ทดสอบ
GWM POER SAHAR DIESEL พิคอัพลูกผสมไฮบริด เป็นดีเซลเต็มตัว
พิคอัพยุคใหม่ หลากหลาย เลือกได้ มากกว่าแค่ดีเซล เทอร์โบ หรือเบนซิน ในอดีต ยุคนี้ยังมีมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ EV อย่าง POER SAHAR (โพเออร์ ซาฮาร์) พิคอัพพลังไฮบริด HEV ภาพสะท้อนของ GWM TANK 500 (กเรท วอลล์ มอเตอร์ แทงค์ 500) เอสยูวีตัวใหญ่มาดแกร่ง ให้มาครบ แต่หลักๆ พิคอัพแบบเดิมๆ อย่างดีเซล เทอร์โบ ก็ยังเป็นที่ต้องการ GWM จึงเพิ่มทางเลือกที่ 2 คือ POER SAHAR DIESEL ที่มีดีเหมือนเดิม และยังจัดหนักจัดเต็ม
EXTERIOR ภายนอก
รูปทรงของ POER SAHAR เน้นความบึกบึน กระจังหน้ามีขนาดใหญ่ ชุดกันชน และฝากระโปรงมีสันเหลี่ยม มิติตัวถัง ยาว/กว้าง/สูง 5,445/1,991/1,924 มม. ใหญ่กว่า FORD RANGER (ฟอร์ด เรนเจอร์) ที่มีขนาด 5,370/1,918/1,884 มม. ISUZU V-CROSS (อีซูซุ วี-ครอสส์) ที่มีขนาด 5,280/1,870/1,810 มม. MAZDA BT-50 DBL 3.0 XTR 4x4 6AT ที่มีขนาด 5,280/1,870/1,810 มม. MITSUBISHI TRITON DOUBLE CAB ATHLETE 4WD NAVARA DOUBLE CAB PRO-4X 7AT ที่มีขนาด 5,360/1,930/1,815 มม. และ TOYOTA HILUX TRAVO OVERLAND (โตโยตา ไฮลักซ์ ทราโว โอเวอร์แลนด์) ที่มีขนาด 5,320/1,885/1,815 มม.
ไฟหน้า และไฟตัดหมอกแบบ LED ของ POER SAHAR DIESEL ออกแบบรับกับตัวรถ ไฟท้ายในแนวตั้งมีความทันสมัย
POER SAHAR DIESEL ใช้ล้อแมกขนาด 18 นิ้ว และยางขนาด 265/60 R18 เท่ากับ TOYOTA HILUX TRAVO OVERLAND
INTERIOR ภายใน
ภายในตกแต่งหรูหรา กว้างขวาง จอทัชสกรีนขนาด 14.6 นิ้ว รองรับ APPLE CAR PLAY และ ANDROID AUTO จอแผงหน้าปัดแบบดิจิทอล จอแสดงผลบนกระจกหน้า HEAD UP DISPLAY พวงมาลัยพร้อมสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง และสวิทช์ควบคุมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ใช้ง่าย สะดวกสบายด้วยแท่นชาร์จไร้สายสำหรับสมาร์ทโฟน
เบาะคู่หน้านวดไฟฟ้า และระบบระบายอากาศ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง ระบบบันทึกตําแหน่งพร้อมระบบ WELCOME SEAT เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะแถวหลังแยก 40:20:40 สามารถปรับตามความต้องการได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมระบบปรับอากาศด้านหลัง
ส่วนระดับเสียงในห้องโดยสาร จากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. วัดได้ใกล้เคียงกับรุ่นไฮบริดที่ 55/61/63/67 เดซิเบล TOYOTA HILUX REVO (โตโยตา ไฮลักซ์ รีโว) (53/56/60/63 เดซิเบล) และ ISUZU V-CROSS 52/56/59/63 เดซิเบล
ENGINE เครื่องยนต์
POER SAHAR DIESEL ใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.4 ลิตร ตัวเดียวกับ TANK 500 และ TANK 300 ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 3,600 รตน. ให้แรงบิดสูงสุด 480 นิวทันเมตร แบบต่อเนื่อง 1,500-2,500 รตน. แรงบิด 260 นิวทันเมตร ตั้งแต่ 1,000 รตน. 350 นิวทันเมตร ที่ 1,000 รตน. และ 480 นิวทันเมตร ที่ 1,500-2,500 รตน.
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ออกแบบให้มีช่วงอัตราทดกว้าง ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ขณะใช้ความเร็วเดินทาง
ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ในรุ่น 2.4T PRO และ 2.4T ULTRA ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ในรุ่น 2.4T ULTRA 4WD
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 12.0 วินาที 0-400 ม. ในเวลา 18.3 วินาที และ 0-1,000 ม. ที่ 33.7 วินาที ของ POER SAHAR DIESEL ช้ากว่าเครื่องยนต์ระบบไฮบริด 244 แรงม้า ที่ทำไว้ 8.3/16.2/30.9 วินาที
แต่ก็สู้ได้กับเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.4 ลิตร อย่าง NISSAN NAVARA DOUBLE CAB PRO-4X 7AT (12.1/18.4/33.9 วินาที) และ TOYOTA HILUX DOUBLE CAB (13.3/18.9/34.7 วินาที)
ช้ากว่ารุ่นใหญ่ตัวแรง 200 แรงม้า อย่าง FORD RANGER WILDTRAK 2.0L BI-TURBO 4x4 (10.1/17.3/31.8 วินาที) TOYOTA HILUX TRAVO DOUBLE CAB 4TREX 2.8 OVERLAND PLUS AT (10.4/17.4/31.7 วินาที) MAZDA BT-50 DBL 3.0 XTR 4x4 6AT (10.7/17.6/32.3 วินาที)
ISUZU V-CROSS 3.0 DDI M (10.8/17.5/32.4 วินาที) และ MITSUBISHI TRITON DOUBLE CAB 4WD ATHLETE (10.8/17.7/32.5 วินาที)
เมื่อเร่งแซง ที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. POER SAHAR มีอัตราเร่งที่ 6.8 และ 9.2 วินาที เทียบไม่ได้กับระบบไฮบริดที่ทำได้เพียง 4.5 และ 5.3 วินาที
ใกล้เคียงกับ NISSAN NAVARA PRO-4X (6.1/8.0 วินาที) และ TOYOTA HILUX DOUBLE CAB (7.2/9.5 วินาที)
เป็นรอง FORD RANGER (5.3 และ 7.0 วินาที) TOYOTA HILUX TRAVO (5.5 และ 6.7 วินาที) MITSUBISHI TRITON ATHLETE (5.7 และ 7.3 วินาที) ISUZU V-CROSS (5.9 และ 7.8 วินาที) และ MAZDA BT-50 (6.0 และ 7.6 วินาที)
SUSPENSION ระบบรองรับ
POER SAHAR DIESEL ตัวถังวางบนแชสซีส์เหมือน GWM TANK 500 แต่ระบบรองรับด้านหลังเป็นแหนบแผ่นซ้อนเหมือนกับกระบะบรรทุก ความนุ่มนวลจึงทำได้ดีไม่เท่า ท้ายยังเด้งอยู่
ระบบเบรคเป็นแบบจานทั้ง 4 ล้อ และมีช่องระบายความร้อน มาพร้อมระบบช่วย ABS, EBD, TCS และ ESC
ประสิทธิภาพของระบบเบรค POER SAHAR DIESEL ที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. ใช้ระยะ 15.9/29.8/43.9 ม. ดีกว่ารุ่นไฮบริด ที่ทำเอาไว้ที่ 16.8/28.5/44.1 ม.
POER SAHAR DIESEL ใช้ระยะหยุดใกล้เคียงกับ ISUZU V-CROSS (15.5/27.3/45.2 ม.) NISSAN NAVARA PRO-4X (15.6/26.0/43.0 ม.) MITSUBISHI TRITON ATHLETE (15.6/27.8/42.5 ม.) TOYOTA HILUX TRAVO (15.8/27.7/43.8 ม.)
ดีกว่า MAZDA BT-50 (16.5/28.5/45.0 ม.) และ FORD RANGER (17.8/31.1/49.6 ม.)
การลุยสำหรับ POER SAHAR มีโหมดการขับขี่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโหมดการลุยทางผืนทราย ลุยโคลน การปรับโหมดการส่งกำลังของชุดเฟืองส่งกำลังรูปแบบต่างๆ ทำได้ดีเกินคาด นอกจากนี้ ยังมีการแสดงผลผ่านหน้าจอหลัก
รุ่น 4WD ULTRA ระบบศูนย์บริการลูกค้า ระบบติดต่อฉุกเฉิน กล้องมองรอบทิศทาง 360 องศา ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้พร้อมระบบช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ (ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ที่ความเร็วต่ำ (TJA) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาเลน (LKA) ระบบช่วยรักษาเลน (LCK) ระบบช่วยรักษาเลนฉุกเฉิน (ELK)ระบบตรวจจับวัตถุขนาดใหญ่ (WDS) ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (LCA) ระบบเตือนการชนท้าย (RCW) ระบบเตือนการจราจรตัดข้ามด้านหลัง (RCTA)ระบบเบรกการจราจรตัดข้ามด้านหลัง (RCTB) ระบบลดความเสียหายจากการชนครั้งที่สอง (SCM) ระบบช่วยออกตัวบนเนินและควบคุมการลงเนิน (HSA / HDC)
นอกจากนี้ ยังมีระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS) ระบบเตือนประตูเปิด (DOW) เซนเซอร์จอดรถด้านหน้าและด้านหลัง ระบบจดจำป้ายจราจรและจำกัดความเร็ว คำเตือน ระบบสัญญาณหยุดฉุกเฉิน (ESS) จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX ระบบล็อคเพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็ก
ฝาท้ายกระบะของ POER SAHAR DIESEL เปิด-ปิดเหมือนรถกระบะทั่วไป ไม่เหมือนรุ่น HEV ที่ทำได้ 2 รูปแบบ เฉพาะรุ่น ULTRA 4WD รองรับการต่ออุปกรณ์ลากพ่วง
POER SAHAR DIESEL มีความหรูหราภูมิฐาน ตัวถังใหญ่ ประสิทธิภาพการลุยทางสมบุกสมบันทำได้ดี สามารถลุยได้หลากหลายสภาพ โดยสามารถลดภาระผู้ขับขี่ลงได้มาก ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 2.4T ULTRA 4WD ราคา 999,000 บาท ประหยัดกว่ารุ่น HEV ULTRA (4WD) 390,000 บาท และยังมีรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เริ่มต้น รุ่น 2.4T PRO ราคา 799,000 บาท รุ่นรอง 2.4T ULTRA ราคา 899,000 บาท
เมื่อเปรียบกับราคาของเจ้าตลาดอย่าง HILUX TRAVO DOUBLE CAB OVERLAND ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร รุ่นเริ่มต้น PRERUNNER ราคา 1,102,000 บาท PRERUNNER PLUS ราคา 1,176,000 บาท 4TREX ราคา 1,292,000 บาท และ 4TREX PLUS ราคา 1,366,000 บาท ก็ยิ่งน่าคิด



