รถสปอร์ทใหม่ต้องเจอกับคู่แข่งอย่าง Toyota GR86 และ Mazda MX-5 Miata ซึ่งไม่ง่าย และการเปิดตัว Z เปิดประทุน ต้องใช้ทั้งความรู้ด้านวิศวกรรม และเวลาค่อนข้างมาก จนได้รถที่สามารถเทียบชั้นกับทั้ง 2 รุ่นได้Highlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Ivan Espinosa ซีอีโอ Nissan ที่รับตำแหน่งวันที่ 1 เมษายน 2568 จนปัจจุบันเขาอยู่ในตำแหน่งเกิน 1 ปี ซึ่งเขาได้เปลี่ยนแปลงหลายอย่างจนสถานการณ์ของบริษัทดีขึ้น และเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ บริษัทมีกำไร 50 พันล้านเยน (14.84 พันล้านบาท) จากคาดกาณ์ว่าจะขาดทุน 60 พันล้านเยน (17.81 พันล้านบาท) ซึ่งเป็นข่าวดี
Nissan คงแผนลดรุ่นรถ 11 รุ่น และเปิดตัวรุ่นใหม่จนถึงปี 2573 เมื่อปีที่แล้วผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมีแผนจะเปิดตัวรถคูเป และรถเปิดประทุนที่ไม่ได้ผลิตเป็นเวลาหลายปี โดยเฉพาะรถขับสนุกอย่าง Silvia และ Nissan Z เปิดประทุน อย่างไรก็ตามทั้ง 2 รุ่นอยู่เป็นรถเฉพาะกลุ่มลูกค้า บริษัทต้องมีความมั่นคงจากการทำกำไรมากขึ้น จึงพร้อมสำหรับการตัดสินใจผลิตรถกลุ่มนี้ภายใน 2 ปีข้างหน้า
รถสปอร์ทใหม่ต้องเจอกับคู่แข่งอย่าง Toyota GR86 และ Mazda MX-5 Miata ซึ่งไม่ง่าย และการเปิดตัว Z เปิดประทุน ต้องใช้ทั้งความรู้ด้านวิศวกรรม และเวลาค่อนข้างมาก จนได้รถที่สามารถเทียบชั้นกับทั้ง 2 รุ่นได้ แม้ผลิตออกมายังไม่สามารถรับประกันว่าจะทำยอดขายได้มากในทุกไตรมาส ดังนั้น Nissan ต้องมีความมั่นคงทางการเงินมากพอ จนสามารถรองรับการขาดทุนในรถประเภทนี้
ก่อนการเปิดตัวรถสปอร์ททั้ง 2 รุ่น บริษัทต้องประสบความสำเร็จในตลาดของลูกค้าส่วนใหญ่ก่อน ด้วยแผนเปิดตัวรถไฟฟ้า Leaf เวอร์ชัน Nismo ที่มีคู่แข่ง คือ Hyundai Ioniq 5 N, ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี Rogue และเอสยูวี Xterra ที่มีราคาต่ำกว่า 40,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) หากประสบความสำเร็จจะช่วยให้ Nissan ตัดสินใจผลิตรถสปอร์ทง่ายขึ้น
Nissan พลิกฟื้นสถานการณ์ได้ด้วยการลดต้นทุน และลดตำแหน่งงาน ทั้งค่าเงินเยนอ่อนตัวลง ทำให้รายได้แลกเปลี่ยนจากสกุลเงินต่างประเทศสูงขึ้น ประกอบกับข้อกำหนดด้านมลพิษของสหรัฐฯ ลดลง จึงมีข้อจำกัดน้อยลง อย่างไรก็ตามสิ่งต่างๆ เหล่านี้ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อีกในอนาคต
Nissan ต้องติดตามผลจากการลดต้นทุนที่จะมีผลกับผลิตภัณฑ์ในอนาคต ทั้งความพึงพอใจของลูกค้า และการเรียกรถกลับมาตรวจสอบ แต่จากภาพรวมแผนฟื้นฟูของ Nissan ค่อนข้างเร็วกว่ากำหนด จนอาจทำให้การตัดสินใจผลิตรถสปอร์ททั้ง 2 รุ่นเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด

