เป็นผลงานชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของ MULLINER (มัลลิเนอร์) ซึ่งเป็น COACHBUILDER หรือสำนักสร้างตัวถังรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เพราะประกอบธุรกิจนี้ในเมืองผู้ดีมายาวนานกว่า 250 ปี ไม่ใช่รถที่ออกแบบ/พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่ใช้รถคูเปที่มีอยู่แล้วในสายการผลิต คือ BENTLEY CONTINENTAL GT (เบนท์ลีย์ คอนทิเนนทัล จีที) รุ่นปัจจุบันซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 2 และเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2019 เป็นพื้นฐาน รถรุ่นที่ว่านี้ มีตัวถังยาว 4.850 ม. กว้าง 2.187 ม. (รวมกระจกมองข้าง) และสูง 1.399 ม. เป็นตัวถังที่นั่งได้ 4 คน
เป็นรถที่จำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 18 คัน มีค่าตัวไม่รวมภาษี 1.65 ล้านปอนด์ (ประมาณ 71 ล้านบาทไทย) และได้ชื่อรุ่น BATUR จากชื่อของทะเลสาบภูเขาไฟ ซึ่งอยู่ในเกาะบาหลีของอินโดนีเซีย เป็นรถผลิตด้วยมือ และทรงพลังกว่ารถแบบใดๆ ที่ค่ายนี้เคยผลิต เพราะติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซิน ดับเบิลยู 12 สูบ ความจุ 5,950 ซีซี ที่เริ่มใช้งานเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน แต่ปรับแต่งเป็นพิเศษและไม่ออมมือ จนได้กำลังสูงสุดที่สูงกว่า 544 กิโลวัตต์ หรือ 740 แรงม้า รวมทั้งบรรจุเทคโนโลยีก้าวล้ำนำสมัยไว้มากมาย ตัวอย่างเช่น ระบบบังคับเลี้ยวทุกล้อ ระบบป้องกันรถโคลงตัวซึ่งควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า 48 โวลท์ และระบบรองรับ (กันสะเทือน) ที่ปรับตัวได้เองตามความเร็วของรถ
ยอดผู้ผลิตรถหรูเมืองผู้ดีซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้ร่มเงาของค่าย VOLKSWAGEN GROUP (โฟล์คสวาเกน กรุพ) บอกว่า รถแบบนี้มีผู้สั่งจองแล้วทุกคัน และผู้จองทุกคนล้วนเป็นลูกค้าของ MULLINER อยู่แล้วทั้งนั้น ส่วนกำหนดการส่งมอบรถคาดว่าจะเริ่มต้นตอนกลางปี 2023 
