ธุรกิจ
Michelin ขยายไลน์ Primacy 5 SUV

สยามมิชลินฯ ขยายไลน์ Michelin Primacy 5 ตอบโจทย์รถเอสยูวี ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ปลอดภัย มั่นใจในสมรรถนะที่ดีเยี่ยมรอบด้าน แม้เวลาเปลี่ยน”Highlight
Michelin Primacy 5 พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ปลอดภัย มั่นใจในสมรรถนะที่ดีเยี่ยมรอบด้าน แม้เวลาเปลี่ยน” (Confidence Made to Last) ขยายไลน์ครอบคลุมการใช้งานกับรถเอสยูวี เพื่อตอบสนองความต้องการของ ตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
สรพงษ์ จันทร์นฤกุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถเอสยูวี รวมถึงรถครอสส์โอเวอร์ ซึ่งเติบโตสูงมากจาก 11 % ของยอดขายในปี 2553 เป็น 42 % ในปี 2 การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ยาง Michelin Primacy 5 ครอบคลุมรถอเนกประสงค์ประเภทเอสยูวี ทั้งระบบสันดาป และระบบไฟฟ้า โดยการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ ส่งผลให้ Michelin Primacy 5 มีผลิตภัณฑ์ยาง หลากหลายขนาดเพิ่มขึ้นสำหรับรองรับรถยนต์ทุกประเภท ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกยางได้ง่ายขึ้นจาก ความต้องการในการขับขี่เป็นหลัก ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่จำนวนมากขึ้นได้สัมผัสสมรรถนะที่เชื่อถือได้ ประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มสบายไปอีกขั้น และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ซึ่งเป็นจุดเด่นของยางรุ่นนี้
Michelin Primacy 5 มีผลิตภัณฑ์ยางขนาดขอบ 16-22 นิ้ว หลากหลายเพิ่มขึ้นถึง 40 รายการ รองรับรถทุกประเภท และตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งยังเข้าถึงและเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่จำนวนมากขึ้นได้สัมผัสความเป็นเลิศของยาง Michelin Primacy 5 ซึ่งได้รับรางวัลมากมาย เช่น รางวัลยางยอดเยี่ยม Auto Magazine Best Tire Award ประจำปี 2568 และรางวัลชนะเลิศในการทดสอบประสิทธิภาพยางฤดูร้อนประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดย Tekniikan Maailma นิตยสารยานยนต์ชั้นนำของฟินแลนด์
ผลิตภัณฑ์ยาง Michelin Primacy 5 สำหรับรถเอสยูวียังคงมอบสมรรถนะที่เหนือกว่าในด้าน “การยึดเกาะ และความทนทาน” ซึ่งผู้บริโภค ผู้สื่อข่าวยานยนต์ชั้นนำ และตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก ต่างชื่นชม ทั้งยังได้รับการออกแบบมาเพื่อความมั่นใจในทุกการขับขี่แม้บนเส้นทางที่ท้าทาย โดยมาพร้อมแก้มยางเสริมความแข็งแรงที่ช่วยให้ควบคุมรถได้มั่นคงยิ่งขึ้น และทนต่อแรงกระแทกได้ดีกว่า
นอกจากนี้ ยังผ่านการรับรองสมรรถนะยางรถเอสยูวีด้วยผลการทดสอบจากหน่วยงานอิสระชั้นนำ ว่ามีคุณสมบัติโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของยางในตระกูล "Primacy 5" อย่างครบครัน ได้แก่
(1) ความนุ่มเงียบ และความนุ่มสบาย (รถเอสยูวี): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของ Michelin ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 265/60 R18 กับรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4 Leader MY2025 ผลการทดสอบพบว่ายาง "Michelin Primacy 5" (ยางใหม่) ให้ค่าระดับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารต่ำกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ ถึง 3 % หรือ 1.64 เดซิเบล ทั้งยังสร้างความประทับใจที่ดีในด้าน ความนุ่มสบาย (ประสิทธิภาพเรื่องความนุ่มเงียบ และความสบายเป็นผลจากเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน Michelin Silent Rib Gen-3)
(2) สมรรถนะการเบรคบนถนนเปียกของยางใหม่ และยางใกล้หมดดอก (รถเอสยูวี): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของ Michelin ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 265/60 R18 กับรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4 Leader MY2025 ที่ขับขี่ด้วยความเร็ว 0-80 กม./ชม. ผลการทดสอบพบว่ายาง "Michelin Primacy 5" มีระยะเบรคสั้นกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16 % (ทั้งยางใหม่ และยางใกล้หมดดอก “ยางใกล้หมดดอก” ในที่นี้หมายถึงยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 2.0 มม. ซึ่งความลึกนี้เกิดจากการทำให้สึกด้วยเครื่องจักร
(3) การทดสอบสมรรถนะบนถนนเปียก (รถเอสยูวี): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของ Michelin ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 265/60 R18 กับรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4 Leader MY2025 เพื่อทดสอบเข้าโค้งบนถนนเปียกที่ความเร็ว 50 กม./ชม. และทดสอบหลบสิ่งกีดขวางบนถนนเปียกที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ผลการทดสอบพบว่ายาง "Michelin Primacy 5" “สร้างความประทับใจที่ดี” ในการเข้าโค้งบนถนนเปียก และ “สร้างความประทับใจที่ดีเยี่ยม” ในการทดสอบหลบสิ่งกีดขวางบนถนนเปียก เมื่อเทียบกับยางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ (สมรรถนะบนถนนเปียกเป็นผลจากสูตรเนื้อยางใหม่ Michelin Functional Elastomers 3.0 และลายดอกยางสำหรับถนนเปียกที่มีอายุใช้งานยาวนาน Michelin Long Lasting Sculpture for Wet)
(4) ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (รถเอสยูวี): การทดสอบแรงต้านทานการหมุนของยางล้อจัดทำด้วยเครื่องจักรโดยสถาบันยานยนต์ ตามคำขอของ Michelin ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยใช้ยางขนาด 265/60 R18 ผลการทดสอบพบว่า "Michelin Primacy 5" มีแรงต้านทานการหมุนของยางล้อดีกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10 % (ประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็นผลจากสูตรเนื้อยางใหม่ Michelin Functional Elastomers 3.0)


