BYD ATTO 1
Toyota Land Cruiser FJ คู่เปรียบ GWM Tank 300 Diesel
ลองขับ Omoda C5 EV ปรับโฉมทั้งภายนอก และภายใน ราคาพิเศษที่ 629,000 บาท คุ้มหรือไม่ !?!
ลองขับ Ford Ranger Super Duty โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ !
Honda Accord e:HEV สีสันใหม่ ทั้งภายนอก และภายใน ราคา 1,479,000-1,764,000 บาท
Suzuki e Vitara เปิดเลขเด็ด 2.89 ครอสส์โอเวอร์ไฟฟ้า
BYD Sealion 5 ทางประหยัด รับมือน้ำมันขึ้นราคา DM-i Super PHEV
Avatr เผยโฉม 06T ในงาน Auto China 2026
OR เผยไตรมาสแรก 2569 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท
MGC-Asia สนับสนุนการแข่งขันกีฬาฮอคกีน้ำแข็ง
OPPO Find X9 Ultra
Xiaomi 17 Ultra กล้องระดับพระกาฬ Leica Optics
Samsung Galaxy S26 series และ S26 Ultra
รถ EV ไม่ได้เสี่ยงแค่แบทฯ ! เปิด 6 จุดอันตรายใต้ท้องรถ ที่คนใช้รถต้องรู้ !
แดดเมืองไทย ต้องเจอนี่ ! Finnix Film รุ่นใหม่ กันร้อน คุณภาพอัพเกรด แต่ราคาถูกลง
ซ่อมเนียน จนเทนท์รถดูไม่ออก ! แก้รอยบุบไม่ต้องถอดซ่อม
Highlight การทดสอบที่ความเร็ว 80 ไมล์/ชม. มีความสิ้นเปลืองที่ 366.2 วัตต์ชั่วโมง/ไมล์ คำนวนระยะเดินทางได้ 204 ไมล์ (328 กม.) จึงเดินทางได้ระยะ 200 ไมล์พอดี โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชม. 30 นาที
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า เจ้าของรถที่จะเดินทางไกล มักจะวางแผนการเดินทางว่าควรเดินทางด้วยความเร็วเท่าใด เพื่อให้ถึงปลายทางได้เร็ว แต่การใช้ความเร็วสูงทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองเพิ่ม และต้องแลกกับค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
จนในยุคของรถไฟฟ้ายิ่งมีความกดดันมากขึ้น รถไฟฟ้าบางคันมีระยะเดินทางเพียง 250 ไมล์ (402 กม.) และสถานีชาร์จความเร็วสูงยังมีไม่แพร่หลาย ถ้าใช้ความเร็วสูงอาจต้องแวะชาร์จในระหว่างทาง และใช้เวลาชาร์จเร็ว 15-30 นาที ดังนั้นการใช้ความเร็วสูงในการเดินทางไกล จึงไม่สามารถถึงที่หมายได้เร็วขึ้นจริง
ในประเทศอังกฤษ มี Youtuber คนหนึ่งได้ทำการทดสอบเพื่อหาระดับความเร็วที่เหมาะสม โดยใช้ Tesla Model Y มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลังของเขา ทดสอบด้วยการเดินทางบนฟรีเวย์ชนิดทางวิ่งฝั่งละ 2 เลน ด้วยเส้นทางเดิมที่มีระยะทางประมาณ 30 ไมล์ (50 กม.) ทดสอบด้วยความเร็ว 50 ไมล์/ชม. (81 กม./ชม.), 60 ไมล์/ชม. (96 กม./ชม.), 70 ไมล์/ชม. (113 กม./ชม.) และ 80 ไมล์/ชม. (129 กม./ชม.) แล้วบันทึกประสิทธิภาพความสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้าเป็นวัตต์ชั่วโมง/ไมล์ ในแต่ละการทดสอบ
Tesla Model Y ที่ใช้ทดสอบมีความจุแบทเตอรี 75 กิโลวัตต์/ชั่วโมง จึงสามารถคำนวณหาระยะเดินทางรวม โดยคำนวนเวลาเดินทางระยะ 200 ไมล์ (302 กม.) ในแต่ละการทดสอบด้วยความเร็วระดับต่างๆ จนสามารถสรุปผลกระทบจากการใช้ความเร็วต่างกัน โดยคิดเป็นประสิทธิภาพ และเวลาในการเดินทาง
การทดสอบครั้งแรกใช้ความเร็ว 50 ไมล์/ชม. ต้องใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง กับระยะทาง 200 ไมล์ มีความสิ้นเปลืองกระแสที่ 224.7 วัตต์ชั่วโมง/ไมล์ คำนวณระยะเดินทางได้ 333 ไมล์ (536 กม.) และถึงปลายทางโดยมีไฟเหลือเยอะ
ต่อด้วยการทดสอบที่ความเร็ว 80 ไมล์/ชม. มีความสิ้นเปลืองที่ 366.2 วัตต์ชั่วโมง/ไมล์ คำนวนระยะเดินทางได้ 204 ไมล์ (328 กม.) จึงเดินทางได้ระยะ 200 ไมล์พอดี โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชม. 30 นาที แต่เหลือกระแสไฟระดับนี้ อาจทำให้ผู้ใช้รถมักจะทนแรงกดดันไม่ไหว จนต้องแวะเข้าสถานีชาร์จก่อนถึงปลายทาง
สำหรับการทดสอบอีก 2 ระดับความเร็ว น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม คือ เมื่อใช้ความเร็ว 60 ไมล์/ชม. ถึงปลายทางเร็วกว่า (ความเร็ว 50 ไมล์/ชม.) ถึง 40 นาที และคำนวณระยะเดินทางได้ 300 ไมล์ (483 กม.) ได้ระยะเดินทางลดลง 33 ไมล์ (53 กม.)
และการทดสอบความเร็วเดินทาง 70 ไมล์/ชม. จะถึงที่หมายเร็วกว่า 60 ไมล์/ชม. ถึง 30 นาที และคำนวณระยะเดินทางได้ 248 ไมล์ (399 กม.) สามารถจบการเดินทางระยะ 200 ไมล์ ได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องแวะชาร์จ
บทความแนะนำ
Jensen Interceptor GTX Prototype การกลับมาของรถกแรนด์ทัวเรอร์สัญชาติอังกฤษ
GM ใช้ AI ช่วยออกแบบรถ
Lola T70 ตัวแข่งระดับแชมพ์ มีให้เลือกทั้งเวอร์ชันถนน และสนาม
BYD ทุ่มสุดตัวเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน F1
รถไฟฟ้าต้องด้วยความเร็วเฉลี่ยเท่าไรถึงประหยัดทั้งพลังงาน และเวลา
16,300,000 คือ ยอดขายโดยประมาณของ LIGHT VEHICLES หรือรถขนาดเบา ที่ขายได้ในสหรัฐอเมริกาในรอบปี 2025
Follow Motor Expo Club Network