งรถที่เขารักต่างหาก
การแข่งรถนั้นใช้เงินมหาศาล และโดยปกติแล้วมักจะขาดทุน Enzo Ferrari จึงนำกำไรจากการขายรถยนต์สุดหรูให้แก่ลูกค้าเศรษฐี มาทุ่มเทให้แก่การพัฒนารถแข่งให้เร็วขึ้น และคว้าชัยชนะให้ได้มากขึ้น
เมื่อรถแข่งชนะ ชื่อเสียงของแบรนด์ก็โด่งดัง ทำให้คนยิ่งอยากซื้อ Ferrari เวอร์ชันจำหน่ายจริงมากขึ้น เกิดเป็นวงจรที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ โมเดลธุรกิจแบบนี้ทำให้ Ferrari ไม่จำเป็นต้องลงโฆษณาตามสื่อต่างๆ เหมือนค่ายรถอื่น
เพราะผลงานบนสนามแข่ง Formula 1 และ Le Mans คือ เครื่องพิสูจน์คุณภาพ และเป็นการตลาดที่ดีที่สุดของแบรนด์อย่างแท้จริง ที่ไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้
การตัดสินใจลงสนามในวันที่ 5 ตุลาคมของ Enzo Ferrari ถือเป็นโดมิโนตัวแรกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมาถึงทุกวันนี้ Ferrari ไม่ได้เป็นเพียงทีมแข่ง Formula 1 ที่ประสบความสำเร็จ และมีแฟนคลับเหนียวแน่นที่สุดในประวัติศาสตร์
แต่ยังเป็นแบรนด์หรูที่กำหนดมาตรฐานใหม่ให้แก่ตลาดซูเพอร์คาร์โลกมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคของเครื่องยนต์ V8 และ V12 แบบไร้ระบบอัดอากาศ (NA) ที่ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ดิบเถื่อน และเสียงท่อที่เป็นเอกลักษณ์
จนมาถึงยุคปัจจุบันที่ตลาด และกฎหมายมลพิษบีบบังคับ Ferrari ก็ยังสามารถปรับตัวได้อย่างชาญฉลาด ทั้งการนำเทคโนโลยีขุมพลัง Plug-in Hybrid มาใส่ในซูเพอร์คาร์ตัวแรงอย่าง SF90 Stradale (เอสเอฟ 90 สตราดาเล) หรือแม้กระทั่งการยอมกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อลงมาเล่นในตลาดรถอเนกประสงค์ด้วยการเปิดตัว Ferrari Purosangue (ปูโรซังกเว) ซึ่งกวาดยอดจองถล่มทลายทั่วโลก
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าเทคโนโลยี และทเรนด์ของโลกยานยนต์จะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน แต่ DNA จากจิตวิญญาณนักแข่งที่เริ่มขึ้นในปี 1919 ยังคงถูกถ่ายทอดอยู่ในรถทุกคันที่ประทับตราม้าลำพองมาโดยตลอด
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวในวงการ รถยนต์


