ข่าวรอบโลก
สงครามในตะวันออกกลางกระทบการผลิตรถไฟฟ้า

การขาดแคลนฮีเลียมในตลาดโลก อาจทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หันกลับไปผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน และรถไฮบริดที่มีอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ขั้นสูงน้อยกว่า สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบกับบริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าค่อนข้างรุนแรงHighlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า การสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการผลิตแกสฮีเลียม (Helium) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเซมิคอนดัคเตอร์ ปัจจัยสำคัญของรถไฟฟ้า โดยเฉพาะในเทคโนโลยีระบบช่วยการขับขี่ขั้นสูง และสถาปัตยกรรมซึ่งใช้ซอฟท์แวร์จำนวนมากที่จำเป็นต้องพึ่งพา
การขาดแคลนฮีเลียมในตลาดโลก อาจทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หันกลับไปผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน และรถไฮบริดที่มีอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ขั้นสูงน้อยกว่า สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบกับบริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าค่อนข้างรุนแรง ต่างจากบริษัทผู้ผลิตรถที่มีรถหลากหลาย เช่น Toyota จึงมีทางเลือกมากกว่า
การผลิตแกสฮีเลียมทั่วโลกประมาณ 33 % มาจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกาตาร์ ซึ่งมีรายงานว่าฐานการผลิตแกสฮีเลียมแห่งหนึ่งเสียหายจากการโจมตี จนทำให้การผลิตแกสฮีเลียมลดลงจนไม่พอกับความต้องการ
อเมริกาเหนือมีส่วนแบ่งการผลิตแกสฮีเลียมทั่วโลก 47 % การขาดแคลนแหล่งผลิตแกสฮีเลียม อาจทำให้บริษัทผู้ผลิตในเอเชียขาดแคลนอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ขั้นสูงในไม่ช้า
นอกจากการใช้เซมิคอนดัคเตอร์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ยังใช้ในสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ ทั้งมีความต้องการสูงขึ้นเมื่อต้องใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ วิกฤตการณ์นี้อาจทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนไป
ระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 ต้องใช้ RAM ที่มีความจุถึง 300 GB เพื่อให้มั่นใจว่าระบบต่างๆ ทั้ง Lidar, เซนเซอร์ และกล้อง สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นโดยไม่กระทบต่อความปลอดภัย จนคนขับต้องแทรกแซงระบบ สำหรับรถยนต์นั่งในปัจจุบัน ที่ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 2 เช่น BlueCruise ของ Ford และ Full Self-Driving ของ Tesla ใช้ความจุระบบความจำเพียง 16 GB
วิกฤตการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไม่เพียงแต่มีผลกระทบกับรถไฟฟ้าเท่านั้น รถน้ำมันก็ได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ทำให้รถไฮบริดที่มีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่าได้รับความสนใจมากขึ้น


