พรบ. จราจรทางบกฉบับใหม่ ที่เพิ่งบังคับใช้เมื่อ 20 กันยายน 2562 มีกฎหมายหลายข้อเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับใบขับขี่ และใบสั่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่คนใช้รถต้องรู้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เชื่อมโยงข้อมูลการออกใบสั่งกับกรมการขนส่งทางบก ในระบบออนไลน์ข้อมูลใบสั่งแล้ว โดยตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2562 เจ้าของรถที่ได้รับใบสั่งตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2561 จะต่อภาษีไม่ได้จนกว่าจะชำระค่าปรับที่ค้างอยู่ โดยกรมการขนส่งทางบกจะรับชำระค่าปรับที่ค้างชำระแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ขับขี่ หรือเจ้าของรถสามารถชำระค่าปรับพร้อมค่าภาษีประจำปีได้ที่สำนัก งานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ แต่จะชำระใบสั่งที่กรมการขนส่งทางบก ได้ไม่เกิน 18 ใบ หากเกินกว่านั้นต้องนำใบสั่งที่เหลือ ไปชำระยังสถานีตำรวจที่ออกใบสั่ง
ถ้าหากมีการทำผิดกฎจราจรแต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ ตำรวจไม่สามารถเขียนใบสั่งไว้ที่รถได้ ต้องส่งใบสั่งพร้อมหลักฐานทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ไปยังเจ้าของรถ หรือผู้ครอบครองรถเพื่อให้มาชำระค่าปรับ
ผู้ที่ชำระค่าภาษีต่อทะเบียน แต่ไม่ชำระค่าปรับที่ค้างอยู่ กรมการขนส่งทางบกจะออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีฉบับชั่วคราวให้ โดยผู้ขับขี่จะชำระค่าปรับช่องทางอื่นได้ เช่น ไปรษณีย์ทุกแห่ง, เคาน์เตอร์บริการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ตู้เอทีเอม ธนาคารกรุงไทย, แอพพลิเคชัน กรุงไทย NEXT, และหน่วยบริการรับชำระเงินที่มีสัญลักษณ์ PTM (POLICE TICKET MANAGEMENT) เช่น กลุ่ม CENPAY และตู้บุญเติม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน จากนั้นจึงนำใบเสร็จค่าปรับไปขอรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีตัวจริง แต่ถ้าไม่ชำระค่าปรับภายใน 30 วัน จะเป็นขั้นตอนของเจ้าพนักงานตำรวจจราจรตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป ที่จะมีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนกรมการขนส่งทางบก ให้งดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสำหรับรถคันนั้น
ผู้ขับขี่ หรือเจ้าของรถ เห็นว่าตนไม่ได้กระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง สามารถทำหนังสือโต้แย้งข้อกล่าวหาแล้วส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ ไปยังสถานีตำรวจตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับแจ้งจากนายทะเบียนขนส่ง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำเวบไซท์เพื่อให้ประชาชนผู้รับใบสั่งได้ตรวจสอบจำนวนใบสั่งที่ถูกเขียนทั้งหมด รวมถึงจำนวนค่าปรับ และช่องทางการชำระค่าปรับ ผ่านระบบออนไลน์ โดยระบบนี้มีชื่อว่า “ระบบใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน” (E-TICKET) ซึ่งสามารถลงทะเบียนด้วยทะเบียนรถยนต์ หรือใบขับขี่พร้อมข้อมูลบัตรประชาชนผ่านเวบไซท์ https://ptm.police.go.th/eTicket/#/
1. เข้าเวบไซท์ จากนั้นกดปุ่มลงทะเบียนใช้งาน
2. กรอกข้อมูลส่วนตัวตามบัตรประจำตัวประชาชน โดย LASER ID สามารถดูได้จากด้านหลังบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทคาร์ด
3. ข้อมูลที่ใช้ลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตน USERNAME&PASSWORD มีให้เลือก 2 แบบ คือ การใช้ข้อมูลรถที่ครอบครอง หรือข้อมูลใบอนุญาตขับขี่ เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ระบุอี-เมลที่จะใช้ลงทะเบียน
4. ระบบจะส่งรหัสยืนยันไปที่อี-เมล จากนั้นให้ใส่รหัสยืนยัน 6 หลัก ที่ได้รับ และตั้งรหัสผ่านที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่มลงทะเบียน/ยอมรับข้อความข้างต้น/ยืนยัน
5. เสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าสู่ระบบด้วยหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และรหัสผ่านที่ตั้งไว้เพื่อตรวจสอบข้อมูลใบสั่งของตนเองได้ทันที
หากปล่อยให้ทะเบียนรถยนต์ขาดอายุ จะต้องเสียค่าปรับในการชำระภาษีย้อนหลัง 1 % ต่อเดือน จนถึงวันชำระ และหากเจ้าของรถไม่ต่อทะเบียน หรือไม่ชำระภาษี นานเกิน 3 ปี ทะเบียนจะถูกระงับ ต้องจดทะเบียนใหม่ โดยเจ้าของรถต้องคืนแผ่นป้ายทะเบียน และเล่มทะเบียนรถให้ทางกรมการขนส่งทางบกบันทึกการระงับภายใน 30 วัน ไม่เช่นนั้นจะถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท เมื่อทำตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว จึงจะสามารถยื่นขอจดทะเบียนใหม่ได้ พร้อมกับชำระภาษีที่ค้างทั้งหมด หรือค่าปรับ 1 % ต่อเดือน
1. เจ้าหน้าที่สามารถเรียกตรวจใบอนุญาตขับขี่ได้ แต่ไม่สามารถยึดใบอนุญาตขับขี่จากผู้ขับขี่รถทุกประเภท
2. ผู้ขับขี่สามารถแสดงใบอนุญาตได้ 3 รูปแบบที่มี คือ 1. ใบขับขี่ตัวจริงแบบเดิม 2. ใบขับขี่ดิจิทอล ผ่านแอพพลิเคชัน DLT QR LICENCE และ 3. สำเนาภาพถ่ายใบขับขี่ โดยต้องมี QR CODE เพื่อให้เจ้าหน้าที่สแกนตรวจสอบในฐานข้อมูลได้ ตามที่ กรมการขนส่งทางบกกำหนด
3. ผู้ขับขี่ที่กระทำความผิด และได้รับใบสั่ง ต้นขั้วของใบสั่งจะถูกส่งไปยังสถานีตำรวจผู้ออกใบสั่งเพื่อทำการตัดแต้มของผู้ขับขี่
4. ผู้ขับขี่มีแต้มสะสม 12 แต้ม หากถูกตัดครบ 12 แต้ม จะถูกพักใช้ใบขับขี่ 90 วัน โดยแต้มจะกลับคืนสู่ผู้ขับขี่เมื่อไปอบรมการขับขี่ และสอบอีกครั้ง
5. ผู้ขับขี่ที่ได้ใบสั่ง แต่ยังไม่สะดวกจ่ายค่าปรับ สามารถจ่ายพร้อมค่าภาษีรถประจำปีได้ที่กรมการขนส่งทางบก หรือช่องทางอื่นได้ เช่น ไปรษณีย์ทุกแห่ง, เคาน์เตอร์บริการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ตู้เอทีเอม ธนาคารกรุงไทย, แอพพลิเคชัน กรุงไทย NEXT และหน่วยบริการรับชำระเงินที่มีสัญลักษณ์ PTM (POLICE TICKET MANAGEMENT) เช่น กลุ่ม CENPAY และตู้บุญเติม ภายใน 30 วัน 
