บทความ
ดีเลอร์รถยุโรปสะดุดในจีน ส่อปิดตัวหลายแห่ง ?

การปรับราคาตัดกับปัญหาของเครือข่ายดีเลอร์เป็นปัญหาในวงกว้างครั้งใหญ่รถยนต์หรูในจีนจึงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ท่ามกลางการแข่งขันจากแบรนด์ในประเทศ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ยุโรปหลายเจ้าเริ่มสั่นคลอนHighlight
ตลาดรถยนต์หรูในจีนช่วงต้นปี 2026 กำลังประสบปัญหาใหญ่ เมื่อการปรับลดราคาของแบรนด์ยุโรประดับพรีเมียม ยังคงหดตัวต่อเนื่อง ค่ายรถอย่าง BMW, Mercedes-Benz และยี่ห้ออื่นๆ พวกเขากำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นกับปัญหาความตึงเครียดของดีเลอร์ที่ส่อปิดตัว เศรษฐกิจตกต่ำ และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
การลดราคารถเกินกว่า 10 % สำหรับรถค่ายหลักที่จำหน่ายทั้ง Sedan และ SUV ไม่ว่าจะเป็น BMW ที่จำหน่าย 3-Series หรือ X3 ตลอดจน Mercedes-Benz รุ่น C-Class และ GLC-Class หรือ Audi ที่กำลังเดินหน้ารถไฟฟ้ารุ่นใหม่ ดีเลอร์จำนวนมากรายงานว่าการปรับราคาขายปลีกลง ไม่สามารถแก้ไขปัญหากำไรหดที่สะสมมานานได้ ขณะเดียวกัน ทุกยี่ห้อก็ผลักดันส่วนลดพิเศษที่ให้เพิ่มเติมก็ต้องอัดต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขาย และระบายสตอคอย่างหนัก
กลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกรถยนต์แห่งหนึ่งระบุว่า มากกว่าครึ่งของดีเลอร์รถยนต์ในจีนขาดทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 และมีเพียงราว 30 % เท่านั้นที่มีกำไร โดยสถานการณ์แทบไม่ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ปี 2026 สำหรับกลุ่มรถหรูแบบดั้งเดิม เช่น Porsche มีอัตราการลดราคาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำไรจากการส่งมอบรถหรูใหม่ต่ำกว่าจุดคุ้มทุน โดยเฉพาะรถไฟฟ้าอย่าง Taycan, Macan รอยร้าวในภาคธุรกิจส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมา มีผลให้โชว์รูมหลายแห่งพากันปิดตัวลงแบบไร้สัญญาณ
นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมของจีน คาดว่าจำนวนดีเลอร์จะหดตัวต่อเนื่องตลอดปี 2026 เมื่อผู้ผลิต และเครือข่ายปรับตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่อัตรากำไรต่ำลง กลุ่มดีเลอร์รายใหญ่ "จำเป็นต้องมุ่งลดโครงสร้างต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)" รวมถึงโชว์รูมแต่ละยี่ห้อมีการสำรวจรูปแบบการใช้พื้นที่ร่วมกัน ปรับโมเดลธุรกิจเพื่อลดการขาดทุน และพยุงธุรกิจการค้าต่อไปได้
แรงกดดันในภาคค้าปลีกเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาดรถยนต์ของจีน แม้ความสนใจในรถยนต์ไฟฟ้า และรถพรีเมียมยังมีอยู่ แต่อัตราการเติบโตของยอดขายโดยรวมเริ่มชะลอลง ขณะที่แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนสามารถดึงดูดผู้ซื้อ และครองพื้นที่โชว์รูมได้มากขึ้น นำเสนอความแปลกใหม่ของเทคโนโลยีได้แบบอยู่หมัด การเปลี่ยนแปลงนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านราคาต่อแบรนด์รถหรูยุโรป ที่ต้องเผชิญการแข่งขันสงครามการค้า ไม่เพียงด้านราคา คุณภาพ นโยบายการค้ากับต่างประเทศ แต่ยังรวมถึงความต้องการตลาดที่เกิดขึ้นเองภายในประเทศ
ปี 2026 ทางหน่วยงานของจีนชี้ถึงผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนตัว และแรงกดดันด้านราคาสะท้อนชัดผ่านการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายดีเลอร์ ค่ายรถหรูจำนวนมากปิดกิจการในช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 และการควบรวมที่เพิ่มขึ้น สงครามราคาเองก็มีส่วนทำลายโครงสร้างกำไรของทั้งผู้ผลิต และตัวแทนจำหน่ายทั้งระบบ ดังนั้นต้องรอดูว่าหน่วยงานภาครัฐจะเข้ามาช่วยดูแล การฟื้นฟูเสถียรภาพที่เป็นอีกเป้าหมายสำคัญ และหาจุดร่วมในการปรับโครงสร้างใหม่ให้มั่นคงออกมาตรการที่เป็นธรรมมากขึ้น

บทความแนะนำ

