ธุรกิจ
PTG เปิดแผนธุรกิจ ปี 2569
PTG เปิดกลยุทธ์ “Powering Thai Lives : Everywhere • Everyday • Everyone” เชื่อม 13 แบรนด์ 6,000+ Touchpoints และสมาชิกกว่า 25 ล้านคน สู่ Ecosystem ของคนไทยHighlight
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดโรดแมพการดำเนินธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Powering Thai Lives : Everywhere • Everyday • Everyone” โดยเดินหน้าพัฒนา Max World Ecosystem เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจพลังงาน และบริการด้านไลฟ์สไตล์เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านการเชื่อมต่อ 13 แบรนด์ภายในเครือ กับเครือข่ายบริการกว่า 6,000 Touchpoints และฐานสมาชิกกว่า 25 ล้านคน พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการมากกว่า 7,000 Touchpoints ผ่านการผสานธุรกิจ Oil และ Non-Oil เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Ecosystem ที่สามารถตอบโจทย์กิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ในหลากหลายมิติ และยกระดับบทบาทขององค์กรจากผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน สู่การพัฒนาเครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตของผู้คนมากยิ่งขึ้น เพื่อเชื่อมโยงผู้คน เศรษฐกิจ และสังคมไทย สู่คุณภาพชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน
พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวคิด Everywhere เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา Ecosystem ของ PTG โดยมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ ผ่านการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก รวมถึงบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ภายใน Ecosystem
การขยายเครือข่ายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่เป็นการวาง Infrastructure ของธุรกิจให้สามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของผู้คนเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเดินทาง ชุมชนเมือง หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ รวมถึงการนำบริการออกไปสู่กิจกรรม และงานอีเวนท์ในชุมชนในรูปแบบ Food Truck เช่น งานวิ่ง และกิจกรรมสาธารณะ เพื่อให้ PTG เข้าไปอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของผู้คน เครือข่ายที่ครอบคลุม และเชื่อมโยงกันนี้ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจผ่าน Economies of Scale
โดยในปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Max World Touchpoints มีมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงธุรกิจพลังงาน และธุรกิจ Non-Oil ภายใน Ecosystem ของบริษัทเข้าด้วยกัน โดยเป้าหมายดังกล่าว ประกอบด้วย สถานีบริการน้ำมันกว่า 2,300 แห่ง ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีเป้าหมายขยายสู่กว่า 3,000 สาขาธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มอื่นๆ อีกกว่า 200 แห่ง ธุรกิจ LPG มากกว่า 800 แห่ง รวมถึงบริการ Non-Oil และธุรกิจอื่นๆ อีกกว่า 950 จุดบริการ
นอกจากการพัฒนาเครือข่ายบริการทั่วประเทศแล้ว PTG ยังเสริมศักยภาพด้วยพแลทฟอร์มดิจิทอล MaxMe Application ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวมบริการต่างๆ ของกลุ่ม PTG ไว้ในพแลทฟอร์มเดียว ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการด้านพลังงาน อาหาร เครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์ได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านประสบการณ์เดียวกันปัจจุบัน MaxMe ยังเชื่อมต่อกับพันธมิตรกว่า 650 ราย ครอบคลุมมากกว่า 2.6 ล้านจุดให้บริการ ในหลากหลายหมวดหมู่ของการใช้ชีวิต ตั้งแต่อาหาร การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ไปจนถึงบริการทางการเงิน
การผสานเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจที่ขยายตัวมากขึ้น ทั้งทางกายภาพ และดิจิทอลดังกล่าว ทำให้บทบาทของสถานีบริการ PTG จึงค่อยๆ เปลี่ยนจากจุดให้บริการพลังงาน ไปสู่พื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้บริการหลากหลายรูปแบบได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเติมพลังให้แก่ยานพาหนะ การรับประทานอาหาร การดื่มกาแฟ หรือการใช้บริการด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา
ปรเมษฐ์ สงวนโชควณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และบริหารการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ กล่าวว่า แนวคิด Everyday สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของสถานีบริการ PTG จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจเข้ามาใช้บริการเพียงสัปดาห์ละครั้ง (Every week) เพื่อเติมน้ำมัน สู่การเป็นจุดหมายในชีวิตประจำวัน ผ่านธุรกิจ Non-Oil ที่หลากหลาย ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถแวะเข้ามาใช้บริการได้ทุกวัน
ธุรกิจร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ภายใน Ecosystem จึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้ PTG สามารถเข้าไปอยู่ในกิจวัตรประจำวันของผู้บริโภคได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นวันด้วยกาแฟ การแวะพักระหว่างการเดินทาง หรือการใช้บริการต่างๆ ที่ช่วยเติมพลังให้แก่ชีวิตในแต่ละวัน
กลยุทธ์ดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านแนวคิด Everyday Recharge • Everyday Rewards • Everyday Return
Everyday Recharge คือ การทำให้บริการของ PTG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของผู้คน จากเดิมที่สถานีบริการ PT อาจเป็นเพียงจุดที่ผู้บริโภคแวะเข้ามาเติมน้ำมันสัปดาห์ละครั้ง สู่การเป็นจุดหมายที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ในทุกวัน และตลอดวัน
ขณะที่ Everyday Rewards มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ทุกการใช้บริการ ผ่านระบบสมาชิก PT Max Card, PT Max Card Plus และ PT Max Card EV และพแลทฟอร์มดิจิทอลที่เชื่อมโยงบริการระหว่างธุรกิจต่างๆ ภายในเครือ หรือ Cross-BU Integration ทำให้ลูกค้าสามารถสะสม และใช้ Max Points จากการใช้บริการในธุรกิจต่างๆ ภายใน Ecosystem ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน การดื่มกาแฟ การรับประทานอาหาร หรือการซื้อสินค้าในร้านค้าภายในเครือ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์ และใช้บริการข้ามธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อ
ส่วน Everyday Return เป็นการนำข้อมูล และเทคโนโลยี มาพัฒนาประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละคน ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บริการของสมาชิก โดยมี MaxMe Application เป็นพแลทฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล และนำเสนอข้อเสนอ หรือสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการบริการ (Service Excellence) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในทุกครั้งที่ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการ แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างประสบการณ์แบบ Personalized ในแต่ละการใช้บริการ ส่งเสริมให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการภายใน Ecosystem ของ PTG อย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน
จากโครงสร้างเครือข่ายดังกล่าว ทำให้ปัจจุบัน PTG มี Max World Touchpoints มากกว่า 6,126 จุดบริการทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อเข้ากับฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านสมาชิก ภายใน Max World Ecosystem ทำให้ PTG มองเห็นศักยภาพในการเชื่อมโยงบริการกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้มากกว่า 153,150 ล้านโอกาส ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ในแต่ละวันเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การรับประทานอาหาร การดื่มกาแฟ หรือการซื้อสินค้า ซึ่งล้วนเป็นโอกาสที่ PTG สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของผู้คนได้ ผ่านการทำงานร่วมกันของธุรกิจทั้งหมดภายใต้แนวคิด “One PTG” ที่ทำให้บริการของ PTG เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างแท้จริง
นอกจากการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจ และบริการต่างๆ แล้ว PTG ยังให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนผ่านแนวคิด Everyone ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง ก็ต่อเมื่อการเติบโตนั้นสามารถสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนใน Ecosystem ได้พร้อมกัน
รังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า Ecosystem ของ PTG ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงเพื่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงเกษตรกร ผู้ประกอบการ พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบนิเวศทางธุรกิจของบริษัท โดย PTG เชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อการเติบโตนั้นดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อผู้คนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเกษตรกร และผู้ประกอบการท้องถิ่น การสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่ชุมชน หรือการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาบริการ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม
การพัฒนาธุรกิจของ PTG จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขยายเครือข่ายบริการ หรือการเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกันใน Ecosystem เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปพร้อมกัน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจสามารถเข้าถึงผู้คนได้ในทุกพื้นที่ บริการสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และ Ecosystem สามารถสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนในทุกภาคส่วน แนวคิด Powering Thai Lives : Everywhere • Everyday • Everyone จึงไม่ใช่เพียงทิศทางธุรกิจของ PTG แต่เป็นแนวทางในการเชื่อมโยงผู้คน เศรษฐกิจ และสังคมไทย เข้าสู่คุณภาพชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน










