บทความ
ทำไมวันจันทร์รถติดมากกว่าวันอื่น ? เหตุผลที่คนใช้รถต้องเจอซ้ำซากทุกสัปดาห์

ทำไมวันจันทร์รถติดมากกว่าวันอื่น ? เปิดเหตุผลที่ "เช้าวันจันทร์" กลายเป็นฝันร้ายของคนใช้รถHighlight
ทำไมวันจันทร์รถติดกว่าวันอื่น ?
คำถามง่ายๆ ที่คนใช้รถจำนวนไม่น้อยสงสัย เพราะทันทีที่เช้าวันจันทร์มาถึง ถนนหลายสายดูเหมือนจะแน่นขึ้นเป็นพิเศษ จากวันที่การเดินทางช่วงสุดสัปดาห์ค่อนข้างคล่องตัว กลับกลายเป็นว่ารถทุกคันพร้อมใจกันออกมาบนถนนในเวลาไล่เลี่ยกัน
แต่จริงๆ แล้ว วันจันทร์ไม่ได้เป็นวันที่รถติดที่สุดของทุกเมือง หรือทุกเส้นทางเสมอไป และกรุงเทพฯ เองก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจมากกว่านั้น แล้วอะไร คือ สาเหตุที่ทำให้ "รถติดวันจันทร์" กลายเป็นภาพจำของคนใช้รถ ?
เหตุผลข้อแรก และอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่สุด คือ รูปแบบการเดินทางของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนหลังจบวันหยุด
ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ คนจำนวนมากไม่ได้เดินทางเข้าเมืองพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน บางคนอยู่บ้าน บางคนออกไปเที่ยว บางคนเดินทางออกต่างจังหวัด ขณะที่คนที่ต้องเดินทางก็สามารถเลือกเวลาออกจากบ้านได้อย่างยืดหยุ่นมากกว่า
แต่เมื่อถึงเช้าวันจันทร์ ทุกอย่างเปลี่ยนไป พนักงานต้องไปทำงาน นักเรียนต้องไปโรงเรียน ผู้ปกครองต้องไปส่งลูก ร้านค้า และธุรกิจเริ่มเปิดทำการ รวมถึงรถขนส่งสินค้า และบริการต่างๆ ที่กลับเข้าสู่กิจวัตรตามปกติ
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนรถเพียงอย่างเดียว
แต่คือรถจำนวนมหาศาลที่ใช้ถนนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ง่ายๆ คือ วันจันทร์เป็นวันที่คนจำนวนมากต้องเดินทางมากกว่าวันหยุด และต้องเดินทางให้ถึงจุดหมายภายในกรอบเวลาที่ค่อนข้างตายตัว
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เช้าวันจันทร์ดูเหมือนรถติดเป็นพิเศษ คือ ผู้คนจำนวนหนึ่งเดินทางกลับจากต่างจังหวัด หรือสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงเย็นวันอาทิตย์ เมื่อถึงเช้าวันจันทร์รถเหล่านี้จะกลับเข้าสู่ระบบการเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกครั้ง
วันเสาร์ และวันอาทิตย์ รถถูกกระจายออกไปหลายทิศทาง แต่เช้าวันจันทร์ รถจำนวนมากกลับมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่เดียวกัน
เช่น ย่านธุรกิจ ศูนย์กลางการทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือพื้นที่ที่มีสำนักงานหนาแน่น เมื่อถนนมีพื้นที่จำกัดแต่ความต้องการใช้ถนนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การจราจรก็มีโอกาสชะลอตัวทันที
ช่วงเปิดภาคเรียน หรือในพื้นที่ที่มีโรงเรียนจำนวนมาก การจราจรบริเวณหน้าโรงเรียน และเส้นทางโดยรอบมักจะหนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รถยนต์ของผู้ปกครอง รถโรงเรียน รถจักรยานยนต์ รวมถึงคนเดินเท้า จะเข้ามาใช้พื้นที่ถนนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
ที่สำคัญ คือ รถที่จอดรับ-ส่งนักเรียน แม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบวินาที หรือไม่กี่นาทีต่อคัน แต่เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ก็จะส่งผลให้รถเคลื่อนตัวตามกันได้ช้าลง เมื่อถนนเส้นหนึ่งเริ่มชะลอตัว จากนั้นก็จะมีรถสะสมล้นไปยังถนนสายหลัก และกลายเป็นลูกโซ่แบบทางแยกต่อทางแยก
ต่อให้ถนนมีหลายช่องจราจร หากมีจุดใดจุดหนึ่งที่สามารถรองรับรถได้น้อยกว่า จุดนั้นก็สามารถกลายเป็น "คอขวด"
ตัวอย่างเช่น ถนนมี 4 ช่องจราจร แต่เมื่อถึงแยกกลับเหลือพื้นที่ใช้งานจริงเพียง 2 ช่อง หรือมีทางเบี่ยงที่ทำให้รถต้องรวมเลนกัน รถที่สะสมอยู่ด้านหลังก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับทางขึ้น-ลงทางด่วน จุดกลับรถ สะพาน หรือบริเวณที่มีการก่อสร้าง
คำตอบอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า Traffic Shockwave หรือคลื่นการจราจร
เมื่อรถคันหนึ่งเบรคกะทันหัน รถคันที่อยู่ด้านหลังจะต้องเบรคตาม แม้รถคันแรกจะชะลอเพียงเล็กน้อย แต่รถคันที่ตามมาอาจต้องเบรคแรงกว่า เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องกันหลายสิบครั้ง การชะลอตัวเล็กๆ นี้ก็สามารถขยายตัวกลายเป็นรถติดยาวหลายกิโลเมตรได้
แต่ที่น่าสนใจ คือ บางครั้งต้นเหตุของรถติดอาจหายไปแล้ว แต่รถก็ยังติดอยู่ เพราะต้องใช้เวลาให้ "คลื่นรถติด" ค่อยๆ สลายตัว
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางครั้งเราขับผ่านจุดที่ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีรถเสีย และไม่มีสิ่งกีดขวาง แต่รถกลับติดอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเหตุการณ์นั้นอาจยุติลงไปก่อนที่เราจะมาถึงจุดนั้นนั่นเอง
ข้อมูลการจราจรของกรุงเทพฯ จาก TomTom Traffic Index 2025 ระบุว่าปัญหารถติดของกรุงเทพฯ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันจันทร์ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์
ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า กรุงเทพฯ มีระดับความแออัดของการจราจรเฉลี่ย 67.9 % ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 1.3 จุดเปอร์เซนต์จากปี 2024 รถยนต์ใช้เวลาเดินทางเฉลี่ย 22 นาที 59 วินาที ต่อระยะทาง 10 กิโลเมตร
และในช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้า การเดินทาง 10 กิโลเมตรใช้เวลาเฉลี่ย 25 นาที 45 วินาที ด้วยระดับความแออัด 88.4 % ส่วนช่วงเย็นยิ่งหนักกว่า โดยการเดินทาง 10 กิโลเมตรใช้เวลาเฉลี่ยถึง 31 นาที 25 วินาที และมีระดับความแออัด 126.5 %
ตลอดปี 2025 ผู้ใช้รถในกรุงเทพฯ เสียเวลาไปกับการจราจรในช่วงเร่งด่วนรวมประมาณ 115 ชั่วโมง หรือเกือบ 4 วัน 19 ชั่วโมง
ข้อมูลนี้ อาจขัดแย้งกับความรู้สึกของผู้คนที่เดินทาง และต้องเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดในทุกวัน
TomTom ระบุว่า วันที่การจราจรแย่ที่สุดของกรุงเทพฯ ในปี 2025 คือ วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม ไม่ใช่วันจันทร์
โดยมีระดับความแออัดสูงถึง 128 % นั่นหมายความว่า ความเชื่อที่ว่า "วันจันทร์รถติดที่สุด" อาจเป็น ภาพจำจากพฤติกรรมการเดินทางมากกว่าจะเป็นข้อมูลที่ตายตัว
ดังนั้น วันจันทร์อาจเป็นวันที่คนรู้สึกว่ารถติดหนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นวันที่รถติดที่สุดเสมอไป
ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนวันทำงานได้ สิ่งที่เราทำได้ คือ เปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง
คำตอบของคำถาม "ทำไมวันจันทร์รถถึงติดมากกว่าวันอื่น ?"
ไม่ใช่เพียงเพราะวันจันทร์มีรถมากที่สุด แต่เป็นเพราะวันจันทร์ คือ วันที่ต้องเจอกับการเดินทางของคนจำนวนมหาศาลกลับมาอยู่ในรูปแบบเดียวกันอีกครั้ง คนไปทำงาน นักเรียนไปโรงเรียน ผู้ปกครองไปส่งลูก รถขนส่งกลับเข้าสู่ตารางปกติ
เมื่อทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ถนนที่มีขีดจำกัดด้านความสามารถในการรองรับรถจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ต้องรับภาระ และเมื่อเกิดคอขวดเพียงจุดเดียว รถติดก็สามารถลุกลามไปยังถนนสายอื่นได้
และนี่คือเหตุผลที่คำว่า "รถติดวันจันทร์" ยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องที่คนใช้รถในเมืองใหญ่ต้องเผชิญซ้ำๆ ทุกสัปดาห์
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวในวงการ รถยนต์


