Nio EC7 ถูกวางตำแหน่งเหนือกว่า ES7 ที่ใช้ Platform ร่วมกัน ทั้งด้านสมรรถนะ และความหรูหรา ห้องโดยสารสะดวกสบาย พร้อมเทคโนโลยีล้ำหน้า เหนือหลังคาติดตั้งอุปกรณ์ Lidar พร้อมเซนเซอร์แม่นยำสูงที่สามารถรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 4
Nio EC7 มีความยาวตัวรถ 4,968 มม. กว้าง 1,974 มม. และฐานล้อ 2960 มม. ซี่งมีขนาดใกล้เคียงกับ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ขนาดกลางที่จำหน่ายในยุโรป ขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลัง 644 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 86.7 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที
Nio อ้างว่า EC7 เป็น ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศดีที่สุดในโลก ด้วยตัวเลข 0.23 จากการจัดกระแสลมที่มีประสิทธิภาพ ทั้งกระจังหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ, สปอยเลอร์ปรับอัตโนมัติ รวมถึงทรงหลังคาที่ลาดเอียง จากความลู่ลมกว่า จึงทำให้เดินทางได้ไกล ด้วยแบทเตอรีขนาด 75 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถเดินทางได้ 304 ไมล์/ชาร์จ (489 กม.) และเพิ่มเป็น 395 ไมล์ (635 กม.) หากใช้แบทเตอรีขนาด 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง
สำหรับ Nio EC7 รุ่นสูงสุดใช้แบทเตอรีขนาด 150 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำระยะเดินทางสูงสุดถึง 572 ไมล์ (920 กม.) ตามมาตรฐาน CLTC ของจีน ที่คำนวนระยะทางได้มากกว่ามาตรฐาน WLTP ของยุโรป
หากเปิดตัวในยุโรปด้วยแบทเตอรีขนาด 150 กิโลวัตต์ชั่วโมง จะเป็นรถไฟฟ้าที่ใช้แบทเตอรีขนาดใหญ่ระดับแนวหน้า เป็นรองแค่ GMC Hummer ที่น่าสนใจ คือ Lucid Air ที่ใช้แบทเตอรีขนาด 118 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำระยะเดินทางได้ 520 ไมล์/ชาร์จ (836 กม.)
จุดขายของ Nio EC7 คือ การบริการสลับแบทเตอรีที่สถานีของ Nio ซึ่งไม่เสียเวลานานเท่ากับการชาร์จแบทเตอรี สถานีสามารถบริการรถ EC7 ได้มากกว่าวันละ 400 คัน
บทความแนะนำ

