ระเบียงรถใหม่
Smart #2 การกลับมาของ City Car ระดับตำนาน เปิดตัวแล้วในงาน Paris Motor Show 2026

Smart #2 การกลับมาของรถยนต์ไฟฟ้า 2 ที่นั่งระดับตำนาน แล่นได้ไกล 290 กม. (WLTP) รองรับการชาร์จไว DC จาก 10-80 % ใน 20 นาทีHighlight
การกลับมาของตำนานซิทีคาร์ 2 ที่นั่งในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ
สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกในงาน Paris Motor Show 2026 สำหรับการเปิดตัว Smart #2 (สมาร์ท แฮชแทก ทู) รถยนต์ไฟฟ้า 100 % แบบ 2 ที่นั่ง (Urban Two-Seater) เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ถือเป็นกลับมาทวงบัลลังก์ราชาแห่งรถซิตี้คาร์ หลังจากที่แบรนด์ Smart เคยสร้างปรากฏการณ์ระดับตำนานด้วยรุ่น Fortwo เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

การกลับมาครั้งนี้ยังคงเอกลักษณ์ดีไซจ์นการวางล้อชิดมุมตัวถัง (Wheels-at-the-Corners) ทำให้ได้ตัวรถที่สั้นกะทัดรัดด้วยความยาวเพียง 2,746 มม. แต่ภายในกว้างขวางนั่งสบายเกินตัว เสริมความโดดเด่นด้วยดีไซจ์นตัวถังสีทูโทนสุดเก๋ไก๋ และประตูท้ายแบบแยกเปิด 2 ชิ้น (Split Tailgate) ที่ทั้งสวยงาม และเปิดใช้งานในพื้นที่แคบได้อย่างสะดวกสบาย

สมรรถนะขับขี่สนุก วงเลี้ยวแคบ ภายใต้แพลตฟอร์มไฟฟ้า ECA
ในเรื่องการขับขี่ Smart #2 ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด Electric Compact Architecture (ECA) ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้งานกับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กโดยเฉพาะ ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 60 กิโลวัตต์/81 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 130 นิวทันเมตร/13.3 กก.ม. ถือว่าพละกำลังพอตัวสำหรับการขับขี่ และเร่งแซงในตัวเมือง

ไฮไลท์เด็ดของซิทีคาร์พลังไฟฟ้าคันนี้ คือ รัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 6.95 ม. เท่านั้น ทำให้การกลับรถในซอยแคบหรือการถอยจอดในพื้นที่จำกัดกลายเป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกในเซกเมนท์นี้ที่ใส่ช่วงล่างหลังแบบมัลทิลิงก์ 5 จุด (Five-link rear suspension) พร้อมการติดตั้งยางคู่หลังให้มีความกว้างกว่ายางคู่หน้า ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว และความนุ่มนวลในการขับขี่

แบทเตอรี ชาร์จไว และระยะทางที่ตอบโจทย์การใช้งานโดยรวม
ด้านระบบพลังงานไฟฟ้า Smart #2 ติดตั้งแบทเตอรีชนิด Lithium Iron Phosphate (LFP) ความจุ 35.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง มาให้ ระยะทำการสูงสุด 290 กม. (มาตรฐาน WLTP) ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

Smart #2 รองรับการชาร์จแบบ DC สูงสุด 65 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80 % ในเวลาเพียง 20 นาที หรือถ้าชาร์จแบบ ACรองรับสูงสุด 11 กิโลวัตต์ (แบบ 3 เฟส) ชาร์จ 10-80% ในเวลาประมาณ 3 ชม. นอกจากนี้ ตัวรถยังมีฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) สำหรับจ่ายกระแสไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้อีกด้วย

ห้องโดยสารล้ำสมัย หรูหรา และมีรุ่นย่อยที่เลือกหลากหลาย
ภายในห้องโดยสาร จะพบกับงานดีไซจ์นสุดล้ำสมัยที่เน้นความโปร่งสบาย พร้อมเทคโนโลยีแบบจัดเต็ม ทั้งหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว คู่กับหน้าจอแสดงผลผู้ขับขี่ขนาด 8.8 นิ้ว และยังมีจุดยึดอเนกประสงค์ Smart Pillar บนคอนโซลสำหรับติดอุปกรณ์เสริมต่างๆ

ระบบความปลอดภัยระดับพรีเมียม และระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน
แม้จะเป็นซิทีคาร์ขนาดเล็ก แต่เรื่องระบบความปลอดภัย Smart #2 ยังคงจัดเต็ม ตัวถังผลิตขึ้นจากโครงสร้าง Tridion Cell Evo เจเนอเรชันใหม่ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ พร้อมติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ไม่ว่าจะเป็นระบบ Smart Pilot Assist, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) พร้อมฟังค์ชัน Stop & Go และ Highway Assist, ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Detection), ระบบบรรเทาการชนด้านหลัง และระบบเตือนขณะถอยหลัง


Smart #2 เริ่มจำหน่ายแล้วในภูมิภาคยุโรปหลังจากงานเปิดตัวที่งาน Paris Motor Show 2026
สำหรับในภูมิภาคยุโรป Smart #2 จะประเดิมด้วย 4 รุ่นย่อย ได้แก่ Pure, Pure+ มีระบบชาร์จ AC 11 กิโลวัตต์ และเบาะทำความอุ่น, Premium เพิ่มหลังคากระจก Glass Roof กับระบบเครื่องเสียงพรีเมียมของ Sennheiser 7 ลำโพง และรุ่นจำกัดจำนวนพิเศษ Couture Edition ที่ผลิตเพียง 999 คัน มาพร้อมตัวถังสีขาว Atelier White Matte หลังคาสี Platinum Gold เพิ่มความหรูหราแบบขั้นสุด กับราคาเริ่มต้นตามนี้
| รุ่นย่อย | ราคาเริ่มต้น (ยูโร) | ราคาโดยประมาณ (บาท)** |
| Pure | 19,990 | 750,000 |
| Pure+ | 20,990 | 788,000 |
| Premium | 24,490 | 919,000 |
| Couture Edition | 25,690 | 964,000 |
** ราคาเป็นค่าเงินบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า


