ความมันระดับหัวแถว พิสูจน์ความอึดของรถ และความทรหดของคน กลางสมรภูมิสุดโหดบนทะเลทรายซาอุดิอาระเบียกว่า 8,000 กม. บทสรุปของศึก DAKAR RALLY 2026 จะเป็นอย่างไร เรารวมทุกความเร้าใจมาไว้ที่นี่แล้ว
สเตจที่ 1 RED BULL KTM ฟอร์มหรู คว้าชัยสเตจแรก
EDGAR CANET (เอดการ์ คาเนท) ดาวบิดสังกัด RED BULL KTM FACTORY RACING เริ่มต้นการแข่งขันอย่างไร้ที่ติ เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 16 นาที 11 วินาที ทะยานขึ้นรั้งจ่าฝูงประเภทรถจักรยานยนต์ ส่วน DANIEL SANDERS (แดเนียล แซนเดอร์ส) แชมพ์ DAKAR RALLY คนล่าสุด เข้าเส้นชัยตามหลังเพียง 1:02 นาที
สเตจที่ 2 NASSER AL-ATTIYAH ขึ้นนำจ่าฝูงเวลารวม
เส้นทางชิงชัยระหว่าง YANBU-ALULA ระยะทาง 504 กิโลเมตร SETH QUINTERO (เซธ กวินเตโร) ยอดนักขับจากทีม TOYOTA GAZOO RACING W2RC ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก ทำเวลาได้ 3 ชั่วโมง 57 นาที 16 วินาที ขณะที่ NASSER AL-ATTIYAH (นาสเซอร์ อัล-อัตติยาห์) สิงห์ทะเลทรายกาตาร์ ขึ้นรั้งตำแหน่งผู้นำเวลารวม 7 ชั่วโมง 12 นาที 16 วินาที ส่วน DANIEL SANDERS ทะยานขึ้นรั้งหัวขบวนกลุ่มรถจักรยานยนต์
สเตจที่ 3 HONDA CRF450 RALLY ฟอร์มแกร่ง !
ดวลความแข็งแกร่งในเส้นทางสุดโหด ท่ามกลางทะเลทรายที่เต็มไปด้วยหิน และกรวด TOSHA SCHAREINA (โตชา ชาเรนา) กับยอดรถแข่ง HONDA CRF450 RALLY (ฮอนดา ซีอาร์เอฟ 450 แรลลี) ที่แม้จะเริ่มต้นได้ไม่ดีกับอุบัติเหตุเล็กน้อยในช่วงต้น แต่สามารถเร่งความเร็วขึ้นมาเป็นผู้นำ ก่อนควบคุมสถานการณ์ลอยลำเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ได้สำเร็จ ด้วยเวลา 4 ชั่วโมง 26 นาที 39 วินาที ขณะที่ DANIEL SANDERS ยังครองหัวแถว 2 ล้อ
สเตจที่ 4 "ผู้นำ" ยังไม่ซ้ำหน้า
หลังผ่าน 4 สเตจ เกมยังคงพลิกผันต่อเนื่อง ผู้นำบนตารางเวลารวมยังคงไม่ซ้ำหน้า โดยประเภทรถยนต์ HENK LATEGAN (เฮงค์ ลาเทแกน) จากทีม TOYOTA GAZOO RACING W2RC คว้าชัยในสเตจนี้ได้สำเร็จ พร้อมขึ้นนำจ่าฝูงเวลารวม 16 ชั่วโมง 29 นาที 15 วินาที
สเตจที่ 5 FORD RACING โชว์ฟอร์มเข้าวิน กวาด 1-2
NANI ROMA (นานี โรมา) สังกัด FORD RACING สร้างผลงานร้อนแรง คว้าอันดับ 1 ในสเตจที่ 5 ขณะที่เพื่อนร่วมทีม MITCH GUTHRIE (มิทช์ กอธรี) เข้าเป็นอันดับ 2
สเตจที่ 6 RICKY BRABEC บิดคว้าวินเนอร์
ดวลกันกลางเนินทรายอย่างดุเดือด RICKY BRABEC (ริคคี บราเบค) ควบ HONDA CRF450 RALLY เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 คว้าชัยชนะแรกในการแข่งขันได้สำเร็จ รั้งอันดับที่ 2 ในตารางเวลารวม บีบช่องว่างจากผู้นำเหลือเพียง 45 วินาทีเท่านั้น
สเตจที่ 7 MATTIAS EKSTROM พลิกขึ้นนำ
เข้าสู่การแข่งขันในช่วงครึ่งหลัง ประเภทรถยนต์มีการพลิกผันช่วงท้าย เมื่อผู้นำช่วงแรก HENK LATEGAN เจอปัญหาเทคนิคที่ตัวรถ ทำให้ MATTIAS EKSTROM (มัททิอัส เอคสตอร์ม) จอมเก๋าชาวสวีเดนจากทีม FORD RACING พลิกคว้าชัยชนะในสเตจนี้ ด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 44 นาที 22 วินาที ส่วนตารางเวลารวม NASSER AL-ATTIYAH แชมพ์เก่า 5 สมัยชาวกาตาร์ แม้จะเข้าเป็นอันดับ 11 แต่ยังดีพอจะรั้งตำแหน่งผู้นำอย่างเหนียวแน่น ด้วยเวลารวม 28 ชั่วโมง 10 นาที 15 วินาที
สเตจที่ 8 ผู้นำยังไม่เปลี่ยนมือ
NASSER AL-ATTIYAH ยังคงเป็นผู้นำบนตารางเวลารวม 32 ชั่วโมง 32 นาที 6 วินาที โดยมี MATTIAS EKSTROM (มัททิอัส เอคสตอร์ม) ไล่บี้แบบหายใจรดต้นคอ ขณะที่ LUCIANO BENAVIDES (ลูซีอาโน เบนาบิเดส) ทะยานขึ้นเป็นผู้นำในประเภทรถจักรยานยนต์ได้เป็นครั้งแรก ด้วยเวลารวม 33 ชั่วโมง 18 นาที 50 วินาที
สเตจที่ 9 เข้าสู่ช่วงเข้มข้น
เข้าสู่ช่วงมันสุด NANI ROMA จากทีม FORD RACING โชว์ฟอร์มร้อนแรงขึ้นเป็นผู้นำเวลารวมได้สำเร็จ แต่สถานการณ์ในกลุ่มผู้นำเวลายังเบียดเสียดกันมาก โดยอันดับ 2 เป็นของ CARLOS SAINZ (การ์โลส เซนซ์) จากสังกัดเดียวกัน ตามด้วย NASSER AL-ATTIYAH ที่ไล่ตามมาติดๆ ทำให้การลุ้นแชมพ์ในช่วงครึ่งหลังของการแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด
สเตจที่ 10 MATHIEU SERRADORI ซิวแชมพ์
เป็นการชิงชัยบนเส้นทางเมือง BISHA (บิชา) โดย MATHIEU SERRADORI (มาธิว แเซร์ราโดรี) นักขับชาวฝรั่งเศสจากทีม CENTURY RACING FACTORY TEAM โชว์เทพฝ่าเนินทรายได้อย่างเหนือชั้น คว้าชัยสเตจนี้ไปครอง ขณะที่ NASSER AL-ATTIYAH ยอดนักขับชาวกาตาร์ ทะยานกลับขึ้นเป็นผู้นำเวลารวมได้อีกครั้ง ด้วยเวลาสะสม 41 ชั่วโมง 39 นาที 50 วินาที โดยมี HENK LATEGAN จากทีม TOYOTA GAZOO RACING W2RC ตามอยู่ 12 นาที
สเตจที่ 11 NASSER AL-ATTIYAH แรงต่อเนื่อง
NASSER AL-ATTIYAH สิงห์ทะเลทรายกาตาร์ โชว์ฟอร์มแกร่ง หลังรักษาตำแหน่งหัวขบวนไว้ได้ ด้วยเวลารวม 44 ชั่วโมง 39 นาที 59 วินาที ขณะที่ประเภทรถจักรยานยนต์ LUCIANO BENAVIDES ดาวบิดอาร์เจนไตน์ ทะยานขึ้นเป็นผู้นำได้อีกครั้ง เบียด RICKY BRABEC ลงไปอันดับ 2 ช้ากว่าผู้นำ 23 วินาที
สเตจที่ 12 สิงห์ทะเลทรายกาตาร์ จ่อแชมพ์ !
NASSER AL-ATTIYAH ยังคงทอพฟอร์ม ควบรถคู่ใจเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 21 นาที 52 วินาที ขยับเข้าใกล้บัลลังก์แชมพ์
สเตจที่ 13 บทสรุปบัลลังก์แชมพ์ DAKAR RALLY 2026
สเตจสุดท้าย เส้นทางเต็มไปด้วยความท้าทายทั้งพื้นทราย และโขดหิน NASSER AL-ATTIYAH สิงห์ทะเลทรายกาตาร์ ที่แม้จะนำรถเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 43 ของสเตจ แต่ด้วยผลงานสะสมที่สุดยอด ทำให้เจ้าตัวทำเวลารวม 48 ชั่วโมง 56 นาที 53 วินาที ผงาดคว้าบัลลังก์แชมพ์ DAKAR RALLY 2026 สมัยที่ 6 ไปครอง
ขณะที่ประเภทรถจักรยานยนต์ ตารางเวลารวมพลิกผันในวินาทีสุดท้าย โดย LUCIANO BENAVIDES บิดคันเร่งหมดปลอก เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ของสเตจ ส่วน RICKY BRABEC จบในอันดับ 4 ทำให้ดาวบิดอาร์เจนไตน์ คว้าแชมพ์ด้วยเวลารวม 49 ชั่วโมง 41 วินาที เฉือนชนะ RICKY BRABEC ไปเพียง 2 วินาที ! สร้างสถิติช่องว่างแห่งชัยชนะที่แคบที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน
DAKAR RALLY 2026 เป็นการแข่งขันแรลลีรายการใหญ่ และโหดที่สุดในโลก ท้าทายขีดจำกัดทั้งคน และรถที่ลงชิงชัยบนเส้นทางทะเลทราย ของประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-17 มกราคม 2569 และนับเป็นครั้งที่ 7 ที่ซาอุดิอาระเบียเป็นเจ้าภาพ
DAKAR RALLY 2026 ประกอบด้วย 13 สเตจการแข่งขัน เส้นทางเป็นแบบวงกลม โดยจุดสตาร์ท และเส้นชัยอยู่ที่เมือง YANBU (ยานบู) รวมระยะทางกว่า 8,000 กม. โดยมีช่วงแข่งขันจับเวลากว่า 5,000 กิโลเมตร ทำให้ครั้งนี้เป็นรายการแข่งขันที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อดูจากระยะทางที่จับเวลา
ผลการแข่งขัน ประเภทรถยนต์
1. NASSER AL-ATTIYAH/FABIAN LURQUIN ทีม THE DACIA SANDRIDERS เวลารวม 48 ชั่วโมง 56 นาที 53 วินาที
2. NANI ROMA/ALEX HARO ทีม FORD RACING เวลารวม 49 ชั่วโมง 6 นาที 35 วินาที
3. MATTIAS EKSTROM/EMIL BERGKVIST ทีม FORD RACING เวลารวม 49 ชั่วโมง 11 นาที 26 วินาที
ผลการแข่งขัน ประเภทรถจักรยานยนต์
1. LUCIANO BENAVIDES ทีม RED BULL KTM FACTORY RACING เวลารวม 49 ชั่วโมง 00 นาที 41 วินาที
2. RICKY BRABEC ทีม MONSTER ENERGY HONDA HRC เวลารวม 49 ชั่วโมง 00 นาที 43 วินาที
3. TOSHA SCHAREINA ทีม MONSTER ENERGY HONDA HRC เวลารวม 49 ชั่วโมง 25 นาที 53 วินาที

