ธุรกิจ
กบน.ประกาศ ดีเซลลดทุกปั๊ม 2.14 บาท มีผลพรุ่งนี้

กบน.ประกาศ ดีเซลลดทุกปั๊ม 2.14 บาท หลัง “เอกนัฏ” ปรับสูตรค่าการกลั่น ลดภาระประชาชน มีผลพรุ่งนี้Highlight
รมว.พลังงาน เคาะปรับลดราคาขายปลีกดีเซลทุกชนิด 2.14 บาท/ลิตร หลังปรับโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นรูปแบบใหม่ พร้อมปรับลดอัตราเงินชดเชยหลังราคาน้ำมันโลกลดลง หวังพยุงสถานะกองทุนน้ำมันฯ ที่ยังวิกฤต ติดลบมากกว่า 57,000 ล้านบาท
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ลง 2 บาท/ลิตร ซึ่งถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยใช้สูตรอ้างอิงราคาตลาดกลางสิงคโปร์รูปแบบใหม่ ส่งผลให้ราคาขายปลีก ณ สถานีบริการน้ำมันปรับลดลง 2.14 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าปั๊ม น้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ 48.40 บาท/ลิตร น้ำมันดีเซล B20 อยู่ที่ 43.40 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ กบน. ยังเห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาตลาดโลกเมื่อวันที่ 2 เมษายน อยู่ที่ประมาณ 293 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ก่อนปรับลดลงเหลือประมาณ 255 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ในวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมีการปรับลดเงินชดเชยดีเซล B7 ลง 3.54 บาท/ลิตร (จากเดิม 18.54 บาท/ลิตร เหลือ 15.00 บาท/ลิตร) และดีเซล B20 ลดลง 3.06 บาท/ลิตร (จากเดิม 20.09 บาท/ลิตร เหลือ 17.03 บาท/ลิตร) ส่งผลให้สภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯ มีรายจ่ายน้อยลง 288.44 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายจ่ายวันละ 1,533.05 ล้านบาท เป็นมีรายจ่าย 1,244.61 ล้านบาท การลดการชดเชยอัตราเงินชดเชยในครั้งนี้ เพื่อรักษาสมดุล และสร้างเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันฯ ต่อไป
ในส่วนของประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 8 เมษายน 2569 พบว่าภาพรวมยังคงน่ากังวล โดยมีสถานะติดลบรวมกว่า 57,762 ล้านบาท แบ่งออกเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 20,254 ล้านบาท บัญชี LPG ติดลบ 37,508 ล้านบาท
เอกนัฏ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือ คือ ทางออกของทุกวิกฤต ผมขอขอบคุณประชาชนคนไทยที่เข้าใจในสถานการณ์วิกฤตโลกที่ส่งผลกระทบต่อเรา และขอบคุณกลุ่มโรงกลั่น ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา และลดภาระให้แก่สังคม การร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อค่าครองชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยยังคงเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางความผันผวนของโลก


