บทความ
ตรวจชะตา อุตสาหกรรมรถยนต์ไทย '48
อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะต้องเจอกับกระแสของการประท้วงจากผู้ใช้รถในเรื่องมาตรฐานการผลิต และภาวะน้ำมันโลกปรับราคาสูงที่สุดในรอบ 10 ปี
ส่วนช่วงครึ่งปีต่อจากนี้ หลังน้ำมันดีเซลลอยตัว หลายคนพยายามคาดการณ์ถึงอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ซึ่งขึ้นอยู่กับตลาดพิคอัพ ว่าจะยังคงขยายตัวถึง 10 % ตามที่นักการตลาดทำนายเอาไว้หรือไม่ ส่วนเรื่องโครงการรถประหยัด หรืออีโคคาร์
ตัวเลข 600,000 คัน สำหรับยอดจำหน่ายรวมในปีนี้ คงจะไม่ห่างไกลความเป็นจริง
เอฟทีเอ ไทย-ญี่ปุ่น จะลงเอยอย่างไร ?
ในส่วนของยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งมีอัตราภาษีระหว่าง 10-30 % จะเริ่มลดภาษีทันทีในปีแรก และลดจนเหลือ 0 % ภายในปีที่ 15 ส่วนรถยนต์ขนาดต่ำกว่า 3,000 ซีซี ให้ยกเว้นไว้ก่อน ส่วนรถยนต์ขนาด 3,000 ซีซี ขึ้นไป ขณะนี้ไม่มีการแข่งขันภายในประเทศแต่หากลดเหลือ 0 % ไทยพร้อมที่จะเปิด แต่ขอเวลา 3 ปีแล้วค่อยมาเจรจาเงื่อนไขการลดภาษีอีกครั้งหลังจากนั้นให้คงอัตราภาษีเดิมไว้ 5 ปี แล้วจึงค่อยเริ่มลดภาษีจริงในปีที่ 6 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมความพร้อมในการผลิตรถให้ได้ตามมาตรฐาน
ขณะนี้ยังติดปัญหาอยู่เรื่องเดียวคือเหล็กเนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นต้องใช้ในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆขณะเดียวกันไทยมีบริษัทรถยนต์ชั้นนำหลายแห่งเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยมีความต้องการใช้เหล็กที่มีคุณภาพสูงเป็นจำนวนมากซึ่งเหล็กที่ผลิตภายในประเทศอาจจะผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการ แต่อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมผลิตอะไหล่รถยนต์บางชนิดก็ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศเป็นวัตถุดิบดังนั้นในการเจรจาจึงเห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างฝ่ายไทยกับญี่ปุ่นขึ้นมาศึกษาลงไป
ในรายละเอียดของเรื่องนี้
ขณะที่การใช้ระบบโควตานำเข้าเหล็ก โดยกำหนดอัตราภาษีตามปริมาณซึ่งจะแบ่งเป็นสินค้านำเข้าภายใต้โควตา ที่จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราต่ำและสินค้าเกินกว่าโควตาที่กำหนด ที่ต้องถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงกลายเป็นประเด็นสำคัญของการเจรจารอบที่ 8 ในเดือนกรกฎาคม
ซึ่งรัฐบาลอาจจะยอมตามข้อเรียกร้องของภาคเอกชนไทยที่มีความต้องการให้ตั้งสถาบันที่เป็นกลางขึ้นมากำหนดโควตาการนำเข้า
โดยมุ่งเน้นรายการที่ไทยผลิตไม่ได้ พร้อมๆกับขอความร่วมมือจากญี่ปุ่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กและชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยโดยมีโครงการความร่วมมืออุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์กับไทยซึ่งช่วยทำให้เทคโนโลยีพื้นฐานอุตสาหกรรมเหล็กไทยแข็งแกร่งขึ้น ก่อนจะเปิดเสรีระหว่างกันในปี 2553
รถใหม่ที่คาดว่าจะเผยโฉม
เอาดี เอ 3 และ เอ 4 โฉมใหม่
เอาดี ปรับปรุงโฉมหน้ารถในค่ายใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เอ 3 หรือ เอ 4 ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่รูปทรงตั้งแบบชิ้นเดียว ตั้งแต่ฝากระโปรงลงไปถึงใต้กันชน และสัญลักษณ์ "สี่ห่วง" ขนาดใหญ่เหมือนกับที่ใช้ใน เอ 6 รุ่นใหม่ ซึ่งต้องเปลี่ยนกันชนหน้า ฝากระโปรงและชุดโคมไฟหน้าส่วนด้านหลังเพียงแต่เก็บรายละเอียดให้กระชับ ลงตัว และทันสมัยยิ่งขึ้นโดยยังคงรูปทรงตัวรถเดิมเอาไว้ทั้งหมด
เครื่องยนต์ใหม่ที่น่าสนใจของ เอาดี 2 ตัวนี้ คือ 4 สูบเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คูเลอร์ 2.0 ลิตร 197 แรงม้า ในรุ่น 2.0 ที ส่วนจะมีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ "กวัตตโร" มาให้เลือกหรือไม่นั้น ยังบอกไม่ได้
เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท
ค่ายผู้ดีอังกฤษ อย่าง แลนด์ โรเวอร์ เพิ่มตัวเลือกให้ เอสยูวี หรู ด้วย เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท (RANGE ROVER SPORT) หรือ เบบี เรนจ์ โรเวอร์ (BABY RANGE ROVER) ที่มีขนาดตัวกระชับกว่าเรนจ์ โรเวอร์ และ ดิสคัฟเวอรี 3
ขนาดตัวเล็กกว่า 4.8 ม. แต่แรงสะใจ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี 8 สูบ 4.2 ลิตร ติดซูเพอร์ชาร์จให้กำลังถึง 390 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม. ในเวลาเพียง 7.2 วินาที ของ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท คือ จุดเด่นที่ทำให้ แลนด์ โรเวอร์ นำเข้ามาจำหน่ายทั้งๆที่เจอภาษีหนัก
มิตซูบิชิ แอล 200 สตราดา ใหม่
มิตซูบิชิ แอล 200 สตราดา ใหม่ มีหน้าตาเหมือนกับ เรซิง ทรัค เอโวลูชัน (RACING TRUCK EVOLUTION) รถพิคอัพตัวแข่งจากรายการแรลลีสุดโหด "ดาการ์ แรลลี" ที่ มิตซูบิชิ นำมาโชว์ตัวในช่วงต้นปีนี้
จากภาพที่ปรากฏในอินเตอร์เนท สตราดา ใหม่ หลายเสียงวิพากวิจารณ์ว่า หน้าตาแปลก และอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะชิน แต่ก็เชื่อว่ายอดขายคงไม่ต่างกับครั้งแรกที่ สตราดา ตัวที่แล้วเปิดตัวและใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ รหัส 4 เอม 41 (4M41) ขนาด 3.2 ลิตร 175 แรงม้า ที่ใส่ใน ปาเจโร (PAJERO) แต่อาจปรับให้มีแรงม้าน้อยลงมา และเพิ่มแรงบิดในรอบต่ำ
นิสสัน ซันนี และ ฟรอนเทียร์ ใหม่
ค่ายนิสสัน ช่วงครึ่งปีหลังยังคงเดินหน้า เปิดตัวทั้งเก๋งเล็ก ที่พัฒนามาจาก ปรีเมรา (PRIMERA)ซึ่งมีขนาดตัวใหญ่กว่า ซันนี รุ่นปัจจุบัน พร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 150 แรงม้า และ พิคอัพ ฟรอนเทียร์ใหม่ พิคอัพทรงเหลี่ยมตัน กันชนหนา และโป่งข้างล้อขนาดใหญ่หน้าตาคล้ายตัวที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา และ นาวารา (NAVARA) ในออสเตรเลียซึ่งหลายคนเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว จากนิตยสารต่างประเทศ
ฟรอนเทียร์ ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบ 16 วาล์ว คอมมอนเรล เทอร์โบ อินเตอร์คูเลอร์ ขนาด 2.5 ลิตร รหัส วายดี 25 ดีดีทีไอ (YD25 DDTI) ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า
โตโยตา แคมรี โฉมใหม่
หลังจากรถรุ่นใหญ่อย่าง แคมรี ถูกแบ่งส่วนการตลาดจาก ฮอนดา และ นิสสัน โตโยต้า ฯ ได้ปรับโฉม แคมรี อีกครั้ง
แคมรี ใหม่ ยังใช้โครงสร้างห้องโดยสารของเดิม แต่ออกแบบด้านหน้าให้เรียวเล็ก และดูสปอร์ท ยิ่งขึ้นขณะที่ด้านหลังปรับให้กระชับแน่น โดยเน้นที่รูปแบบของชุดไฟท้ายส่วนเครื่องยนต์คาดว่าจะใช้ตัวเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือ 2.0 และ 2.4 ลิตร
อีซูซุ-โตโยตา ใครจะคว้าแชมพ์พิคอัพ ?
จากตัวเลขจดทะเบียน 4 เดือนแรกของปี 2548 นี้ โตโยตา มียอดรถพิคอัพขับเคลื่อน 2 และ 4 ล้อ รวม 46,387 คัน ขณะที่ อีซูซุ มียอดรวม 53,555 คัน โตโยตา ยังตามอยู่ถึงกว่า 7,000 คัน
ส่วนต่างของตัวเลขข้างต้นนี้ เป็นผลมาจากพิคอัพรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ของ อีซูซุยังคงได้รับความนิยมอยู่ ทำให้สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงกว่า 40 % และมียอดจดทะเบียน 51,323 คัน สูงกว่าโตโยตา 16,000 คัน และมากกว่าปี 2547 เกือบ 20 % แม้ว่าพิคอัพรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่ง โตโยตา ครองแชมพ์อยู่ด้วยส่วนแบ่งเกือบ 80 % ยอดจดทะเบียน 10,909 คัน มากกว่า อีซูซุ ถึง 8,000 คัน ถ้าเป็นอย่างนี้ไปจนถึงสิ้นปี อีซูซุ คงจะคว้าแชมพ์ด้วยตัวเลขเกิน 160,000 คัน และมากกว่า โตโยตาถึง 21,000 คัน
แต่กว่าถึงปลายปี ตัวเลขอาจจะเปลี่ยนไปไม่สูงเท่าที่คาดการณ์ก็เป็นได้ เพราะตัวแปรอย่าง เชฟโรเลต์ โคโลราโด ที่มาแรง และการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ อย่าง มิตซูบิชิ แอล 200 สตราดา และ นิสสัน ฟรอนเทียร์ซึ่งหลายคนรอคอย น่าจะทำให้ตลาดพิคอัพคึกคักอีกครั้ง
- ยอดขายจะไปถึง 6 แสนคันหรือไม่ ?
ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนน้ำมันเบนซิน ออคเทน 95 ขึ้นมาถึง กว่า 22 บาท น้ำมันดีเซลที่มีแนวโน้วสูงถึง 20 บาท/ลิตรนั้น ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถน้อยมาก และคาดว่าปีนี้จะมียอดขายเกินกว่า 6 แสนคัน
เมื่อเปรียบเทียบยอดรวม 4 เดือนแรกของปี 2548 กับปี 2547 แล้วในปีนี้อัตราการจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 11.8 % โดยบริษัทรถยนต์น้อยใหญ่สามารถขายรถไปได้ทั้งหมดมากกว่า 222,000 คันและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลัง ที่มีรถรุ่นใหม่ๆ ทั้งเก๋งรุ่นเล็ก และรุ่นใหญ่รวมทั้งพิคอัพอีกด้วย
ตัวเลขการขายรถในเดือนที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000-60,000 คัน นั้นเท่ากับว่ามีการจดทะเบียนรถใหม่สูงถึงเกือบ 2,000 คัน/วัน ถ้าตัวเลขยังอยู่ในอัตราส่วนที่คงที่เราคงมียอดรวมรถที่จดทะเบียนในปีนี้สูงกว่า 700,000 คัน โดยมีพิคอัพมากถึง 60 % หรือประมาณ 400,000 คัน ตามมาห่างๆ ด้วยรถยนต์นั่งอีก 25 %
มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 22 ยิ่งใหญ่แน่
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน เปิดเผยว่างานปีนี้จะมีความยิ่งใหญ่กว่าปีก่อนภายใต้แนวคิด "ยานยนต์ท้าทาย
โลกหลายลีลา" โดยบริเวณ ฮอลล์ 1-5 เป็นพื้นที่แสดงรถยนต์รุ่นต่างๆ ส่วน ฮอลล์ 6-8 จัดแสดงเครื่องเสียง อุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ และรถเพื่อการพาณิชย์สำหรับลานกิจกรรมด้านนอกจะประกอบด้วยสนาม SPIRIT OF THE 4X4 DRIVING SCHOOL และ CAR STEREO ALLEY & ACTIVITIES ทำให้งานในปีนี้มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นกว่า 85,000 ตารางเมตรจากเดิมปีที่แล้วมีพื้นที่จัดงาน 80,000 ตารางเมตร ถือเป็นงานแสดงยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประธานจัดงานเปิดเผยต่อว่าไม่เพียงขยายพื้นที่แสดงเท่านั้น อิมแพ็ค เมืองทองธานีได้ขยายที่จอดรถเตรียมไว้สำหรับผู้ชมงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นด้วย จึงมั่นใจว่าที่จอดรถ และการจราจรจะมีความคล่องตัวกว่าสถานที่จัดงานแสดงสินค้าทุกแห่งในประเทศไทย
สำหรับพื้นที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณ ฮอลล์ 1-4 จะมีขนาด 1,480 ตารางเมตรซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบริษัทรถยนต์ เชื่อว่าในปีนี้จะมีรถเข้ามาร่วมงานทุกยี่ห้อเนื่องจากช่วงปลายปีจะมีรถเปิดตัวใหม่หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนโฉมใหม่ ปรับโฉมเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ และอื่นๆซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อในช่วงปลายปีจึงส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถในงานปีที่ผ่านมามีจำนวน 18,181 คันซึ่งถือเป็นยอดการจำหน่ายในงานแสดงรถยนต์ที่สูงสุดในประเทศไทย
"มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 22" จะมีขึ้นในวันที่ 1-12 ธันวาคม 2548 คนรักรถพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
ABOUT THE AUTHOR
ก
กองบรรณาธิการ
ภาพโดย : ฝ่ายภาพนิตยสาร 399 ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2548
คอลัมน์ Online : บทความ




