ญี่ปุ่น-เริ่มจำหน่ายแล้วในเมืองปลาดิบเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2026 คือ รถไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กติดป้ายชื่อ TOYOTA RAV4 PHEV (โตโยตา รัฟโฟร์ พีเอชอีวี) มีรถให้เลือกใช้เพียง 2 โมเดล ค่าตัวเริ่มต้นที่ระดับ 1.20 ล้านบาทไทย และตั้งเป้าหมายการขายไว้ที่ระดับ 700 คัน/เดือน
TOYOTA RAV4 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “หนึ่งในบรรดารถกิจกรรมกลางแจ้งที่ขายดีที่สุดตลอดกาล” เป็น COMPACT CROSSOVER SUV (คอมแพคท์ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี) หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 1994 และนับจนถึงสิ้นปี 2025 สามารถขายในตลาดทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 13 ล้านคัน
รถที่จำหน่ายอยู่ขณะนี้เป็นรถรุ่นที่ 6 เปิดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2025 มีขนาดตัวถัง ยาว 4.600-4.645 ม. กว้าง 1.855-1.880 ม. สูง 1.680-1.685 ม. และมีช่วงฐานล้อยาว 2.690 ม. มีแต่รถขับเคลื่อนทุกล้อ และมีขุมพลังขับเคลื่อนให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ ขับด้วยระบบไฮบริดซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินฉีดตรงทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด และขับด้วยระบบ PLUG-IN HYBRID (พลัก-อิน ไฮบริด) ซึ่งก็ใช้เครื่องยนต์เบนซินฉีดตรงทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุดเช่นกัน รถไฮบริดเริ่มจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ส่วนรถพลัก-อิน ไฮบริด ตามมา 4 เดือนหลังจากนั้น
รถพลัก-อิน ไฮบริด TOYOTA RAV 4 PHEV ที่เพิ่งเริ่มจำหน่ายในญี่ปุ่น มีให้เลือก 2 โมเดล คือ TOYOTA RAV 4 PHEV Z ซึ่งราคาค่าตัวรวมภาษีผู้บริโภคร้อยละ 10 เริ่มต้นที่ 6.000 ล้านเยน หรือประมาณ 1.20 ล้านบาทไทย กับ TOYOTA RAV4 PHEV GR SPORT ซึ่งค่าตัวรวมภาษีเริ่มต้นที่ 6.300 ล้านเยน หรือประมาณ 1.26 ล้านบาทไทย
รถทั้ง 2 โมเดล ติดตั้งระบบขับซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินฉีดตรง 4 สูบเรียง 2,487 ซีซี 137 กิโลวัตต์/186 แรงม้า (รหัสเครื่องยนต์ A25A-FXS) ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด คือ มอเตอร์ขนาด 151 กิโลวัตต์/206 แรงม้า (ขับล้อคู่หน้า) กับมอเตอร์ขนาด 41 กิโลวัตต์/55 แรงม้า (ขับล้อคู่หลัง) และป้อนพลังไฟฟ้าด้วยแบทเตอรี LITHIUM-ION (ลิเธียม-ไอออน) ขนาด 58.0 แอมพ์ชั่วโมง ได้กำลังรวมสูงสุด 242 กิโลวัตต์/329 แรงม้า กรณีวัดตามมาตรฐาน WLTC โมเดลแรกมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 22.2 กม./ลิตร และวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ได้ไกลถึง 151 กม. ส่วนโมเดลหลังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 21.5 กม./ลิตร และวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ได้ไกล 145 กม.

