กลับมาแล้ว ! “SPIRIT CAMP 2025” การรวมตัวท่องเที่ยวรูปแบบคาราวาน ของบรรดาศิษย์เก่าโรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ SPIRIT OF THE 4x4 DRIVING SCHOOL ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15-18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีจุดหมาย ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
สมาชิกพร้อมรถรวม 14 คัน มารายงานตัวครบ ตรงเวลานัด 9.30 น. หลังจากติดสติคเกอร์ เก็บภาพหมู่เป็นที่ระลึก ทีมงานก็ได้เตรียมอาหารมื้อแรกของทริพนี้ไว้รอ ณ ร้านธิรา คาเฟ่&เรสเตอรองท์ จังหวัดชัยนาท ที่มีแต่เมนูเด็ดๆ อย่างขนมจีนพะแนงไก่ ต้มแซ่บกระดูกหมู ปีกไก่ทอด ฯลฯ เรียกได้ว่าเลี้ยงดีตั้งแต่ยังไม่เริ่มทริพ และไม่นานนัก ล้อก็เริ่มหมุนออกจากชัยนาท มุ่งสู่ “ตลาดดอยมูเซอใหม่” ริมทางกลางดอย จังหวัดตาก
อีก 3 ชั่วโมงให้หลัง รถทุกคันเข้าสู่ตัวเมืองตาก เราต้องแยกจากถนนพหลโยธิน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 ไปยังแม่สอด เส้นทางนี้ต้องผ่านโค้งมากมาย โดยอาจเจอรถบรรทุกหนักวิ่งช้าเลนขวา ขบวนต้องขับด้วยความระมัดระวัง แต่ด้วยการติดต่อผ่านวิทยุสื่อสารจากรถคันนำอย่างครูปุ้ม (หัวหน้าครูฝึกของโรงเรียน) ที่จะแจ้งจุดอันตราย และจุดสังเกตอยู่ตลอดเวลา ทำให้ขบวนขับรถง่ายขึ้น และมีบรรยากาศการเดินทางที่เป็นไปอย่างสนุกสนาน และแล้วก็มาถึง “ตลาดดอยมูเซอใหม่” บนเส้นทางที่คดเคี้ยวระหว่างทางไปอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเมื่อล้อหยุดหมุน สมาชิกทุกคนลงไปเที่ยวชมตลาด ซึ่งตลาดแห่งนี้เราสามารถพบเห็นภาพวิถีชีวิตของชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ ซึ่งชาวบ้านที่นี่จะนำผลผลิตจากไร่สวนที่ปลูกเองมาจำหน่าย สมาชิกหลายคนเริ่มถือถุงติดไม้ติดมือกลับรถคนละถุงสองถุง ก่อนเดินทางต่อไปยังแม่สอด
สักพักใหญ่เราก็มาถึงที่พัก ALTO HOTEL M ในเวลา 17.00 น. สมาชิกทุกคนขนสัมภาระเข้าห้องพัก และเตรียมพร้อมรับประทานอาหารเย็นกันในอีก 1 ชั่วโมง หลังสมาชิกขึ้นรถครบ เราจัดขบวนรถอีกครั้งเพื่อเดินทางไปยังร้านอาหาร อนาเตอร์สมิทธิ์ บริเวณใกล้ด่านชายแดนแม่สอด อาหารมื้อนี้ทำให้ผู้ร่วมเดินทางทุกคนรู้จักกันมากขึ้น บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะรื่นเริง ทีมงานได้เล่าประสบการณ์แลกเปลี่ยนอย่างเป็นกันเอง รวมถึงสมาชิกทุกคนก็ได้เริ่มรู้จัก และคุ้นเคยกัน หลังจากอิ่มเอมกับอาหาร รถทุกคันเติมน้ำมันเต็ม ก็กลับเข้าสู่ที่พักเพื่อเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
เราตื่นเช้ามาสัมผัสกับบรรยากาศเย็นสบายของเมืองแม่สอด ก่อนเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางต่อ อาหารมื้อเช้าทางโรงแรมมีข้าวต้มหมูสับ สลัดบาร์ และไข่ลวก รวมถึงขนมเมียนมาร์รสชาติหวานๆ พร้อมโรตีโอ่งจิ้มนมข้นจากร้านชื่อดังเมืองแม่สอด ก่อนออกเดินทางไปชมทะเลหมอกยามเช้าที่พระธาตุโค๊ะกะแนเล
พระธาตุโค๊ะกะแนเล ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแม่หละยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เป็นพระธาตุที่สร้างด้วยความศรัทธาของชาวบ้านแม่หละยาง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นศูนย์รวมของจิตใจ โดยตั้งอยู่บนภูเขาสูง ที่สามารถมองไปรอบทิศทางโดยเห็นทั้งฝั่งไทย และฝั่งเมียนมาร์ ในตอนเช้าช่วงหน้าหนาวจะมีทะเลหมอก แต่เส้นทางที่จะไปได้ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น ซึ่งตรงกับกลุ่มของเราที่ต้องการลองวิชาพอดิบพอดี เมื่อล้อเราเหยียบเข้าพื้นที่ รถทุกคันต้องเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เนื่องจากเป็นทางชันที่แคบ และมีหินลอยมากมาย บางช่วงชันมาก ต้องใช้โหมด 4L ถึงผ่านได้แบบปลอดภัย สร้างความตื่นเต้นเรียกน้ำย่อยให้ชาวคณะเป็นอย่างดี ก่อนไปเจอของจริงของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ในวันรุ่งขึ้น
เมื่อถึงจุดหมาย คณะที่รอคอยทะเลหมอกอาจผิดหวังเล็กน้อย เนื่องจากตอนที่เราไปถึงหมอกก็จางเกือบหมดแล้ว แต่ก็ได้ความประทับใจจากวิวฝั่งประเทศเมียนมาร์ที่สวยงามมาแทน หลังถ่ายรูปเชคอินกันจนหนำใจ เราก็เดินทางกลับ เพื่อไปต่อยังอุทยานแห่งชาติแม่เงา ระหว่างขาลงจากพระธาตุโค๊ะกะแนเล สมาชิกเราหนึ่งคันยางเกิดรั่วจากการเปียดหิน ทีมงานช่วยกันเปลี่ยนยางอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็เดินทางต่อได้แบบสบายๆ
เราเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 105 ซึ่งเป็นเส้นทางริมชายแดนไทย-เมียนมาร์ที่สวยงาม แต่ก็แฝงไปด้วยความอันตรายจากสภาพเส้นทางที่คดโค้ง สมาชิกทุกคนต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง เราเดินทางถึงอุทยานแห่งชาติแม่เงาเกือบบ่ายสอง และรับประทานอาหารกันที่นี่ โดยตั้งแคมพ์เล็กๆ ริมน้ำแม่เงา ที่ได้รับฉายาว่าใสราวกับกระจก หลังทานข้าว และชื่นชมบรรยากาศอยู่พักใหญ่ ขบวนก็ออกเดินทางต่อไปยังอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน คืนนี้เราพักกันที่ RIVER HOUSE RESORT HOTEL โรงแรมระดับหัวแถวที่ตั้งอยู่ติดลำน้ำยวม ก่อนเข้าพัก รถทุกคันต้องเติมน้ำมันให้เต็มถัง เพราะทุกคนรู้ว่า พรุ่งนี้จะต้องเดินทางสู่ต้นน้ำสาละวิน ที่เต็มไปด้วยอุปสรรค และความท้าทาย
คณะเราตื่นเช้าสัมผัสกับบรรยากาศเย็นสบาย อาหารมื้อเช้าของทางโรงแรมอร่อยมาก มีทั้งข้าวต้มหมู และอาหารแบบฝรั่ง รวมถึงไข่ลวก จากนั้นผู้ช่วยครูปุ้ม และครูสลา ไกด์นำคาราวานในวันนี้จะให้คำแนะนำเส้นทาง และความรู้แก่ชาวสปิริท เพื่อเป็นข้อมูลในการเดินทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ซึ่งอยู่ในท้องที่ป่าสาละวิน ตำบลแม่คง และตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
พื้นที่นี้ตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อปี 2521 บนเนื้อที่ 343,750 ไร่ และขยายเพิ่มอีก 203,125 ไร่ รวมเนื้อที่ในปัจจุบัน 546,875 ไร่ หรือ 875 ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือติดเขตแดนไทย-พม่า ทิศใต้ติดแนวเขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน ทิศตะวันออกติดแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ทิศตะวันตกติดแม่น้ำสาละวิน มีหน่วยพิทักษ์ป่าถาวร 8 หน่วย 1. หน่วยพิทักษ์ป่าโพซอ 2. หน่วยพิทักษ์ป่าแม่ก๋อน 3. หน่วยพิทักษ์ป่าอมเป 4. หน่วยพิทักษ์ป่าแม่สอง 5. หน่วยพิทักษ์ป่าแม่แต๊ะหลวง 6. หน่วยพิทักษ์ป่าสบแงะ 7. หน่วยพิทักษ์ป่าแม่เหลอ 8. หน่วยพิทักษ์ป่าเป้า
การเดินทางในช่วงนี้ต้องขับผ่านเขาหลายลูกตลอด 54 กิโลเมตร เริ่มจากหน่วยพิทักษ์ป่าแม่เหลอ ไปถึงหน่วยพิทักษ์ป่าโพซอ เส้นทางส่วนใหญ่ ลัดเลาะไปตามแนวเขาสูงชัน ซึ่งต้องระมัดระวังในบางจุด ออกจากหน่วยพิทักษ์ป่าโพซอก็ต้องลัดเลาะไปตามลำน้ำแม่แงะ ในช่วงปลายฤดูหนาวแบบนี้น้ำยังน้อย กระแสน้ำจึงไม่แรง รถสามารถวิ่งผ่านได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ต้องระวังหินก้อนใหญ่ในน้ำ
คาราวานแวะพักตั้งแคมพ์ทานอาหารมื้อเที่ยงกันริมน้ำระหว่างทาง อาหารมื้อนี้เป็นไส้อั่ว และหมูย่าง รวมถึงอาหารเหนืออีกหลายอย่าง ที่ทั้งกินง่าย และรสชาติดี จากนี้ไปเหลือระยะทางอีกไม่มาก เราใช้เวลาพักผ่อนช่วงนี้ร่วม 1 ชั่วโมง ก่อนเดินทางต่อไปยังโรงเรียนบ้านเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของเรา
การเดินทางช่วงนี้ต้องบอกว่าสวยงามมาก เส้นทางต้องขับรถข้ามลำน้ำหลายสิบครั้ง ลัดเลาะไปตามแนวป่าลึก สมาชิกทุกคนต่างเพลิดเพลินกับเส้นทางที่เหมือนไม่มีทางอยู่พักใหญ่ คาราวานเราก็ถึงโรงเรียนบ้านเสาหิน สุดเขตชายแดนไทยฝั่งตะวันตกของอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พวกเรานำอุปกรณ์ และของบริจาคต่างๆ มอบให้แก่คุณครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านเสาหินแบบเรียบง่าย ไม่นานนักเราก็เดินทางกลับ โดยแวะถ่ายภาพสถานีตำรวจบ้านเสาหินอายุกว่า 100 ปี เป็นที่ระลึก เราเพลิดเพลินกับเส้นทางขากลับอีกครั้ง เวลาล่วงเลยจนพลบค่ำ ก็กลับถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพทุกคน
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่พวกเราต้องอยู่ด้วยกัน ทางทีมงานจึงเตรียมมื้อพิเศษไว้ต้อนรับ พร้อมคาราโอเกะให้เพลิดเพลิน เราแลกเปลี่ยนความประทับใจกัน และสัญญากันว่า ถ้ามีโอกาสเราจะร่วมทริพกันอีกครั้ง ก่อนเดินทางแยกย้ายกันกลับกรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้น พร้อมกับความทรงจำที่ไม่มีวันลืม
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนกิจกรรม SPIRIT CAMP 2025 ครั้งนี้