ข่าวรอบโลก
Honda ปรับแผนมุ่งพัฒนารถขุมพลังไฮบริดใหม่

Honda มีเป้าหมายให้ขุมพลังไฮบริดตั้งแต่รุ่นปี 2570 เป็นต้นไป จะเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนพัฒนาถึง 28 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (905.93 พันล้านบาท)Highlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Honda เป็นอีกค่ายที่มีความคืบหน้าด้านรถไฟฟ้าค่อนข้างล่าช้า และเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้ประกาศยกเลิกการพัฒนารถไฟฟ้าอีกหลายรุ่น ทั้ง รุ่น 0 ซีดาน, 0 เอสยูวี และ Acura RSX รวมถึงแบรนด์ Afeela ทั้ง 2 รุ่น ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Sony บริษัทปรับแผนใหม่ โดยให้ความสำคัญกับรถไฮบริดมากขึ้น รวมถึงการทุ่มทุนปรับปรุงเครื่องยนต์สันดาปภายใน และมอเตอร์ไฟฟ้า
ล่าสุด Honda ได้ประกาศจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 2 รุ่นในอีกไม่นาน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรถต้นแบบ ทั้งสองรุ่นประกอบไปด้วย Honda สไตล์ซีดาน และรถเอสยูวี Acura มีกำหนดวางตลาดภายใน 2 ปีข้างหน้า โดยใช้ระบบส่งกำลังไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ และวางตลาดในอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นแผนการขยายตลาดของบริษัทด้วย
Honda ตั้งเป้าจะเปิดตัวรถขุมพลังไฮบริดจำนวน 15 รุ่น ภายในเดือนมีนาคม 2573 โดยมีสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก สำหรับ Honda ซีดานใหม่ ใช้การออกแบบเป็นทรงลิ่ม และมีแนวหลังคาลาดเท คล้ายกับรุ่น 0 ซีดาน, ส่วน Acura ได้สไตล์การออกแบบจากรูปทรงของ RSX แม้ทั้งสองรุ่นอยู่ในเวอร์ชันพร้อมผลิต แต่ Honda ยืนยันกำหนดวางตลาดในปี 2571
ขุมพลังไฮบริดที่ใช้กับทั้งสองรุ่น ได้รับการออกแบบใหม่จนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 10 % เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีปัจจุบันที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2566 รถรุ่นใหม่ในอนาคต ส่วนใหญ่จะมีครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า
พแลทฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาล่าสุด ผ่านการออกแบบด้านวิศวกรรมให้มีน้ำหนักน้อยลง เพื่อให้ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด ทั้งสามารถลดต้นทุนลงมากกว่า 30 % ในอนาคตขุมพลังไฮบริดตั้งแต่รุ่นปี 2570 เป็นต้นไป จะเป็นระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนพัฒนาถึง 28 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (905.93 พันล้านบาท) สำหรับรถยนต์ใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน และไฮบริดภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
ในเวลานั้น Honda หวังว่าบริษัทคงฟื้นตัวจากการสูญเสียเงินลงทุนที่สูญไป จากการยกเลิกรถไฟฟ้าหลายรุ่น ทดแทนด้วยยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้ง 2 รุ่นจาก 2 แบรนด์ อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงพัฒนารถไฟฟ้าล้วนต่อไปด้วยความระมัดระวัง บริษัทยังคงจัดสรรงบประมาณสำหรับการพัฒนารถไฟฟ้าในอนาคตเป็นจำนวน 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (161.77 พันล้านบาท)


