บทความ
Aion UT ลูกอ๊อดกระแสแรง ทุบคู่แข่งเรียบ

วินาทีนี้รถในกลุ่มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบค 5 ประตู กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยความคุ้มค่า และเน้นใช้งานในเมือง ที่สำคัญสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย ดาวรุ่งกระแสแรง น่าจับตามองจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจากน้อง "ลูกอ๊อด" Aion UT (ไอออน ยูที)
เขย่าตลาดแฮทช์แบค
Aion UT น้องใหม่รถยนต์ไฟฟ้าตัวถังแฮทช์แบค 5 ประตู ขับเคลื่อนไฟฟ้า 100 % ที่หลายคนตั้งตารอในเรื่องของราคา และความคุ้มค่าของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่แข่งขันอย่างสมน้ำสมเนื้อกับรถยนต์ไฟฟ้าจากแดนจีนหลากหลายรุ่น โดยมี BYD Dolphin (บีวายดี ดอลฟิน), GWM Ora Good Cat (กเรท วอลล์ มอเตอร์ โอรา กูด แคท), MG4 (เอมจี 4) เป็นคู่แข่งสำคัญ
จุดเด่นการออกแบบภายนอกของ Aion UT ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นสายที่โค้งมนจาก Milan Design Aesthetics รอบคันทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ด้วยความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีกันชนด้านหน้า มาพร้อมช่องดักอากาศหกเหลี่ยมสีดำเน้นให้ตัวรถเป็นแบบ Minimal เรียบง่ายแต่ดูดี ด้านหลังเสริมความสปอร์ท ด้วยสปอยเลอร์หลังคา พร้อมล้อแบบ Aero Wheel ลดแรงต้านอากาศ โดยจะมีขนาด 16 นิ้วในรุ่น Standard หรือ 17 นิ้ว ในรุ่น Premium
ชุดไฟหน้ามีลักษณะแยกส่วนชัดเจน ไฟหน้าลักษณะ LED ทรงตัว J หรือ Winky Headlight มาพร้อมชุดไฟตัดหมอกเป็นลักษณะไฟ 4 ดวง ครอบกรอบทรงเหลี่ยมสีดำ มาพร้อมไฟเลี้ยวหน้า และไฟท้ายทรงคิวบิก สไตล์ Matrix Cube Light ผสานเทคโนโลยีกับแฟชันเอาใจวัยรุ่น ได้อย่างลงตัว
ไฮไลท์อยู่ที่ภายใน
ในด้านภายใน Aion UT ให้อรรถประโยชน์มาเต็มกับ Playground Cabin Comfort Space ที่นั่งห้องโดยสารขนาดใหญ่สุดในคลาสส์เดียวกัน มีพื้นที่กว้างถึง 1,385 มม. พร้อมพื้นที่วางขาที่สะดวกสบายมากขึ้นถึง 905 มม. รองรับผู้โดยสาร 3 คนได้สบายๆ และยังมีพื้นที่เบาะนั่งแบบ Butterfly-Shaped Seat ทรงผีเสื้อ โอบรับทุกสัมผัส สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องโดยสารทั้งแถวหน้า และแถวหลังได้ตามความต้องการแบบพับแยก 60:40 พื้นที่เก็บของความจุอยู่ที่ 440 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงจะเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,600 ลิตร ซึ่งมากกว่า BYD Dolphin และยังมีไฮไลท์อยู่ที่ช่องแอร์ผู้โดยสารด้านหลัง
แดชบอร์ดมาพร้อมกับหน้าจอมาตรวัดดิจิทอลขนาด 8.8 นิ้ว พวงมาลัยมัลทิฟังค์ชันทรงสองก้าน พร้อมปุ่มปรับฟังค์ชันหน้าจอทั้งสอง ปุ่มลัด และคำสั่งเสียง 2 ภาษา บริเวณตรงกลาหน้าจอ Infotaintment ขนาด 14.6 นิ้ว สามารถสั่งการตัวรถรอบคัน และสามารถอัพเดทซอฟแวร์ได้เองผ่านระบบ OTA ลำโพง 6 ตัว นอกจากนั้นยังมีแผงคอนโซลกลาง พร้อมระบบ Wireless Charging เชื่อมต่อไม่มีสะดุด
ด้านเทคโนโลยี Magazine Battery 2.0 แบทเตอรีพัฒนาใหม่ มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ทนทานต่อการบิดตัว 180 องศา โดยไม่เกิดประกายไฟ หรือความร้อนสะสม
ระบบขับเคลื่อนรุ่น Standard ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 145 นิวทันเมตร จับคู่กับแบทเตอรีความจุ 50 กิโลวัตต์ชั่วโมง ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกลกว่า 400 กม. และรุ่น Premium มอเตอร์ไฟฟ้า 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวทันเมตร แบทเตอรีเพิ่มขนาดเป็น 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับเคลื่อนล้อหน้าทั้ง 2 รุ่น ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกลกว่า 500 กม. รองรับการชาร์จเร็วจาก 30-80 % ในเวลาเพียง 24 นาที
ศักยภาพพร้อมแข่งขัน
ด้วยกระแสความสนใจ ยอดจองสิทธิ์ที่ล้นหลามอย่างมาก กับราคาที่คาดว่าจะแข่งขันได้ช่วงระหว่าง 4-6 แสนบาท มีรถไฟฟ้าหลากหลายรุ่นที่ต้องทำการบ้านแก้เกมอย่างหนัก และ Aion UT มีศักยภาพมากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เพราะได้ทั้งความสดใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และข้อดีการใช้งานที่อเนกประสงค์ได้มากกว่าคู่แข่งเกือบทุกรุ่น โดยเฉพาะการแข่งขันกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง BYD Dolphin ต้องมาดูกันว่า ลูกอ๊อดคันจิ๋วจะเขย่ากลุ่มรถแฮทช์แบคทั้งฝั่งจีน และญี่ปุ่นได้ในอนาคตหรือไม่