Motorcycle
Triumph ปลุกความคึกคัก ดึง 6 รุ่นใหม่ร่วมอวดโฉม
Triumph Motorcycles ปลุกความคึกคักตลาดรถจักรยานยนต์ ดึง 6 รุ่นใหม่ร่วมอวดโฉมในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ครบครันทุกสไตล์การขับขี่ เทคโนโลยีใหม่ และดีไซจ์นล้ำสมัย พร้อมอัดโปรโมชันจัดเต็ม 25 มีค.-5 เมย. 69 เท่านั้นHighlight
Triumph Motorcycles เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ปี 2026 ทั้งกลุ่มโมเดิร์น คลาสสิค โรดสเตอร์ และแอดเวนเจอร์ รวมถึงรุ่นพิเศษ และรุ่นลิมิเทด เอดิชัน
ชินศักดิ์ กิตติอมรกุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 หรือ Motor Show 2026 Triumph พร้อมเดินหน้าสร้างความคึกคักให้แก่ตลาดรถจักรยานยนต์ในไทยด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ครอบคลุมหลากหลายสไตล์ของผู้ขับขี่
เริ่มด้วย Tracker 400
รถจักรยานยนต์รุ่นล่าสุดในกลุ่มเครื่องยนต์ 400 ซีซี ที่ทุกคนตั้งตารอคอย นำเสนอดีไซจ์นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง ผสานเส้นสายที่ดุดัน มอบรูปลักษณ์แบบ Flat Track อย่างชัดเจน พร้อมดีไซจ์นคลาสสิคตามแบบฉบับ Triumph มาพร้อมเครื่องยนต์ TR-Series ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้พละกำลังสูงสุด 42 แรงม้า ที่ 9,000 รตน. ด้วยรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น และสมรรถนะรอบสูงที่เร้าใจ วิวัฒนาการล่าสุดนี้จึงมอบกำลังสูงสุดที่เพิ่มขึ้นถึง 5 % และมอบแรงบิดสูงสุดไว้ที่ 37.5 นิวทันเมตร ที่ 7,500 รตน. ทำให้เป็นการผสานรวมคุณภาพระดับพรีเมียม และราคาที่เข้าถึงได้ มอบความคุ้มค่าเหนือระดับให้ผู้ขับขี่
ด้านรูปลักษณ์โดดเด่นด้วยแฮนด์บาร์แบบแบน และกว้าง พร้อมที่พักเท้าที่ปรับตำแหน่งใหม่ เพื่อการขับขี่ที่เหนือชั้น เสริมด้วยโครงรถที่ออกแบบมาเฉพาะ และระบบช่วงล่างระดับพรีเมียม ทั้งชอคอับหน้าหัวกลับขนาด 43 มม. ชุบอะโนไดซ์สีดำ ขณะที่ชอคอับหลังแบบแกส Monoshock RSU พร้อมระบบปรับพรีโหลดสำหรับผู้โดยสารซ้อนท้าย ผสานเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบ Torque Assist Clutch ระบบ Traction Control แบบเปิด-ปิดได้ และระบบ ABS ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย และเพลิดเพลิน ส่วนด้านดีไซจ์นประกอบด้วย ครอบเบาะ แผงป้ายทะเบียน ถังน้ำมันทรงเหลี่ยม บังโคลน และล้อดีไซจ์นใหม่ จับคู่กับยาง Pirelli MT60 RS รวมถึงป้ายหมายเลข "400" สุดโดดเด่น ทั้งหมดนี้มอบสไตล์ Flat Track พร้อมการยึดเกาะ และการควบคุมที่เน้นการขับขี่บนถนนอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยรถจักรยานยนต์ Triumph Tracker 400 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 182,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สี Racing Yellow สี Phantom Black และสี Aluminium Silver Gloss สะท้อนบุคลิกแบบ Flat Track และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นบนท้องถนน
Scrambler 900
รถจักรยานยนต์ที่ได้วิวัฒนาการครั้งสำคัญด้วยการยกระดับความคลาสสิคอันเป็นไอคอนิกของแบรนด์ โดยนำเสนอ DNA ดีไซจ์นเหนือกาลเวลาของ Triumph ในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Scrambler เอาไว้ รุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ Bonneville สูบคู่ ขนาด 900 ซีซี ตอบสนองฉับไว และเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ ให้พละกำลังสูงสุด 65 แรงม้า ที่ 7,250 รตน. และแรงบิดสูงสุด 80 นิวทันเมตร ที่ 3,250 รตน. ให้สมรรถนะที่เข้าถึงได้ตลอดทุกช่วงรอบ ด้านตัวถังที่ประณีตยิ่งขึ้น เฟรมเหล็กกล้าแบบท่อที่ได้รับการออกแบบใหม่ จับคู่กับสวิงอาร์มอลูมิเนียมหล่อที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง และลดน้ำหนักของตัวรถ ระบบช่วงล่าง และเบรคที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ อาทิ ชอคอับหัวกลับ Showa ขนาด 43 มม. และชอคอับหลังคู่พร้อมกระปุกน้ำมันแยกที่ปรับพรีโหลดได้ จานเบรคหน้าขนาดใหญ่ 320 มม. และคาลิเพอร์แบบเรเดียล 4 ลูกสูบ ให้กำลังเบรคที่แรง และต่อเนื่องยิ่งขึ้นมอบการควบคุมที่มั่นใจบนทุกสภาพพื้นผิว ด้านล้ออลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมยาง Metzeler Tourance ตอกย้ำความแข็งแกร่งและลุยได้ทุกเส้นทาง
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่ทั้ง ระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ที่ช่วยเสริมสมรรถนะในการเข้าโค้งยิ่งขึ้น เทคโนโลยีคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-Wire รองรับโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Road, Rain และ Offroad โดยโหมด Offroad จะปิดใช้งานระบบ ABS ที่ล้อหลัง เพื่อการควบคุมที่มั่นใจยิ่งขึ้นบนพื้นผิวถนนที่ท้าทาย รวมถึงแผงหน้าปัดใหม่ผสานตัวเรือนทรงกลมแบบคลาสสิคเข้ากับจอแสดงผล LCD ทันสมัย และหน้าจอ TFT ในตัว เมื่อจับคู่กับบลูทูธที่เป็นอุปกรณ์เสริม ผู้ขับขี่จะสามารถควบคุมโทรศัพท์ และเพลง รวมถึงระบบนำทาง Turn-by-Turn ได้ อีกทั้งมีพอร์ทชาร์จ USB-C เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น และระบบ Cruise Control ที่เป็นอุปกรณ์เสริมสามารถติดตั้งเพิ่มเติมในรถได้ โดย Scrambler 900 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 476,000 บาท มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สี Matt Khaki Green & Phantom Black และสี Mineral Grey & Cosmic Yellow รวมไปถึงตัวเลือกมาตรฐานอย่างสี Urban Grey & Jet Black
Trident 660 และ Tiger Sport 660
ได้รับการอัพเดทครั้งสำคัญทั้งด้านเครื่องยนต์ และการปรับปรุงโครงรถ และสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีขึ้น โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ 660 ซีซี มอบกำลังสูงสุดอยู่ที่ 95 แรงม้า ที่ 11,250 รตน. เพิ่มขึ้น 14 แรงม้า โดยรอบสูงสุดเพิ่มขึ้น 20 % เป็น 12,650 รตน. เพื่อความคล่องตัวที่มากขึ้นในช่วงรอบสูง แรงบิดก็เพิ่มขึ้นเป็น 68 นิวทันเมตร ที่ 8,250 รตน. โดย 80 % ของแรงบิดนั้นพร้อมใช้งานตั้งแต่ 3,000 รตน. ไปจนถึงเกือบ 12,000 รตน. ทำให้มั่นใจได้ถึงสมรรถนะที่แข็งแกร่ง และยืดหยุ่นตลอดช่วงรอบเครื่องยนต์ ซึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในฮาร์ดแวร์ของเครื่องยนต์ รวมถึงการเปลี่ยนจากลิ้นปีกผีเสื้อเดี่ยวเป็นลิ้นปีกผีเสื้อขนาด 44 มม. 3 ตัวแยกกัน การปรับปรุงสมรรถนะได้รับการเสริมด้วยการปรับปรุงชิ้นส่วนสำคัญหลายรายการ ทั้งระบบไอเสียได้รับการออกแบบใหม่โดยใช้ท่อไอเสียแบบ 3 ออก 1 พร้อม Catalyst ที่ได้รับการปรับปรุง และท่อเก็บเสียงแบบใต้ท้องรถ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ และเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ 3 สูบ
ขณะเดียวกันทั้ง 2 รุ่นยังคงรักษาความคล่องตัว และการควบคุมที่มั่นใจได้ไว้เช่นเดิม ด้วยเฟรมที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และระบบกันสะเทือนหลังใหม่จาก Showa พร้อมการปรับตั้งค่าพรีโหลดและคืนค่าได้ ผสานกับชอคอับหน้าหัวกลับ Showa ขนาด 41 มม. ระดับพรีเมียม รวมกับชอคอับหลังใหม่ RSU และการปรับแต่งที่ดียิ่งขึ้น เมื่อรวมกับเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่ ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการเชื่อมต่อ ทั้งระบบคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-Wire ช่วยให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด ได้แก่ Sport, Road และ Rain โดยแต่ละโหมดจะปรับการตอบสนองของคันเร่ง ระบบ ABS และระบบ Traction Control ให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่แตกต่างกัน รวมถึงระบบ IMU แบบ 6 แกน ทำงานร่วมกับระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Optimised Cornering Traction Control แบบเปิด-ปิดได้ มอบความมั่นใจ และการควบคุมในทุกการเข้าโค้ง เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนน
อีกทั้งระบบ Triumph Shift Assist ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้น และลงได้โดยไม่ต้องใช้คลัทช์ ในขณะที่ระบบ Cruise Control ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ทำให้การขับขี่ระยะไกลสะดวกสบายยิ่งขึ้น อีกทั้งล้ออลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปน้ำหนักเบา และยาง Michelin Road 5 ให้การยึดเกา ะและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ขณะที่จานเบรคคู่ขนาด 310 มม. พร้อมคาลิเพอร์ Nissin 2 ลูกสูบ ให้ประสิทธิภาพการเบรคที่แข็งแกร่ง และคาดการณ์ได้ สายเบรคแบบถัก และคันเบรคที่ปรับระยะได้ช่วยให้ผู้ขี่รู้สึก และควบคุมได้อย่างสม่ำเสมอ การผสมผสานนี้ทำให้ Trident 660 มีความสปอร์ท และขับขี่สนุกสนานยิ่งขึ้น ในขณะที่ Tiger Sport 660 มอบความสามารถในการเดินทางไกลที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะขับขี่ 2 คน หรือบรรทุกสัมภาระเต็มที่
ด้านรูปลักษณ์ Trident 660 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 329,000 บาท ถังน้ำมันได้รับการออกแบบใหม่ให้กว้างขึ้น พร้อมช่องเว้าสำหรับวางเข่า และเบาะนั่งแยกส่วนสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ความใส่ใจในทุกรายละเอียดสะท้อนอยู่ทั่วทั้งคันทั้งโลโก Triumph ที่ออกแบบอย่างประณีตบนแคลมพ์แฮนด์ ฝาถังน้ำมัน รวมถึงผสานอยู่ในชุดไฟหน้า และไฟท้ายอย่างกลมกลืน สายเคเบิล และท่อต่างๆ ถูกจัดเก็บอย่างเรียบร้อย ช่วยให้ภาพรวมของตัวรถดูสะอาดตา และพรีเมียมยิ่งขึ้น โดยมีตัวเลือกสี 3 สีให้เลือก ได้แก่ Cosmic Yellow และสี Stone Grey ซึ่งเป็นสีพิเศษ รวมทั้งสี Snowdonia White เป็นสีมาตรฐาน ซึ่งทุกสีมาพร้อมลวดลายกราฟิคที่โดดเด่น ช่วยตอกย้ำเอกลักษณ์ความเป็นโรดสเตอร์สมัยใหม่ของ Trident อย่างชัดเจน
ส่วน Tiger Sport 660 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 369,000 บาท มาพร้อมรูปลักษณ์ตัวถัง และการออกแบบใหม่ที่ช่วยเสริมความโดดเด่น และสมรรถนะในการเดินทาง ถังน้ำมันขนาดใหญ่ขึ้น 18.6 ลิตร ช่วยเพิ่มระยะทางสำหรับการผจญภัยที่ยาวนานขึ้น ในขณะที่ชิลด์หน้าปรับระดับได้สามารถปรับได้ง่ายด้วยมือเดียว โดยมี 3 สีให้เลือก โดยสีพิเศษ ได้แก่ สี Interstellar Blue & Mineral Grey และสี Silver Ice & Intense Orange รวมถึงสีมาตรฐาน คือ สี Pure White
Speed Twin Cafe Racer Edition
รถจักรยานยนต์รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 800 คันทั่วโลก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถจักรยานยนต์สไตล์คาเฟเรเซอร์ของอังกฤษในยุค 1960 โดยใช้พื้นฐานจาก Speed Twin 1200 RS มาร้อมเครื่องยนต์ Bonneville สูบคู่ 1200 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 7,750 รตน. และมอบแรงบิด 112 นิวทันเมตร ที่ 4,250 รตน. ด้านรูปลักษณ์ดีไซจ์นสปอร์ทสุดหรู โดดเด่นด้วยท่าทางการขับขี่ที่ต่ำ และกระชับมือ ซึ่งเกิดจากแฮนด์แบบคลิพออน รูปทรงเบาะนั่งเดี่ยวที่เพรียวบาง และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างประณีตทั่วทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นกระจกมองข้างแบบติดปลายแฮนด์ช่วยเสริมรูปทรงที่ดูสะอาดตา ฝาครอบคลัทช์ และฝาครอบอัลเทอร์เนเตอร์ที่มาพร้อมตราสัญลักษณ์ Triumph ฝาครอบนอทหัวกระบอกสูบสีดำ และแผ่นรองเข่าที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มรายละเอียดที่ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น นอกจากนี้ ยังมีส่วนเพิ่มเติมที่ใช้งานได้จริง ได้แก่ ที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสาร โดยที่วางเท้าจะถูกถอดออกเป็นมาตรฐาน และมีให้ในกล่องสำหรับเจ้าของที่ต้องการกลับมาใช้งานแบบ 2 ที่นั่งได้อีกครั้ง
เมื่อผสานประสิทธิภาพที่ทันสมัยเข้ากับเอกลักษณ์แบบคลาสสิค พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เน้นการตอบสนองมากขึ้น ด้วยแฮนด์บาร์แบบคลิพออนที่ต่ำลง ลักษณะการขับขี่ที่คล่องตัวได้รับการสนับสนุนจากระบบกันสะเทือนระดับสูงสุด โดยใช้ชอคอับหน้า Marzocchi ที่ปรับได้เต็มที่ จับคู่กับชอคอับหลัง Öhlins ด้านระบบเบรก ประกอบด้วยคาลิเพอร์คู่ Brembo Stylema ทำงานร่วมกับจานเบรคขนาด 320 มม. ขณะที่ยาง Metzeler Racetec RR K3 ประสิทธิภาพสูงติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ให้ประสิทธิภาพการเบรคที่มั่นใจได้ อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งได้ผ่านโหมดการขับขี่ Road, Rain และ Sport ช่วยให้การตอบสนองของเครื่องยนต์เหมาะสมกับสภาพถนน และความต้องการของผู้ขับขี่ ระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน รวมทั้งระบบ Triumph Shift Assist เพื่อเติมเต็มลุคให้สมบูรณ์แบบ Speed Twin Cafe Racer Edition จึงใช้โทนสีสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งรถของอังกฤษ โดยผสมผสานสี Competition Green & Aluminium Silver เข้ากับล้ออัลลอยสี Aluminium Silver และโคมไฟหน้าสี Competition Green ที่เข้ากันกับตัวรถ ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 725,000 บาท
พร้อมกันนี้ ยังรวมหลากหลายไฮไลท์ให้ได้มาสัมผัสอย่างใกล้ชิด อาทิ พบคันจริงของ “Street Triple Moto2 Edition” รถจักรยานยนต์รุ่นลิมิเทด เอดิชัน ที่พัฒนาขึ้นเพื่อร่วมฉลองความเป็นพันธมิตรของ Triumph Motorcycles กับการแข่งขันรายการ Moto2 ที่อัดแน่นทั้งดีไซจ์น เทคโนโลยี และสมรรถนะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันทั่วโลกเท่านั้น
รวมถึงมอบโปรโมชันสุดพิเศษให้ทุกคนเป็นเจ้าของรถรุ่นที่ชอบได้ง่ายขึ้น อาทิ รับข้อเสนอทางการเงินสูงสุดกว่า 250,000 บาท ในรุ่นที่ร่วมรายการ และเลือกชอพเสื้อผ้า และอุปกรณ์สวมใส่ลดราคาภายในงานสูงสุดถึง 30 % ตลอดจนร่วมสนุกกับกิจกรรมรับของที่ระลึกภายในบูธอีกมากมาย









