ค่าย Lotus เผยผลการดำเนินงาน โดยจะเป็นครั้งแรกที่สามารถทำกำไร นับแต่ปี 2513 เป็นต้นมา เป็นผลมาจากความนิยมในรุ่น Evora 400 ในสหรัฐอเมริกา ภายใต้ฝีมือบริหารงานของ ซีอีโอ Jean-Marc Gales
Gales ให้สัมภาษณ์ Auto Express ว่า Lotus Evora 400 เพิ่งแนะนำออกสู่ตลาดในอเมริกา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้ และมียอดจองไปจนถึงเดือนมีนาคม 2560 ทั้งนี้เพราะได้รับความนิยมจากชาวอเมริกัน ที่เป็นตลาดสำหรับรถสปอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งโรงงานที่ Hethel ไม่สามารถผลิตให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคได้
แต่ยังมีกุญแจสำคัญอื่นที่ทำให้ Lotus Group สามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรก ทั้งที่ประสบปัญหาการขาดทุนมานานหลายทศวรรษ โดย Gales เข้ารับตำแหน่งซีอีโอ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ขณะนั้นยังมีพนักงาน 1,200 คน และโรงงาน Hethel มีกำลังการผลิตน้อยกว่า 1,200 คัน/ปี
"ปัจจุบัน เรามีพนักงานราว 800 คน กำลังการผลิตมากกว่า 2,000 คัน/ปี ด้วยคุณภาพมาตรฐานที่สูงกว่าในอดีต" Galed เล่าให้ฟัง "ปัจจุบันนี้ เราจำหน่ายรถยนต์คุณภาพในสหรัฐอเมริกา ที่ผู้บริโภคมีความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ของเรา และให้การต้อนรับเป็นอย่างดี"
Gales วัย 55 ปี เข้ารับตำแหน่งซีอีโอของ Lotus Group เมื่อ 2 ปีก่อน และเคยเป็นผู้บริหารของ Peugeot Citroen มาก่อน คุยว่าในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่า เอสยูวี ของ Lotus ที่ผลิตในประเทศจีน น่าจะเป็นตัวทำรายได้ให้กับบริษัทฯ และทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับภายในเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
สำหระับผลิตภัณฑ์ที่น่าคาดหวังในปัจจุบัน Lotus คาดหวังกับโรดสเตอร์ Evora และยังมี Exige และ Elise โดยมีแนวโน้มจะกลับเข้าสู่การแข่งขัน GT ในอนาคตอันใกล้นี้ บทความแนะนำ

