ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านที่เป็นสมาชิก หรือท่านที่ติดตามอ่านนิตยสารของเรามาทุกตอนอย่างสม่ำเสมอ น่าจะตั้งข้อสังเกตมานานแล้ว ว่าผมไม่เคยเอาเรื่องรถไฟฟ้า หรือรถอีวี (EV) มานำเสนอ หรืออาจจะแทบไม่เคยเอ่ยถึงเลยด้วยซ้ำไป ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษเลยนะครับ แค่เพราะผมเห็นว่ามีผู้ให้ความเห็น และความรู้อยู่มากพอแล้ว ประกอบกับการที่มันยังเป็นสิ่งใหม่สำหรับพวกเรา ผมจึงยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ ถ้าจะใช้คำพื้นบ้านบรรยายสถานการณ์ในขณะนี้ คงพอจะเรียกได้ว่า กำลังชุลมุนในระดับ “ฝุ่นตลบ” และน่าจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร กว่าจะมี “ภาพ” ที่ชัดเจนกว่านี้
สาเหตุอีกประการก็คือ ผมเชื่อว่าผู้อ่านจำนวนไม่น้อย คงจะต้องการคำตอบสุดท้ายเหมือนๆ กัน หลังจากได้อ่านความเห็นจนจบ ว่าสรุปแล้วรถไฟฟ้านี่ น่าใช้กว่ารถเครื่องยนต์หรือไม่ ผมยังไม่ต้องการ และไม่สมควรเป็นผู้ตัดสินในช่วงเวลานี้ครับ
ในฉบับนี้จึงขอใช้โอกาสมาแนะนำให้รู้จัก รถไฟฟ้าบแรนด์หนึ่งจากประเทศจีน ที่ผมสนใจ และติดตามผลงานมานานหลายปีแล้ว โดยที่ผมไม่ต้องกังวล ว่าจะเป็นการ “เข้าข้าง” หรือเลือกปฏิบัติ เพราะยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน ว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อใด บแรนด์ที่ว่านี้ คือ NIO (เอนไอโอ) หรือที่นิยมเรียกแบบรวบให้เป็นพยางค์เดียวว่า “นีโอ” และผมขอใช้ชื่อนี้เช่นเดียวกัน ในการเล่าเรื่องนะครับ NIO ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2014 แต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศอังกฤษ ในปี 2016 โดยผู้ก่อตั้งชาวจีน ชื่อ “วิลเลียม ลี” (WILLIAM LI) หรือชื่อในภาษาจีนว่า ลี บิน (LI BIN) และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NIO ด้วย ลีเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทในประเภทบุคคล เพราะรายอื่นที่มีหุ้นจำนวนมากกว่าเขา ล้วนเป็นสถาบันการเงินรายใหญ่ หรือไม่ก็เป็นหน่วยงานด้านการลงทุนในระดับสากล ผู้คนจึงเหมารวม เรียกเขาว่า “เจ้าของบริษัท NIO” เสียเลย บริษัท NIO ไม่เพียงแต่ผลิตรถไฟฟ้าคุณภาพสูงมากเท่านั้น ในความเห็นของผม ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นคนเดียวกันนี้ เป็นบุคคลที่เยาวชนไทยของเรา น่าจะได้รู้ประวัติ ความประพฤติ และความสามารถไว้ เพื่อเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิต ผมจึงขอใช้เนื้อที่ส่วนนี้ เล่าความเป็นมาของเขา ก่อนที่จะกลับมาสู่เรื่องรถไฟฟ้าบแรนด์นี้นะครับ
ลีเกิดเมื่อปี 1974 ในเมืองอันฮุย ในแถบตะวันออกของประเทศจีน ซึ่งเป็นจังหวัดที่หนาวเย็นมาก ประชากรล้วนยากจน ชีวิตในวัยเยาว์ของลี แร้นแค้นระดับที่กระแสไฟฟ้ายังมาไม่ถึงบ้านของเขา พ่อ และแม่ของลี หาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ด้วยการไปเป็นกรรมกรในเหมืองถ่านหิน ซึ่งอยู่ห่างไกลจากบ้านนับร้อยกิโลเมตร ลีจึงต้องอยู่ในความดูแลของตา และยาย เขาเป็นเด็กใฝ่ดีมาแต่กำเนิด ไม่เคยทำให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อน หรือกังวล ทำงานทุกอย่าง เพื่อจะได้เงินมาแบ่งเบาภาระของพ่อ แม่ ตา และยาย ความขยัน อดทน (และอาจจะต้องรวมความฉลาดด้วย) ของลี ทำให้เขาสามารถสอบคัดเลือกผ่าน เพื่อเข้าเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งเมืองปักกิ่ง
ระหว่างที่เรียน ลีทำงานพิเศษหลายอย่าง เพื่อเป็นทุนในการศึกษา เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีถึง 2 สาขา คือ สังคมศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ลีมีวิสัยทัศน์ที่ไกล และล้ำสมัย เขาก่อตั้งบริษัทที่ให้บริการด้านอินเตอร์เนทขึ้นในประเทศจีน ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักระบบนี้ และต่อยอดด้วยการตั้งบริษัทที่ให้บริการด้านข้อมูลในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านเวบไซท์ และแอพพลิเคชัน กิจการนี้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และประสบความสำเร็จ จนได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2010 ลีเป็นผู้ก่อตั้ง หรือผู้ร่วมลงทุน ในบริษัทต่างๆ อีกหลาย 10 บริษัท ซึ่งสำหรับนักธุรกิจหลายคน อาจจะถือว่าได้มาสู่จุดสูงสุดแล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับลี
ในปี 2014 เขาขายกิจการของหลายบริษัทออกไป เพื่อนำเงินมาก่อตั้งบริษัทผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งสำหรับคนที่มีวิสัยทัศน์อย่างเขาแล้ว ย่อมมองเห็นแนวโน้ม และโอกาสที่จะประสบความสำเร็จระดับโลก ได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่าในช่วงแรกนั้น ย่อมต้องประสบปัญหา โดยเฉพาะด้านการเงิน แต่ก็มิได้เกินความสามารถของลีในการจัดการ และแก้ไข มีสถาบันการเงินหลายแห่ง ที่มองเห็นศักยภาพของรถไฟฟ้า และวิสัยทัศน์ยาวไกลของลี ที่ไม่ได้มุ่งทำการตลาดเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น แต่ต้องการบุกเบิกให้ NIO แพร่หลายไปทั่วโลก จึงแห่กันขอเข้าร่วมทุนด้วย และลีก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการนำบริษัทนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อันดับสูงสุดของโลก ซึ่งก็คือตลาดหุ้นของนิวยอร์ค หรือ NYSE ได้ในปี 2018
ทุกสิ่งที่ลีทำเกี่ยวกับรถไฟฟ้าบแรนด์นี้ ล้วนถูกใจผมมาก เพราะไม่มีคราบไคลของความเป็นจีน ไม่เหมือนบางบแรนด์ ที่เอาเรื่องชาตินิยม มาปนกับการทำธุรกิจ แค่ได้เห็นโลโกของ NIO ผมก็ชอบแล้ว เพราะสวย มีความเป็นสากล และยังมีความหมายที่ดีด้วย คือ ด้านบนเป็นเส้นโค้ง สื่อถึงเส้นขอบฟ้า ความหมาย คือ ท้องฟ้า วิสัยทัศน์ และอนาคต ส่วนด้านล่างเป็นทรงพยัญชนะวี (V) แต่กลับบนเป็นล่าง สื่อถึงพื้นโลก ความมุ่งมั่น และทิศทางไปสู่ความสำเร็จ หรือความหมายแบบสรุปรวบให้สั้น ตามที่ลีเคยบอกก็คือ “ท้องฟ้าสีครามสดใส กำลังมาหาคุณ” เรื่องราวที่น่าทึ่งของลี ยังมีอีกมาก ผมขอเลื่อนไปเล่าต่อในช่วงท้ายนะครับ ตอนนี้ขอกลับมาแนะนำรถแต่ละรุ่นของ NIO ก่อน ซึ่งไม่ได้มีแค่กลุ่มที่ใช้บแรนด์ NIO เท่านั้น เพราะระดับลีแล้ว แกเป็นคนประเภท “เล็กๆ ไม่ แต่ถ้าใหญ่ๆ ชอบ” ก็เลยสร้าง “บแรนด์ลูก” หรือจะเรียกว่า “บแรนด์น้อง” ก็ได้ ขึ้นมาอีก 2 บแรนด์ ในระดับที่ราคารองลงมา เพื่อให้ลูกค้าทุกระดับ มีโอกาสได้ใช้ ในมุมมองทางธุรกิจก็เสมือนว่า ลีมีบริษัทผลิตรถไฟฟ้าขาย อยู่ถึง 3 บริษัทพร้อมกันเลย บแรนด์ถัดมาจาก NIO ใช้ชื่อว่า ONVO (ออนโว) และ “น้องเล็ก” ถัดจาก ONVO ใช้ชื่อว่า FIREFLY (ไฟร์ฟลาย) ที่แปลว่า หิ่งห้อย ซึ่งผมเดาว่า ลีอาจจะต้องการสื่อความหมายว่า “ถึงจะจิ๋ว แต่ก็แจ๋วกว่า” เหมือนแมลงตัวเล็ก แต่กลับสามารถผลิตแสงด้วยตัวเองได้
มาดูบรรดารุ่นต่างๆ ของบแรนด์ NIO กันก่อน ซึ่งมีมากจนผมรู้สึกว่า ไม่จำเป็นต้องถึงระดับนี้ก็ได้ เอาแบบตามสะดวก ไม่ต้องเรียงตามขนาด หรือราคานะครับ ES8 ET5 ET5T ES6 EC6 ET7 EC7 ES7 และ “เรือธง” อย่างหรู คือ รุ่น ET9 ที่ใช้ช่วงล่างล้ำยุค นุ่มสบาย ระดับที่รถสุดหรูจากประเทศเยอรมนี และประเทศอังกฤษ ไม่สามารถเทียบได้เลย เนื้อที่หมดพอดีครับ ขอผลัดไปบรรยาย “ช่วงล่างมหัศจรรย์” ของ NIO รุ่น ET9 ในฉบับหน้านะครับ
เนื้อเรื่องส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมจำเป็นต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากเพิ่งมีข่าวว่า บริษัท NIO ได้คัดเลือก และแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่รถที่จะนำมาจำหน่ายเป็นรุ่นแรก จะเป็นเพียงบแรนด์ FIREFLY ก่อน ซึ่งขณะนี้มีอยู่เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น และกว่าพวกเราจะสามารถซื้อได้ ก็น่าจะกินเวลาเป็นเดือนครับ ส่วนคำถามที่สงสัยกัน ว่าทำไมอีก 2 บแรนด์ จึงยังไม่มีกำหนดแน่นอนให้พวกเราได้ซื้อมาใช้ ผมขอไปอธิบายในตอนหน้านะครับ

