รายงาน(formula)
เริ่มแล้ว F1 ฤดูกาลใหม่ ตื่นเต้นกว่าเก่า เร้าใจกว่าเดิม !
F1 ประจำปี 2026 จะเริ่มชิงชัย สนามแรกในวันที่ 8 มีนาคม 2026 สิ่งที่ต้องจับตาในการแข่งขันฤดูกาลล่าสุดนี้ คือ เรื่องกฎกติกา และเทคโนโลยีที่มีการยกเครื่องใหม่หลายรายการ
ถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยเน้นไปที่ความคล่องตัว ความยั่งยืน และความใกล้ชิดกับผู้ชม
มีอะไรใหม่ ?
ตัวรถใหม่
รถปี 2026 ถูกออกแบบให้ "เล็กลง และเบาลง" เพื่อแก้ปัญหารถที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเกินไปในปัจจุบัน DOWNFORCE ลดลง 30 % และ DRAGFORCE ลดลง 55 %
ขนาดเล็กลง: ฐานล้อ (WHEELBASE) สั้นลง 200 มม. จาก 3,600 เหลือ 3,400 มม. และความกว้างของรถแคบลง 100 มม.
น้ำหนักเบาขึ้น: น้ำหนักขั้นต่ำลดลง 30 กก. เหลือ 768 กก. ช่วยให้รถมีความคล่องตัวสูงขึ้น
ACTIVE AERODYNAMICS: ระบบปีกหน้า และปีกหลังที่ขยับได้ (คล้าย DRS แต่ล้ำกว่า) โดยจะมี 2 โหมดหลัก :
Z-MODE: สำหรับเข้าโค้ง (HIGH DOWNFORCE) เพื่อให้เกาะถนนแน่น
X-MODE: สำหรับทางตรง (LOW DRAG) เพื่อทำความเร็วสูงสุด
เครื่องยนต์ และชุดพลังงานใหม่
เครื่องยนต์ ถูกปรับให้มีความสมดุลระหว่างน้ำมันกับไฟฟ้าในสัดส่วน 50:50
INTERNAL COMBUSTION ENGINE (ICE): เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร V6 TURBO HYBRID ยังคงอยู่ แต่กำลังสูงสุดถูกปรับลดลงจากประมาณ 550-560 กิโลวัตต์ เหลือประมาณ 400 กิโลวัตต์ หรือราว 535 แรงม้า เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องระบบอัดฉีดเชื้อเพลิงที่เข้มงวดขึ้น
MGU-K (ELECTRICAL POWER): ไฟฟ้าจะมีบทบาทสูง โดยกำลังไฟฟ้าจะเพิ่มจาก 120 เป็น 350 กิโลวัตต์ ประมาณ 470 แรงม้า สร้างแรงบิดมหาศาลจากมอเตอร์ไฟฟ้าสู่ล้อหลังตั้งแต่ออกตัว
การตัด MGU-H: ระบบปั่นไฟจากไอเสียถูกถอดออกเพื่อลดต้นทุน และทำให้เสียงเครื่องยนต์ "แผด" ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะไม่มีตัวกั้นระบบเทอร์โบ
100 % SUSTAINABLE FUEL: น้ำมันที่ใช้แข่งขันจะเป็นแบบสังเคราะห์ทั้งหมด ทำให้การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์
MANUAL OVERRIDE MODE: ระบบปรับพลังงานจะมาแทนที่ระบบ DRS หรือ DRAG REDUCTION SYSTEM แบบเดิม ซึ่งจะเปิดปีกเพื่อลดแรงต้านในจังหวะเร่งแซง แต่ MANUAL OVERRIDE คือ การ "ปลดลอคพลังงานไฟฟ้าพิเศษ" ให้รถคันหลังสามารถใช้พลังงานตัวรถได้มากกว่าคันหน้าในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อช่วยในการเร่งแซง
ยาง และล้อ: ยังคงใช้ล้อขนาด 18 นิ้ว แต่ความกว้างของยางหน้าลดลง 25 มม. และยางหลังลดลง 30 มม. เพื่อลดแรงต้านอากาศ
ทีม และผู้ผลิตเครื่องยนต์รายใหม่
โครงสร้างทีมในพิทเลนมีความเปลี่ยนแปลง
AUDI: เข้ามาเป็นทีมโรงงานเต็มตัวหลังจากซื้อกิจการ SAUBER โดยทำทีมโรงงาน และผลิตเครื่องยนต์เองที่เยอรมนี
CADILLAC: ทีมที่ 11 บนกริดการแข่งขัน น้องใหม่จากสหรัฐอเมริกา
ปี 2026 มีผู้ผลิตเครื่องยนต์ถึง 5 ราย มากที่สุดในรอบหลาย 10 ปี
1. ALPINE (RENAULT): RENAULT (เรอโนลต์) อาจยุติการผลิตเครื่องยนต์ และ ALPINE (อัลไพน์) อาจต้องไปซื้อเครื่องยนต์จากค่ายอื่นอย่าง MERCEDES (เมร์เซเดส) (รอการยืนยันอย่างเป็นทางการ)
2. FERRARI: ยังคงเป็นทีมโรงงานที่ผลิตเองทั้งหมด
3. HONDA: กลับมาเต็มตัวในฐานะผู้ผลิตเครื่องยนต์ให้ ASTON MARTIN (แอสตัน มาร์ทิน) เพียงทีมเดียว
4. MERCEDES: ผลิตเครื่องยนต์ให้ทีมตัวเอง และลูกค้าอย่าง McLAREN (แมคลาเรน) และ WILLIAMS
5. RED BULL FORD POWERTRAINS: RED BULL เลิกพึ่งพา HONDA (ฮอนดา) และหันมาสร้างเครื่องยนต์เองโดยมี FORD (ฟอร์ด) ช่วยเรื่องเทคโนโลยีแบทเตอรี และซอฟท์แวร์ (ใช้กับ RED BULL และ RACING BULLS)
กฎการเงิน และการทดสอบใหม่
COST CAP: งบประมาณการทำเครื่องยนต์จะถูกจำกัดอยู่ที่ประมาณ 130 ล้านดอลลาร์/ปี เพื่อไม่ให้ทีมใหญ่ทุ่มเงินจนทีมเล็กสู้ไม่ได้
การทดสอบ: มีการจำกัดชั่วโมงในอุโมงค์ลม และการใช้ CFD (COMPUTATIONAL FLUID DYNAMICS) เครื่องมือวัดการไหลของเหลว และก๊าซบนพื้นผิวรถ อย่างเข้มงวด โดยทีมที่คะแนนต่ำกว่าจะได้เวลาทดสอบมากกว่า
ทีมแข่งใหม่
รายชื่อนักขับ F1 มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการเข้ามาของทีมที่ 11 อย่าง CADILLAC (แคดิลแลค) และการเปิดตัวทีมโรงงาน AUDI (เอาดี) อย่างเต็มตัว
รายชื่อทีม และนักขับ F1 ปี 2026
ALPINE PIERRE
- GASLY(#10)
- FRANCO COLAPINTO (#43)
- COLAPINTO นักขับ RESERVE ย้ายจาก WILLIAMS มาเสริมทัพ
ASTON MARTIN
- FERNANDO ALONSO (#14)
- LANCE STROLL (#18)
- ใช้เครื่องยนต์ HONDA เป็นปีแรก
AUDI (SAUBER เดิม)
- NICO HULKENBERG (#27)
- GABRIEL BORTOLETO (#5)
- ทีมโรงงานเยอรมนีเปิดตัวครั้งแรก
CADILLAC (ทีมที่ 11)
- SERGIO PEREZ (#11)
- VALTTERI BOTTAS (#77)
- 2 จอมเก๋าจับคู่กันนำทัพทีมใหม่จากอเมริกา
FERRARI
- CHARLES LECLERC (#16)
- LEWIS HAMILTON (#44)
- ยุคที่ 2 ของ HAMILTON กับทีมสีแดง
HAAS
- ESTEBAN OCON (#31)
- OLIVER BEARMAN (#87)
- การจับคู่ระหว่างประสบการณ์ และ ROOKIE ไฟแรง
MCLAREN
- LANDO NORRIS (#1)
- OSCAR PIASTRI (#81)
- NORRIS ใช้เบอร์ 1 ในฐานะแชมพ์โลกปี 2025
MERCEDES
- GEORGE RUSSELL (#63)
- KIMI ANTONELLI (#12)
- ANTONELLI เป็นตัวหลักเต็มตัวปีที่ 2
RACING BULLS (VCARB)
- LIAM LAWSON (#30)
- ARVID LINDBLAD (#41)
- LINDBLAD คือ ROOKIE คนเดียวของปี 2026
RED BULL RACING
- MAX VERSTAPPEN (#3)
- ISACK HADJAR (#6)
- HADJAR ดาวรุ่งพุ่งแรงขึ้นมาแทนที่ YUKI TSUNODA
WILLIAMS
- ALEXANDER ALBON (#23)
- CARLOS SAINZ (#55)
- หนึ่งในคู่หูที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มกลาง
สนามแข่งใหม่
ชื่อการแข่งขัน: SPANISH GRAND PRIX (MADRID)
ชื่อสนาม: IFEMA MADRID CIRCUIT (หรือเรียกว่า "MADRING")
ลักษณะสนาม: SEMI-STREET CIRCUIT (กึ่งถนนหลวงกึ่งสนามปิด) ความยาว 5.47 กม.
ไฮไลท์: มีโค้งทั้งหมด 20-22 โค้ง จุดเด่นที่สุด คือ โค้ง "LA MONUMENTAL" มีความลาดเอียง (BANKED TURN) สูงถึง 24 % และยาวกว่า 500 ม. เป็นความท้าทายที่นักแข่งทุกคนต้องเริ่มนับหนึ่งพร้อมกัน
ตารางการแข่งขันปี 2026
ตารางการแข่งขัน F1 ปี 2026 ถูกกำหนดออกมาแล้วอย่างเป็นทางการ โดยมีทั้งหมด 24 สนาม ใน 21 ประเทศทั่วโลก รวมระยะเวลา 9 เดือน ความน่าสนใจในปีนี้ คือ การจัดลำดับสนามตามภูมิภาค เพื่อความยั่งยืน และการเปิดตัวสนามใหม่ แกะกล่องที่ประเทศสเปน
1. 8 มีนาคม 2026 AUSTRALIAN GP ALBERT PARK, MELBOURNE ออสเตรเลีย
2. 15 มีนาคม 2026 CHINESE GP SHANGHAI INTERNATIONAL CIRCUIT สาธารณรัฐประชาชนจีน
3. 29 มีนาคม 2026 JAPANESE GP SUZUKA CIRCUIT ญี่ปุ่น
4. 12 เมษายน 2026 BAHRAIN GP BAHRAIN INTERNATIONAL CIRCUIT บาห์เรน
5. 19 เมษายน 2026 SAUDI ARABIAN GP JEDDAH CORNICHE CIRCUIT ซาอุดิอา ระเบีย
6. 3 พฤษภาคม 2026 MIAMI GP MIAMI INTERNATIONAL AUTODROME สหรัฐอเมริกา
7. 24 พฤษภาคม 2026 CANADIAN GP CIRCUIT GILLES-VILLENEUVE แคนาดา
8. 7 มิถุนายน 2026 MONACO GP CIRCUIT DE MONACO โมนาโค
9. 14 มิถุนายน 2026 BARCELONA GP CIRCUIT DE BARCELONA- CATALUNYA สเปน
10. 28 มิถุนายน 2026 AUSTRIAN GP RED BULL RING ออสเตรีย
11. 5 กรกฎาคม 2026 BRITISH GP SILVERSTONE CIRCUIT สหราชอาณา จักร
12. 19 กรกฎาคม 2026 BELGIAN GP CIRCUIT DE SPA-FRANCORCHAMPS เบลเยียม
13. 26 กรกฎาคม 2026 HUNGARIAN GP HUNGARORING ฮังการี
14. 23 สิงหาคม 2026 DUTCH GP CIRCUIT ZANDVOORT เนเธอร์ แลนด์
15. 6 กันยายน 2026 ITALIAN GP AUTODROMO NAZIONALE MONZA อิตาลี
16. 13 กันยายน 2026 SPANISH GP (Madrid) IFEMA MADRID CIRCUIT สเปน
17. 26 กันยายน 2026 AZERBAIJAN GP BAKU CITY CIRCUIT อาเซอร์ ไบจาน
18. 11 ตุลาคม 2026 SINGAPORE GP MARINA BAY STREET CIRCUIT สิงคโปร์
19. 25 ตุลาคม 2026 UNITED STATES GP CIRCUIT OF THE AMERICAS สหรัฐอเมริกา
20. 1 พฤศจิกายน 2026 MEXICO CITY GP AUTODROMO HERMANOS RODRIGUEZ เมกซิโก
21. 8 พฤศจิกายน 2026 SAO PAULO GP INTERLAGOS CIRCUIT บราซิล
22. 21 พฤศจิกายน 2026 LAS VEGAS GP LAS VEGAS STRIP CIRCUIT สหรัฐอเมริกา
23. 29 พฤศจิกายน 2026 QATAR GP LUSAIL INTERNATIONAL CIRCUIT กาตาร์
24. 6 ธันวาคม 2026 ABU DHABI GP YAS MARINA CIRCUIT สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
กลุ่มผู้ดูแล และผู้จัด F1
FIA: FEDERATION INTERNATIONALE DE L‘AUTOMOBILE ผู้กำกับดูแลกฎหมาย/ความปลอดภัยของนักแข่ง
FOM: FORMULA ONE MANAGEMENT ฝ่ายจัดการธุรกิจ ดูแลเรื่องการถ่ายทอดสดทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ
LIBERTY MEDIA เจ้าของใหญ่/ผู้กำหนดทิศทาง เป็นบริษัทสื่ออเมริกันที่ซื้อ F1 มาบริหาร ในปี 2017 มีความเชี่ยวชาญในวงการสื่อบันเทิง และการนำเสนอการแข่งขันกีฬาให้เข้าถึงทุกเพศทุกวัย สร้างมูลค่าได้กว่า 700,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ/ปี
PROMOTERS เจ้าภาพในประเทศที่จัดการแข่งขันมากกว่า 30 บริษัท เช่น LVMH,ARAMCO,DHL,PIRELLI,AWS ฯลฯ
นักขับไทยในศึก F1
อเลกซ์ อัลบอน อังศุสิงห์ (ALEX ALBON ANSUSINHA)
นักขับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ อายุ 29 ปี จากการเป็นนักแข่งเยาวชนทีม RED BULL JUNIOR TEAM คว้าแชมพ์ FORMULA 2 ได้ที่ AZERBAIJAN GRAND PRIX ในปี 2018 และเข้าสู่ F1 ในปี 2019 กับทีม RED BULL RACING F1 TEAM สร้างผลงานคว้าโพเดียมอันดับ 3 ที่ TUSCAN GRAND PRIX ปี 2020 ในปี 2026 เขายังคงเป็นหัวใจสำคัญของทีมแข่ง WILLIAMS โดยมี การ์โลส เซนซ์ จูเนียร์ (CARLOS SAINZ JR.) เป็นเพื่อนร่วมทีม
เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ (TASANAPOL INTHRAPHUVASAK)
อายุ 20 ปีมีประสบการณ์การแข่งขันตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน เติบโตจากการแข่งขันโกคาร์ท และลงแข่ง F4 จนประสบความสำเร็จเป็นนักแข่งไทยคนแรกที่คว้าแชมพ์ F3 ปี 2025 ในรายการ BRITISH GRAND PRIX กับทีม ART GRAND PRIX ที่สนาม SILVERSTONE ประเทศอังกฤษ
ปีนี้ไต่ระดับขึ้นสู่ F2 หากผลงานโดดเด่น เราอาจได้เห็นนักแข่ง F1 ไทยคนที่ 2 ในอนาคตอันใกล้
ตัวเต็งปี 2026
ประเภททีม
McLAREN
ทีมที่ร้อนแรงที่สุดในยุคกติกาใหม่ โมเมนทัมจากแชมพ์นักขับปี 2025 ผสานกับฟอร์มสม่ำเสมอทำให้เป็นที่ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งทั้งด้านรถ ความเสถียร นักขับ และกลยุทธ์
MERCEDES
ทีมที่กลับมาพัฒนารถใหม่ด้วยกฎ และเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำกว่าเดิม หลังผ่านช่วงขาลงหลายปี โครงสร้างทีมเริ่มเข้าที่ และนักแข่งมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทีมเต็มตัว ทำให้กลายเป็นม้ามืดที่พร้อมแย่งแชมพ์ทุกสนาม
RED BULL
กระทิงเลือดใหม่ มาพร้อมการพัฒนาใหม่เกือบทั้งหมด แม้ความได้เปรียบด้านเทคนิคจะไม่ท่วมท้นเหมือนยุคก่อน มีอาวุธลับเป็นนักขับแชมพ์โลก ที่สามารถพลิกสถานการณ์ได้เสมอ
ประเภทนักขับ
แชมพ์โลก F1 ปี 2025 และคาดการณ์ตัวเต็งปีนี้
- ประเภททีม : McLAREN คะแนนรวม 833 แต้ม
- ประเภทนักแข่ง : LANDO NORRIS (McLAREN) คะแนนรวม 423 แต้ม
1. GEORGE RUSSELL (MERCEDES)
ผลงานปี 2025: แชมพ์ 2 สนาม
นักขับฝืมือดีมีพรสวรรค์ ตัวเต็งมาแรง เก็บประสบการณ์การแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2019 แชมพ์ F2 และเคยคว้าแชมพ์ F1 มาแล้วหลายสนาม
2. LANDO NORRIS (MCLAREN)
ผลงานปี 2025: แชมพ์โลก และแชมพ์ทีมผู้ผลิต
แชมพ์โลกปี 2025 ที่ได้ลงแข่งด้วยเบอร์ 1 เขาจะใช้ประสบการณ์ และความเข้าใจในทีม เพื่อป้องกันตำแหน่งแชมพ์ในปีนี้
3. LEWIS HAMILTON (FERRARI)
ผลงานปี 2025: ทำเวลาได้เร็วที่สุด
นักขับมากฝืมือที่ครองแชมพ์ 7 สมัย และการย้ายทีมครั้งสำคัญในอาชีพ เป็นแรงผลักดันให้เขามุ่งมั่นที่จะคว้าแชมพ์โลกสมัยที่ 8
4. MAX VERSTAPPEN (RED BULL RACING)
ผลงานปี 2025: แชมพ์ 8 สนาม ชนะมากที่สุด
นักซิ่งดีกรีแชมพ์โลก 3 สมัย ไม่ว่ากฎจะเปลี่ยนไปอย่างไร ความเร็ว และความสม่ำเสมอของเขายังคงทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงบัลลังก์อย่างไม่ต้องสงสัย
5. OSCAR PIASTRI (McLAREN)
ผลงานปี 2025: แชมพ์ 7 สนาม
นักขับที่พัฒนาเร็วที่สุดคนหนึ่งของยุคใหม่ ฟอร์มการขับที่สุขุม แม่นยำ และเฉียบขาด หลายสนามพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่แค่ “มือสอง” แต่คือ ผู้ท้าชิงแชมพ์























































































