รถล่าสุด
Ford Everest 2018

Ford Everest เอสยูวีที่มีพื้นฐานจากกระบะ Ranger ตัวถังวางบนโครงสร้างแชสซีส์ มิติ ยาว/กว้าง/สูง 4893/1,862/1,837 มม. ช่วงล้อ หน้า/หลัง 1,560/1,565 มม. และฐานล้อ 2,850 มม.
ปรับโฉมแบบยกหน้า กระจังหน้าใหม่เปลี่ยนรูปทรงและเส้นคาดเล็กน้อยจาก 2 เส้นมาเป็น 3 เส้น กินเนื้อที่ถึงชุดไฟหน้า และเปลี่ยนแผ่นกันกระแทกในกันชนหน้าใหม่ ส่วนด้านหลังยังคงเดิม เน้นไฟท้ายขนาดใหญ่เชื่อมต่อด้วยแถบโครเมียม รุ่น Titanium + เพิ่มระบบไฟหน้าปรับระดับสูง/ต่ำอัตโนมัติ ไฟแอลอีดี ระบบไล่ฝ้ากระจกมองข้าง ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ และเพิ่มมาดหรูด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค ล้อแมกขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้ว (รุ่นอื่นรองจากนี้ให้ล้อแมกขนาด 18 นิ้ว และ 17 นิ้ว)
ภายในยกระดับจากกระบะร่วมค่ายโดยสิ้นเชิง คอนโซลหน้าเพิ่มความหรู ด้วยการติดตั้งจอขนาด 8 นิ้ว ใช้วัสดุคุณภาพสูง เบาะหุ้มด้วยหนัง พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกโซน มีให้ทุกรุ่น ส่วนรุ่น Titanium + ติดตั้งเบาะคู่หน้าปรับทิศทางด้วยไฟฟ้า รวมถึงเบาะแถวที่ 3 ประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า และชายบันไดสเตนเลสส์พร้อมไฟแอลอีดีFord Everest Titanium + ใหม่ มาพร้อมระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนของ Ford ซึ่งผสานระบบเบรคแบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) บริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถ และช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กม./ชม. ขึ้นไป
Ford Everest ใหม่ มาพร้อมความสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยฟีเจอร์ใหม่มากมาย เช่น ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี กุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ
ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ซึ่งได้รับการติดตั้งในรถระดับนี้เป็นครั้งแรก จะคอยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง 4 ล้อ และเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลง ระบบนี้นอกจากจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้น้ำมันแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของยางอีกด้วย
นอกจากนี้ ผู้ขับขี่จะได้รับความสะดวกสบายจากระบบประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เพียงยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายจะเปิดโดยอัตโนมัติ
Ford Everest ใหม่ ทุกรุ่น ยังมาพร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทรถได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และขึ้น/ลงรถได้สะดวกสบายกว่าเดิม
Ford Everest ใหม่ ทุกรุ่น ได้รับการติดตั้งระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ซึ่งรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลล์คัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียมซึ่งติดตั้งมากับรถ เมื่อออกนอกพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกด้วย
ระบบซิงค์ 3 ยังมาพร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น
ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) คือ ระบบ SYNC® ที่ได้รับการพัฒนามาขึ้นอีกขั้น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ ด้วยระบบ SYNC® และต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน
ขุมกำลัง 2 ทางเลือก รุ่น 2.0 Turbo ใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลัง 180 แรงม้า ขับเคลื่อน 2 ล้อหลังเท่านั้น ส่วนรุ่น 2.0L Titanium และ 2.0 Bi-Turbo เป็นเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร กำลัง 213 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา พร้อมโหมดขับเคลื่อนหลากหลาย ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อมโหมดบวก/ลบ





