| ภายนอก | |
| ภายใน | |
| ภาพรวม |
หลังจากเข้าไปอยู่ภายใต้ชายคาของ เอาดี เอจี ตั้งแต่ปี 1998 ปัญหาเรื่องการเงินของ ลัมโบร์กินี ก็หมดไป จึงทำให้การออกแบบพัฒนา และผลิตรถสปอร์ท ตรา “กระทิงดุ” ราบรื่นติดลมบน จนล่าสุดได้เพิ่มเซกเมนท์ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ในชื่อ “อูรุส” ซึ่งอวดสรรพคุณว่าเป็น THE WORLD’S FIRST SUPER SPORT UTILITY VEHICLE ทีมนักออกแบบของเราจะมีความคิดเห็นอย่างไรกับรถคันนี้ เชิญติดตามฟอร์มูลา : ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี รุ่นที่ 2 ของค่าย กระทิงดุ ภัทรกิติ์ : มันไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้นกับ ลัมโบร์กินี แอลเอม 002 เอสยูวี รุ่นแรกของค่าย ฟอร์มูลา : แต่อย่างไรก็ต้องเรียก อูรุส ว่าเป็นรุ่นที่ 2 ภัทรกิติ์ : รถคันนี้มีความเกี่ยวข้องกับ เอาดี คิว 8 อยู่พอสมควร ฟอร์มูลา : คาดว่าใช้พื้นฐานเดียวกัน
ภัทรกิติ์ : การออกแบบ อูรุส ถือว่าบ้าบิ่นมาก เพราะตลาดครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี กำลังหอมหวน เราไม่รู้เลยว่า เอาเข้าจริงแล้ว จะโดนใจใครหรือเปล่า แต่ถือว่าเป็นรถที่โดดเด่นจริงๆ ทิศทางการออกแบบนำบุคลิกของบแรนด์มาเต็มเปี่ยม และ ลัมโบร์กินี ไม่ได้ทำรถเครื่องยนต์วางหน้ามานานมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องวางกลางลำ ในอดีตคนจะบอกว่า ลัมโบร์กินี ออกแบบโดยลากเส้นเดียว ตั้งแต่หัวจรดท้าย แต่สำหรับ อูรุส นี้เป็นทรงสองกล่อง
ฟอร์มูลา : คงต้องย้อนไปสัก 40-50 ปี
ภัทรกิติ์ : น่าจะถึงอยู่นะครับ ส่วนประกอบหลักที่ ลัมโบร์กินี ทุกคันต้องมี คือ รูปทรงหกเหลี่ยมที่ซ่อนอยู่ตามชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ซึ่งมันคือ รูปแบบนั่นเอง
อภิชาต : ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี โดยพื้นฐานจะเป็นรถสูง ฉะนั้นการทำงานดีไซจ์นจะแบ่งชิ้นส่วนชัดเจน ระหว่างส่วนบนกับส่วนล่างของตัวถัง โดย อูรุส ก็ใช้เทคนิคดังกล่าวนั่นคือ ส่วนล่างของตัวถังจะใช้สีเทาเข้ม
ฟอร์มูลา : คล้ายๆ เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-แอลเอส
ภัทรกิติ์ : จุดประสงค์ คือ ต้องการทำให้รถดูบางลง
อภิชาต : ใช่ครับ ทำให้ได้สัดส่วนที่ดูเซกซี ประเด็นอยู่ตรงที่ทำให้รถคันนี้มันแตกต่างจาก ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี คันใหญ่ในบแรนด์อื่นๆ พอสมควร ที่สำคัญผมว่าดีไซจ์เนอร์ทุกคนจะรู้ว่า ลัมโบร์กินี มีดีไซจ์นภาษาชัดเจนว่า นี่คือ บแรนด์ เขา ที่ไม่จำเป็นต้องตามทเรนด์ใคร เพราะเขามีทเรนด์เป็นของตัวเอง เคยมีคนพูดว่า โวลโว ยืม ลัมโบร์กินี มาใช้ด้วย และเราจะไม่เห็นการดีไซจ์นให้รถมีกล้ามเนื้อใน ลัมโบร์กินี รุ่นปกติ แต่จะเห็นได้ใน อูรุส คันนี้
ภัทรกิติ์ : ก่อนจะมาเป็นรถคันนี้ได้ ลัมโบร์กินี ทำการวิจัยจากแบบสอบถามเยอะมาก ด้วยเหตุจำเป็นต้องเพิ่มเซกเมนท์ใหม่ให้บริษัทฯ เพราะของที่ขายมีแค่รถเครื่องยนต์วางกลางลำ 2 รุ่น เขาจึงพยายามนำเสนออะไรใหม่ๆ ในแนวทางของ กรัน ตูริสโม หรือ จีที ที่มีความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น สุดท้ายมาได้ข้อสรุปลงตัว คือ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี และไม่สนใจจะไปแข่งกับ โพร์เช หรือ แอสตัน มาร์ทิน แต่ฉีกแนวออกไปแบบก้าวกระโดดมาอีกระดับหนึ่ง
ฟอร์มูลา : ห้องโดยสารเป็นอย่างไรบ้างครับ ?
ภัทรกิติ์ : ภายในยังคงรูปทรงหกเหลี่ยม ถ้าให้ดูเฉพาะห้องโดยสารอย่างเดียวก็รู้ทันทีว่ารถคันนี้ คือ ลัมโบร์กินี รวมถึงการใช้วัสดุที่ดูแปลกตากว่ารถทั่วไป มองเหมือนแข็ง แต่นั่งสบาย ควรเรียกว่าเป็น “เจทพเลน ออน เธอะ สตรีท”
ฟอร์มูลา : พื้นที่ใช้สอยภายใน เหมือนที่คาดหวังไว้ไหมครับ ?
ภัทรกิติ์ : ใหญ่ครับ เรียกว่าเกินกว่าที่คาดหวังไว้
อภิชาต : อย่าลืมว่าเรากำลังพูดถึง อิตาเลียน ดีไซจ์น แต่อยู่ภายใต้การผลิตตามมาตรฐานของเยอรมัน ฉะนั้นเมื่อคนเยอรมันซื้อบแรนด์ อาจจะมีการแชร์เทคโนโลยี และสไตล์การออกแบบบ้างในช่วงแรก แต่หลังๆ น่าจะปล่อยไปตามแนวทางของบแรนด์
ภัทรกิติ์ : รถคันนี้เหมาะกับคนที่อยากเป็นเจ้าของ ลัมโบร์กินี แต่ไม่อยากลำบาก เพราะ อูรุส มีความสะดวกสบายให้มาเหลือเฟือ จะบอกว่าจัดเต็มทุกมิลลิเมตรเลยก็ว่าได้
ฟอร์มูลา : รถคันใหญ่ แต่ออกแบบให้เป็น 4 ที่นั่ง แบ่งแยกชัดเจน
ภัทรกิติ์ : ถ้าใครชอบความเรียบง่าย ก็จะไม่ชอบ แต่ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ค่ายกระทิงดุ อูรุส คันนี้ใช่เลย
อภิชาต : ลัมโบร์กินี ชัดเจนตรงที่สาวกเขาจะไม่ไปมองบแรนด์อื่นเลย
ภัทรกิติ์ : อูรุส คือ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ในฝัน ที่ผลิตออกมาขายจริง นับตั้งแต่เห็นตอนเป็นรถแนวคิด จนมาถึงผลิตขายไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย
ฟอร์มูลา : พูดง่ายๆ คือ ถูกใจทั้งภายนอกและภายใน
อภิชาต : ราคาเริ่มต้นเท่าไรครับ ?
ฟอร์มูลา : 23.42 ล้านบาท
ภัทรกิติ์ : แหม...อยากจะรวยขึ้นมาทันที ! 
