ธุรกิจ
Suzuki เปิดแผนปี 2569 แนะนำรถยนต์ใหม่ 3 รุ่น
Suzuki เปิดแผนธุรกิจปี 2569 แนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น เดินหน้าขยายเครือข่ายบริการครอบคลุมทั่วประเทศ ชูมาตรฐานงานบริการ และคลังอะไหล่แท้ที่พร้อมรองรับทุกความต้องการHighlight
บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดยานยนต์ไทย เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี พร้อมยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขาย เปิดช่องทางลูกค้าสั่งซื้ออะไหล่ออนไลน์จากคลังอะไหล่สำรอง พร้อมเร่งขยายเครือข่ายเพื่อครอบคลุมการบริการลูกค้า Suzuki ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
ทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า 2569 Suzuki ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจอย่างรอบด้าน ทั้งการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และการรักษาคุณภาพงานบริการที่เป็นจุดแข็งสำคัญ เพื่อให้แบรนด์ Suzuki เป็นที่ยอมรับ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยต่อไปอย่างมั่นคงในอนาคต พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รุ่น
2 ไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ Suzuki มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 3 รุ่น ประเภท B-SUV (BEV), Crossover SUV และ Mini-SUV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การนำเข้ารถยนต์ Global Model เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อปี 2567 โดยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ดังกล่าว จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ทั้งการใช้งานที่เน้นความคล่องตัวในเมือง และความอเนกประสงค์สำหรับการเดินทางไกล พร้อมยังคงเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นสำคัญ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในปีนี้ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค และกระตุ้นความต้องการในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดย Suzuki ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะการยกระดับศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่าย เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมาตรฐานการให้บริการที่เป็นเลิศ รองรับการดูแลผลิตภัณฑ์ และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ความสำคัญของงานบริการหลังการขายที่จะเป็นกุญแจสำคัญในปี 2569 เราจะยกระดับ และพัฒนาในแต่ละส่วนงานบริการเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่น และลดความกังวลให้แก่ลูกค้าในระยะยาว
1. โปรแกรมฟรีเชคระยะยาวนานถึง 7 ปี
Suzuki เดินหน้า โปรแกรมฟรีเชคระยะนานถึง 7 ปี สำหรับผู้ใช้รถยนต์ Suzuki Fronx และ Suzuki Swift เพื่อส่งเสริมความอุ่นใจในการใช้งานระยะยาว ช่วยให้ลูกค้าสามารถดูแลบำรุงรักษารถยนต์ได้ต่อเนื่องตามระยะที่กำหนด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และคลายความกังวลในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในด้านสมรรถนะ และความพร้อมใช้งานของรถยนต์ Suzuki ให้คงประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ
2. ขยายการรับประกันคุณภาพงานซ่อม และอะไหล่ เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กม.
Suzuki ยกระดับความคุ้มครองเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าหลังเข้ารับบริการ ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพงานซ่อม และอะไหล่ จากระยะเวลาเดิม 3 เดือน หรือ 5,000 กม. เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน) เพื่อยืนยันถึงมาตรฐานการซ่อม และคุณภาพของอะไหล่แท้ Suzuki ที่ผลิตตามมาตรฐานเดียวกับโรงงานประกอบรถยนต์ มั่นใจได้ในความทนทาน และความปลอดภัยสูงสุด
3. ชูความเป็นมาตรฐาน และยกระดับงานบริการที่เหนือความคาดหมายด้วยระบบ S-Solution
Suzuki ได้พัฒนาแนวทางการให้บริการ S-Solution เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวก และความมั่นใจในทุกขั้นตอนของการเข้ารับบริการ ระบบ S-Solution จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลงานบริการ งานซ่อมบำรุงที่จะมาพร้อมภาพถ่ายประกอบงานซ่อม สามารถตรวจสอบรายละเอียดงานซ่อมได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และติดตามความคืบหน้าได้อย่างสะดวกผ่านช่องทาง Suzuki Application และ Line Official Account ส่งผลให้กระบวนการบริการมีความรวดเร็ว โปร่งใส และเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น
4. ระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่สำรอง เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ Suzuki มีการบริหารจัดการคลังสำรองอะไหล่ไว้ในระบบ
ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่น เพื่อรองรับความต้องการของศูนย์บริการทั่วประเทศได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนารูปแบบช่องทางการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่เพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้ออะไหล่แท้ผ่านระบบช่องทางออนไลน์ ที่จะพร้อมให้บริการได้ในเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงอะไหล่แท้ของ Suzuki ของลูกค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ระบบดังกล่าวจะถูกออกแบบให้ลูกค้าสามารถค้นหา และสั่งซื้ออะไหล่แท้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจในคุณภาพ โดยมีการเชื่อมโยงกับผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การจัดส่งและบริการหลังการขายเป็นไปตามมาตรฐานของ Suzuki
นอกจากนี้ Suzuki ยังมีแผนเดินหน้าขยายเครือข่ายการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเพิ่มความสะดวก และความรวดเร็วในการเข้ารับบริการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค พร้อมยกระดับการเข้าถึงบริการมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ Suzuki จะให้ความสำคัญกับการขยายศูนย์บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานสูง รวมถึงพื้นที่ที่ยังไม่มีโชว์รูมรถยนต์ Suzuki โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้เปิดศูนย์บริการ 2S เพิ่มจำนวน 4 แห่ง และในปี 2569 ตั้งเป้าขยายเพิ่มอีกจำนวน 5 แห่ง เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการในทำเลสำคัญทั่วประเทศ
ศูนย์บริการ 2S ให้บริการงานซ่อมบำรุง และบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ โดยช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการอบรมจากบริษัทฯ พร้อมเครื่องมือมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และคุณภาพในการใช้งานของลูกค้า โดยครอบคลุมการให้บริการตั้งแต่การตรวจเชค และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ระบบเบรค ผ้าเบรค และน้ำมันเบรค การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ และไส้กรองแอร์ ตรวจเชคระบบช่วงล่าง และยางรถยนต์ ไปจนถึงระบบไฟ แบทเตอรี และการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน
ศูนย์บริการ 2S ยังจำหน่าย และติดตั้ง อะไหล่แท้ Suzuki ซึ่งผลิตตามมาตรฐานเดียวกับชิ้นส่วนที่ใช้ในสายการผลิตจากโรงงาน ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพ มีความทนทานสูง พร้อมระบบสำรอง และกระจายอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างรวดเร็ว
ศูนย์บริการ 2S จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมศักยภาพงานบริการของ Suzuki เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดย Suzuki ให้การสนับสนุนผู้จำหน่ายอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องของการฝึกอบรมบุคลากร ระบบเทคโนโลยี และการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ อาทิ ป้ายสัญลักษณ์ Suzuki การออกแบบศูนย์บริการ และอุปกรณ์ตกแต่งภายใน เพื่อให้ศูนย์บริการ 2S สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Suzuki มีศูนย์บริการระดับมาตรฐาน 3S (Sales, Service & Spare Parts) จำนวน 85 แห่งครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และมีแผนที่จะขยาย และพัฒนาศักยภาพศูนย์บริการเหล่านี้ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายศูนย์บริการ รวมถึงการยกระดับศูนย์ซ่อมสี และตัวถังให้มีความพร้อมสูงสุด ทั้งในเรื่องของด้านการบริหารจัดการ การจัดฝึกกอบรมบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพการขายรถยนต์ Suzuki โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแบบรอบด้านสำหรับที่ปรึกษาการขาย รวมถึงการฝึกอบรมทักษะของบุคลากรที่ปรึกษางานบริการ และการฝึกอบรมทักษะของช่างเทคนิค เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในระยะยาว และพร้อมรองรับลูกค้ารถยนต์ Suzuki ในอนาคตอีกด้วย
“ในปี 2568 ตลาดรถยนต์รวมมียอดขายอยู่ที่จำนวน 622,395 คัน เติบโตขึ้นจากปี 2567 ประมาณ 8.68 % ซึ่งมีแนวโน้มทรงตัวจากการแข่งขันราคาที่รุนแรง ส่วนในปี 2569 นี้ เราต้องจับตาดูการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่จะส่งผลต่อราคา และทิศทางของผู้บริโภคที่เริ่มมองหารถยนต์ที่ปล่อย CO2 ต่ำมากขึ้น”
Suzuki ยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขาย และความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าเสมอมา โดยเราเชื่อว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพรุ่นใหม่ ผสานกับการขยายศูนย์บริการที่ครอบคลุมเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็ว จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ Suzuki พร้อมยึดมั่นในแนวทาง "Suzuki Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือ ความเข้าใจทุกความต้องการ เพื่อพัฒนาบริการ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน และพัฒนาสังคมไทย พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้า และชุมชนในทุกช่วงเวลาตลอดไป









