เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ประเทศไทยยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซินผสมสารตะกั่ว การตัดสินใจครั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากความ “ล้ำสมัย” หรือกระแสรักษ์โลก แต่เกิดจากความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า สารตะกั่ว คือ พิษ และการปล่อยให้มันหมุนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน คือ การทำร้ายสังคมในระยะยาว
ย้อนกลับไปในวันนั้น เสียงคัดค้านดังไม่น้อย ผู้ใช้รถกังวลว่าเครื่องยนต์จะพัง รถเก่าจะวิ่งไม่ได้ อุตสาหกรรมจะเสียหาย บางคนถึงขั้นมองว่ารัฐ “ก้าวก่ายเกินจำเป็น” แต่สุดท้าย ประวัติศาสตร์ก็พิสูจน์ชัดว่า ความกลัวเหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ขณะที่ประโยชน์ด้านสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม กลับชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ
ลองตั้งคำถามตรงไปตรงมาวันนี้ว่า หากประเทศไทยยังคงใช้น้ำมันเบนซินผสมสารตะกั่วอยู่จนถึงปัจจุบัน สภาพสังคมจะเป็นเช่นไร คำตอบอาจไม่ต้องใช้จินตนาการมากนัก เมืองใหญ่คงเต็มไปด้วยสารพิษสะสม เด็กจำนวนมากอาจเติบโตมาพร้อมปัญหาพัฒนาการโดยไม่รู้สาเหตุ ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขอาจสูงกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่า และที่สำคัญ ประเทศไทยคงไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ได้เลย
ความจริงที่มักถูกมองข้าม คือ เครื่องยนต์ยุคใหม่ ระบบควบคุมไอเสีย และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก ไม่สามารถอยู่ร่วมกับสารตะกั่วได้ การยึดติดกับน้ำมันแบบเดิม เท่ากับปิดประตูใส่เทคโนโลยีใหม่ทั้งระบบ ประเทศที่ไม่ยอมเลิกตะกั่ว ก็คือประเทศที่ยอมยืนอยู่นอกเกมโลกโดยสมัครใจ
เมื่อหันมามองกระแสรถไฟฟ้าในวันนี้ ภาพเดิมกำลังซ้ำรอย รถไฟฟ้าถูกตั้งคำถาม ถูกโจมตี และถูกลดทอนคุณค่า ด้วยเหตุผลที่ฟังดูคุ้นหู ตั้งแต่ราคา ความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการหยิบยกข้อเสียบางส่วนมาขยายผลราวกับเป็นหายนะ ทั้งที่การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีไม่เคยเกิดขึ้นโดยปราศจากต้นทุน
แน่นอน รถไฟฟ้าไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา และไม่ใช่เทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบในวันนี้ แต่คำถามสำคัญ คือ เรากำลังถกเถียงกันบนฐานของข้อมูลระยะยาว หรือกำลังปกป้องความคุ้นเคยในระยะสั้น เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับน้ำมันผสมสารตะกั่วเมื่อ 3 ทศวรรษก่อน
หากวันนั้น ประเทศไทยเลือกจะฟังเสียงกลัวมากกว่าเสียงเตือนทางวิทยาศาสตร์ วันนี้เราอาจยังเผชิญกับมลพิษที่รุนแรงกว่านี้หลายเท่า และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอาจไม่สามารถยืนอยู่ในห่วงโซ่การผลิตโลกได้เลย เช่นเดียวกันกับวันนี้ การปฏิเสธรถไฟฟ้าโดยไม่มองภาพรวม อาจทำให้เราต้องจ่ายต้นทุนที่สูงกว่าที่คิดในอนาคต
บทเรียนจากการเลิกใช้น้ำมันเบนซินผสมสารตะกั่ว ไม่ได้บอกว่า “ทุกของใหม่ดีกว่า” แต่บอกเราว่า การดึงรั้งสังคมไว้กับเทคโนโลยีที่รู้ว่าเป็นปัญหา เพียงเพราะความกลัวการเปลี่ยนแปลง คือ ความเสี่ยงที่แพงที่สุด และอาจเป็นความผิดพลาดที่ประวัติศาสตร์จะไม่ให้อภัยซ้ำอีกครั้ง
บทความแนะนำ

