ผลงานใหม่ลำดับที่ 3 ของค่าย “ดาวสามแฉก” ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ คือ MERCEDES-BENZ GLS (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอส) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2026 พร้อมกันกับรถอีก 2 อนุกรม คือ MERCEDES-BENZ GLE (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี) และ MERCEDES-BENZ GLE COUPE (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี คูเป) ที่ผ่านตาไปแล้ว ทั้ง 3 อนุกรมนี้ เป็นรถเยอรมันที่ไม่มีการผลิตในดินแดนของคนเยอรมัน แต่ใช้โรงงานที่เมือง TUSCALOOSA (ทัสคาลูซา) ในรัฐ ALABAMA (อลาบามา) ของสหรัฐอเมริกาเป็นฐานผลิตหลัก ขณะเปิดระเบียงรถใหม่ซึ่งเป็นช่วงไม่กี่วันหลังเทศกาลสงกรานต์ รถเหล่านี้ยังไม่ได้เริ่มการจำหน่าย และยังไม่มีการประกาศราคาค่าตัว
MERCEDES-BENZ GLS เป็น FULL-SIZE LUXURY CROSSOVER SUV (ฟูลล์-ไซซ์ ลักชัวรี ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี) หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ระดับหรูขนาดโตเต็มพิกัด และเป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดของค่าย “ดาวสามแฉก” ขณะนี้ ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์เริ่มบรรจุรถอนุกรมนี้เข้าสู่สายการผลิตเมื่อปี 2006 โดยติดป้ายชื่อ MERCEDES-BENZ GL-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอล-คลาสส์) ก่อนเปลี่ยนเป็นชื่อที่ใช้อยู่ปัจจุบันเมื่อปี 2015 ตลอดช่วงเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา รถอนุกรมนี้เปลี่ยนรุ่นไปแล้ว 2 ครั้ง คือ รถรุ่นที่ 2 ในปี 2012 กับรถรุ่นที่ 3 ในปี 2019
รถรุ่นใหม่ที่กำลังนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังนี้ ไม่ใช่รถรุ่นที่ 4 แต่เป็นรถรุ่นที่ 3 ที่ได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT (เฟศลิฟท์) เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เคยได้รับการปรับปรุงมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อต้นปี 2023
เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้หน้าตาของรถดูเปลี่ยนไปมาก แม้ว่ารูปทรงองค์เอว และขนาดตัวถังยังคงเดิม อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่มีมาก และเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ห้องโดยสารที่ออกแบบใหม่เกือบทั้งหมด และเป็นการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากรถเก๋งซีดาน MERCEDES-BENZ S-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์) รุ่นล่าสุด เป็นห้องโดยสารที่มีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 2 แถว นั่งได้รวม 5 คน (2+3) กับแบบติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7 คน (2+3+2)
ในส่วนของระบบขับรวมทั้งเครื่องยนต์ ซึ่งมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล แต่ไม่มีระบบ PLUG-IN HYBRID ก็มีการปรับปรุงรายละเอียดในหลายจุด ซึ่งส่งผลให้รถบางโมเดลมีค่ากำลังสูงสุดสูงกว่ารถรุ่นเดิม
เมื่อเริ่มการจำหน่ายซึ่งน่าจะเป็นช่วงครึ่งหลังของปีอาชาหน้าเศร้านี้ ในเยอรมนีจะมีรถให้เลือกรวม 4 โมเดล ทุกโมเดลเป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน หรือดีเซล ที่ทำงานร่วมกันกับระบบ MILD HYBRID (ไมล์ด์ ไฮบริด) หรือไฮบริดแบบอ่อน 17 กิโลวัตต์/23 แรงม้า และส่งกำลังเครื่องยนต์สู่ล้อผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ คือ
(1) MERCEDES-BENZ GLS 350D 4MATIC ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง 6 สูบเรียง 2,989 ซีซี 230 กิโลวัตต์/313 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 238 กม./ชม.
(2) MERCEDES-BENZ GLS 450D 4MATIC ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง 6 สูบเรียง 2,989 ซีซี 270 กิโลวัตต์/367 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 5.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
(3) MERCEDES-BENZ GLS 450 4MATIC ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง 6 สูบเรียง 2,999 ซีซี 280 กิโลวัตต์/381 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 5.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
(4) MERCEDES-BENZ GLS 580 4MATIC ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง วี 8 สูบ 3,982 ซีซี 395 กิโลวัตต์/537 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
MERCEDES-BENZ GLS

