เครื่องยนต์ เบนซิน ไฮบริด ความจุ 1,496 ซีซี เครื่องยนต์ กำลังสูงสุด 78 กิโลวัตต์/94 แรงม้า ที่ 3,500 รตน. แรงบิดสูงสุด 13.4 นิวทันเมตร/13.6 กก.ม. ที่ 3,000 รตน. มอเตอร์ กำลังสูงสุด 82 กิโลวัตต์/109 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวทันเมตร/25.8 กก.ม. ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ E-CVT ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า
HONDA CITY HATCHBACK (ฮอนดา ซิที แฮทช์แบค) รถเก๋งแบบแฮทช์แบค 5 ประตูยอดนิยม ปรับการดีไซจ์นภายนอกให้มีความสปอร์ท และพรีเมียมยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมไฟหน้ารูปทรงใหม่เช่นกัน เพิ่มแถบไฟวิ่งเชื่อมต่อส่วนหน้าของตัวรถ ไฟท้ายโคมใสสีรมดำ รวมถึงกันชนหน้า และกันชนหลังดีไซจ์นใหม่ ล้อแมกลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว โดยในรุ่น E:HEV RS (อี:เอชอีวี อาร์เอส) มีทางเลือกสีดำทูโทนตัดกับสีตัวถังใหม่
ทางเลือกด้านสมรรถนะยังคงจัดเต็ม โดยในรุ่นทอพ E:HEV RS ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังสูงสุดทั้งระบบที่ 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25.8 กก.ม. ตั้งแต่ช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 27.6 กม./ลิตร (จากอีโคสติคเกอร์) ส่วนอีกหนึ่งทางเลือก คือ ขุมพลังเทอร์โบ ขนาด 1.0 ลิตร กำลังสูงสุด 122 แรงม้า
ห้องโดยสารของรุ่นปรับโฉมมีความโดดเด่นกับหน้าจอสัมผัสดีไซจ์นใหม่ ขนาดใหญ่ 10 นิ้ว (มีติดตั้งในบางรุ่นย่อย) รองรับ APPLE CAR PLAY และ ANDROID AUTO แบบไร้สาย ติดตั้งแท่นชาร์จมือถือแบบไร้สาย กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ และเพิ่มไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร พร้อมออพชันใหม่อย่างระบบกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ
รู้หรือไม่
1. การปรับโฉมรอบนี้ ถือเป็นการปรับไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่ 2 ของเจเนอเรชันนี้ โดย HONDA เลือกเปิดตัวเวอร์ชันไทยเป็นที่แรกในโลกร่วมกับประเทศอินเดีย (สำหรับตัวถังซีดาน) แต่เป็นครั้งแรกของการเผยโฉมรุ่นตัวถังแฮทช์แบค
2. นอกจากจะอัพเกรดหน้าจอภายในใหม่เป็นแบบลอยตัวขนาด 10 นิ้วแล้ว HONDA ยังมีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่อย่าง “E:HEV E” เพื่อเป็นทางเลือกเริ่มต้นสำหรับผู้ที่อยากข้ามมาเล่นขุมพลังไฮบริดในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
3. จุดขายที่ทำให้ HONDA CITY HATCHBACK ยังคงครองใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และครอบครัวยุคใหม่ คือ เบาะอุลทราซีท ที่สามารถยกพับเบาะนั่งด้านหลังขึ้นเพื่อวางของทรงสูงได้ ซึ่งไม่มีในรถยนต์ระดับเดียวกัน

