ข่าวรอบโลก
รถไฟฟ้าที่ไฟไหม้ แม้ไฟดับไปแล้วหลายชั่วโมงก็มีโอกาสไฟติดขึ้นอีก

บริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าจะออกแบบรถไฟฟ้าให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพื่อการบังคับควบคุมที่ดี โดยติดตั้งแบทเตอรีอยู่ในตำแหน่งต่ำ และอยู่ในเคสที่มีความทนทาน รวมถึงป้องกันน้ำเข้า เพื่อให้สามารถใช้งานท่ามกลางสายฝน หรือน้ำท่วมโดยไม่เกิดไฟฟ้าลัดวงจร แต่มีความเสี่ยงสูงเมื่อเกิดไฟไหม้แบทเตอรีHighlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า นักดับเพลิงมีความเชี่ยวชาญการดับเพลิงรถเครื่องยนต์เป็นอย่างดี ด้วยการฉีดดับไฟ และลดอุณหภูมิของโลหะให้เย็น ก็สามารถลากรถออกมาได้แล้ว แต่ในรถไฟฟ้าที่เกิดไฟไหม้ แม้ไฟดับไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ยังมีโอกาสไฟลุกไหม้อีก เมื่อแบทเตอรีลิเธียม-ไอออนเกิดความร้อน ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่อง เซลล์แบทเตอรีจะเกิดความร้อนจากด้านใน ทั้งมีแกสพิษทำให้เกิดความร้อนจนลุกไหม้โดยไม่มีการเตือน จึงเป็นเหตุว่าทำไมการดับเพลิงรถไฟฟ้าจึงยากกว่า และไม่สามารถปล่อยทิ้งไว้ได้
การใช้น้ำดับเพลิงรถไฟฟ้า ยังเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่แต่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก ในบันทึกโดยสมาคมดับเพลิง และกู้ภัยระหว่างประเทศ เคยเกิดเหตุไฟไหม้แบทเตอรีของ Tesla นักดับเพลิงต้องใช้เวลาถึง 40 นาที และใช้น้ำ 24,000 แกลลอน (90,850 ลิตร) จึงดับไฟได้ จนมีผู้กล่าวว่าการดับเพลิงรถไฟฟ้า ต้องใช้น้ำมากกว่าการดับเพลิงรถเครื่องยนต์ถึง 40 เท่า
บริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าจะออกแบบรถไฟฟ้าให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพื่อการบังคับควบคุมที่ดี โดยติดตั้งแบทเตอรีอยู่ในตำแหน่งต่ำ และอยู่ในเคสที่มีความทนทาน รวมถึงป้องกันน้ำเข้า เพื่อให้สามารถใช้งานท่ามกลางสายฝน หรือน้ำท่วมโดยไม่เกิดไฟฟ้าลัดวงจร แต่มีความเสี่ยงสูงเมื่อเกิดไฟไหม้แบทเตอรี สมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติ (National Fire Protection Association: NFPA) ได้ทดลองพลิกตะแคงรถไฟฟ้าที่เกิดไฟไหม้ ทำให้นักดับเพลิงสามารถฉีดน้ำไปยังเคสแบทเตอรีได้ และใช้เวลาในการดับเพลิงเพียง 24 นาที ด้วยหัวฉีดหลายหัวพร้อมกัน
การใช้ผ้าห่มกันไฟเพื่อลดปริมาณออกซิเจน และคลุมเปลวไฟ ใช้ในการดับเพลิงรถไฟฟ้าไม่ได้ ผ้าห่มกันไฟจะกักแกสพิษไว้ เมื่อขยับ หรือเปิดผ้าห่มกันไฟออก แกสพิษจะพุ่งออกมาผสมกับอากาศจนเกิดการระเบิดได้ องค์กร EV FireSafe ของออสเตรเลีย จึงคัดค้านการใช้ผ้าห่มกันไฟในการดับเพลิงรถไฟฟ้า
จากข้อมูลความปลอดภัย พบว่ารถไฟฟ้า 100,000 คัน มีเหตุไฟไหม้เพียง 25 คัน ส่วนรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน 100,000 คัน มีเหตุไฟไหม้ถึง 1,500 คัน รถไฟฟ้าจึงมีโอกาสเกิดไฟไหม้น้อยกว่าถึง 60 เท่า แต่เมื่อเกิดไฟไหม้แล้วต้องใช้ทรัพยากรมากกว่า และเสียหายรุนแรงมากกว่า


