ชื่อของ “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของโครงการพัฒนาน้ำอันยิ่งใหญ่ในยุคในหลวงรัชกาลที่ 9 หากยังเป็น “พื้นที่ทางอารมณ์” ของคนเมืองยุคนี้ ที่ต้องการหนีความเร่งรีบ สู่ความเรียบง่ายที่จับต้องได้ “นิวซีแลนด์เมืองไทย” ริมเขื่อนป่าสักฯ ฉายานี้ไม่ได้มาเล่นๆ วันนี้เราจะเดินทางไปเขื่อนป่าสักฯ ด้วย JAECOO 5 EV พร้อมลายแทงท่องเที่ยวปี 2026 และพิกัดสถานีชาร์จรถไฟฟ้า
อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก เปรียบเสมือนพื้นที่พักผ่อนในฝันของคนภาคกลาง เพราะมีทั้งธรรมชาติ ป่าเขา และสายน้ำ ทำให้วิวที่นี่สวยงามเสมือนอยู่ภาคเหนือ ไฮไลท์ภาพจำของที่นี่ คือ การขับรถบนถนนเลียบสันเขื่อนที่สวยงามคดโค้งไปตามภูมิประเทศ ด้านซ้ายติดอ่่างน้ำ ด้านขวาติดภูเขา เหมาะมากกับการพิคนิคยามเย็น ตกปลา หรือปั่นจักรยานชมวิวรอบอ่าง ในช่วงเย็นยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดอีกด้วย
ใครอยากเล่นน้ำฟีลทะเลต้องที่นี่เลย ท่าเรือประมงบ้านมะนาวหวาน เป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจริมเขื่อนป่าสักฯ ที่ต้องมา เพราะมีการรวมตัวกันของชาวบ้าน จัดตั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีซุ้มไม้ไผ่ให้นั่งชิลล์เล่น แม้กลางวันจะร้อนแค่ไหน แต่ในซุ้มก็เย็นตลอดทั้งวัน สามารถสั่งอาหารมารับประทานได้ หรือจะลงเล่นน้ำก็มีบริการให้เช่าอุปกรณ์ห่วงยาง และสำหรับใครที่อยากนั่งเรือชมสะพานผุดกลางน้ำ ที่นี่ก็มีเรือบริการอีกด้วย
เมื่อมาถึงเขื่อนป่าสักฯ ถ้าไม่มาชมรถไฟลอยน้ำจะถือว่าพลาด “สะพานทางรถไฟลอยน้ำโคกสลุง” ระหว่างสถานี (สุรนารายณ์-โคกสลุง) จุดนี้ คือ ไฮไลท์ เพราะเราสามารถนั่งชิลล์ๆ รับลม ชมสะพานได้ หากมาจังหวะดีๆ จะพบกับ “ขบวนรถไฟวิ่งผ่านสะพาน” เป็นฉากหลัง
ในช่วงเดือน พย.-มค. น้ำจะเยอะ ทำให้ดูคล้ายรถไฟกำลังวิ่งบนผิวน้ำ เป็นภาพที่สวยงามระดับ UNSEEN เลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นช่วง กพ.-ตค. น้ำจะเริ่มน้อย แต่ก็จะเห็นเสาสะพานรถไฟที่โค้งยาวดูสวยงามเช่นกัน แนะนำให้ไปช่วงบ่ายแก่ๆ จะดีที่สุด (ควรเชคตารางเดินรถไฟก่อนไปทุกครั้ง)
จุดหมายของเรา คือ “นิวซีแลนด์เมืองไทย” ที่ตั้งอยู่ริมเขื่อนป่าสักฯ หากเรามาถึงในช่วงบ่ายแก่ๆ จะพบกับแสงสีทองฉาบลงบนทุ่งหญ้า ช่วงเวลานี้ฝูงปศุสัตว์ของชาวบ้านที่อยู่บริเวณนี้ ทั้งวัว ควาย แพะ และแกะ จะเริ่มออกมาเล็มหญ้าเป็นฝูงใหญ่ ด้านหลังเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ และภูเขาในระยะไกล ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ คือ องค์ประกอบภาพที่ช่างภาพสายท่องเที่ยวต่างถวิลหา
ช่วงเวลาแนะนำ : ช่วงเช้า (06.00-09.00 น.) และช่วงเย็น (16.00-18.00 น.) อากาศจะไม่ร้อนจัด และได้แสงพระอาทิตย์ที่สวยงาม
ร้านลับหนึ่งเดียวที่ซ่อนตัวอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนกับ “นิวซีแลนด์เมืองไทย” ริมเขื่อนป่าสักฯ ร้านถูกปรับปรุงใหม่ ติดแอร์ บรรยากาศสวยงามสไตล์คาเฟ รสชาติกาแฟเข้มข้นสไตล์คั่วกลางถึงเข้ม มีขนมเค้กต่างๆ มากมาย รวมถึงไอศกรีมด้วย เป็นจุดคลายร้อนได้ดีทีเดียว
มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนจากกรุงเทพฯ บนถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) มุ่งหน้าสู่สระบุรี ผ่านแก่งคอย โรงปูน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า อ. มวกเหล็ก สู่ทางหลวงหมายเลข 2224 แบบยาวๆ เส้นทางนี้มีระยะทางรวมไป-กลับ ไม่เกิน 400 กม. ถ้าใครกลัวไม่ถึงบ้าน อาจจิ้มชาร์จไฟสัก 20 นาที ก็ถึงบ้านสบาย
การเดินทางครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ ไปแล้ว ทั้งเรื่องสถานีชาร์จที่มากขึ้น และระยะเวลาการชาร์จเร็วขึ้น ที่สำคัญเราได้ความเงียบสงบ จากแรงสั่นสะเทือนที่น้อย สามารถเปิดแอร์เย็นสบายได้ทุกที่ ทำให้ซึมซับกับธรรมชาติได้ง่ายขึ้น สระบุรีในวันนี้จึงเป็นทั้งปลายทางของคนรักการถ่ายภาพ และพื้นที่พักสายตาสำหรับผู้แสวงหาความเรียบง่าย
ELEX BY EGAT ในปั๊ม PT สาขาปากช่อง 3 มีเครื่องชาร์จแบบ DC FAST CHARGE กำลังไฟ 150 กิโลวัตต์ จำนวน 2 หัวจ่าย
EV STATION PLUZ สาขาทับกวาง มีิ DC FAST CHARGE กำลังไฟ 120 กิโลวัตต์ 2 หัวจ่าย และกำลังติดตั้งเพิ่มอีก 2 ตู้ กำลังไฟ 180 กิโลวัตต์ อีก 4 หัวจ่าย
อีโวเอซีส มวกเหล็ก ถือเป็น HUB EV ใหญ่สุดในแถบนี้ เพราะมีถึง 8 ตู้ 16 หัวจ่าย แบบ DC FAST CHARGE กำลังไฟสูงสุด 120 กิโลวัตต์ ปั๊มใหม่ สะอาด พื้นที่ภายในกว้างขวาง จอดรถได้เยอะ มีร้านของกินให้เลือกมากมาย
บทความแนะนำ

