ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่าย “ดาวสามแฉก” ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ คือ รถเก๋งตรวจการณ์ระดับหรูติดป้ายชื่อ MERCEDES-BENZ CLA SHOOTING BRAKE (เมร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอลเอ ชูทิง เบรค) ซึ่งเป็นรถตรวจการณ์แบบแรกในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 1 ศตวรรษของค่ายนี้ที่เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ
MERCEDES-BENZ CLA เป็น COMPACT LUXURY CAR (คอมแพคท์ ลักชัวรี คาร์) หรือรถเก๋งระดับหรูขนาดเล็กกะทัดรัดที่พัฒนาต่อกิ่งต่อยอดจากรถเก๋ง MERCEDES-BENZ A-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาสส์) ซึ่งเป็นรถขนาดเล็กที่สุดในสายการผลิตของค่ายดาวสามแฉก รถอนุกรมนี้มีตัวถัง 2 แบบ คือ ตัวถัง 4 ประตูคูเป 5 ที่นั่ง ซึ่งมีชื่อเฉพาะว่า MERCEDES-BENZ CLA COUPE กับตัวถัง 5 ประตูตรวจการณ์ 5 ที่นั่ง ซึ่งมีชื่อเฉพาะว่า MERCEDES-BENZ CLA SHOOTING BRAKE
รถรุ่นแรก (รหัสโรงงาน C117 กับ X117) ซึ่งมีทั้งรถเบนซิน และรถดีเซล อยู่ในสายการผลิตระหว่างปี 2013-2019 รถรุ่นที่ 2 (รหัสโรงงาน C118 กับ X118) ซึ่งมีทั้งรถเบนซิน รถดีเซล และรถ PLUG-IN HYBRID (พลัก-อิน ไฮบริด) หรือไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ผลิตระหว่างปี 2019-2025
ส่วนรถรุ่นปัจจุบันเป็นรถรุ่นที่ 3 (รหัสโรงงาน C178 กับ X178 กรณีเป็นรถติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน และ C174 กับ X174 กรณีเป็นรถพลังไฟฟ้า) ตัวถังคูเป ซึ่งสามารถคว้ารางวัลสำคัญของยุโรป คือ 2026 CAR OF THE YEAR (2026 คาร์ ออฟ เธอะ เยียร์) หรือ “รถแห่งปี 2026” เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2025 (โปรดอ่านรายละเอียดใน “ระเบียงรถใหม่” เดือนพฤษภาคม 2025 กับ “ข่าวรอบโลก” เดือนมีนาคม 2026) และเริ่มการจำหน่ายในเมืองเบียร์เดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ส่วนตัวถังตรวจการณ์ตามมาทีหลัง คือ เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 และเพิ่งเริ่มการจำหน่ายในเมืองเบียร์ปลายปีเดียวกัน
MERCEDES-BENZ CLA SHOOTING BRAKE ซึ่งกล่าวในตอนต้นแล้วว่า เป็นรถเก๋งตรวจการณ์แบบแรกของค่ายนี้ มีขนาดตัวถังเท่ากันในทุกมิติกับรถคูเป คือ ยาว 4.723 ม. กว้าง 1.855 ม. สูง 1.469 ม. และมีช่วงฐานล้อยาว 2.790 ม. รูปทรงองค์เอวจากปลายจมูกจนถึงกึ่งกลางของตัวถังแทบไม่มีจุดใดผิดเพี้ยนจากตัวถังคูเป เป็นรูปทรงที่ผู้ผลิตกล่าวอ้างว่า ดูหรูหราสง่างาม มีลักษณะสปอร์ท และมีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ พร้อมทั้งให้รายละเอียดว่า ห้องบรรทุกของท้ายรถมีขนาดความจุ 455 ลิตร และจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว คือ เป็น 1,290 ลิตร เมื่อพับราบเบาะหลัง ส่วน ROOF RAILS (รูฟ เรลส์) หรือรางหลังคา ก็รับน้ำหนักได้ถึง 75 กก. จึงบรรทุกได้ทั้งจักรยาน และกระดานโต้คลื่น กรณีเป็นเจทสกี หรือจักรยานยนต์ 2 คัน ก็สามารถบรรทุกได้บนรถพ่วง เพราะเป็นรถที่สามารถลากจูงได้ถึง 1,800 กก.
ในระยะแรกมีรถให้เลือกใช้ 2 โมเดล เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ คือ รถขับล้อหน้าชื่อยาว MERCEDES-BENZ CLA 250+ SHOOTING BRAKE WITH EQ TECNOLOGY กับรถขับทุกล้อชื่อยาวกว่า MERCEDES-BENZ CLA 350 4MATIC SHOOTING BRAKE WITH EQ TECHNOLOGY
โมเดลแรกซึ่งราคาค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ของเยอรมนีเริ่มต้นที่ 57,096 ยูโร หรือประมาณ 2.11 ล้านบาทไทย (เมื่อคิดว่าต้องใช้เงินไทย 37 บาทถ้วน ในการแลกเงินฝรั่ง 1 ยูโร) ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 200 กิโลวัตต์/272 แรงม้า และแบทเตอรี NICKEL-MANGANESE-COBALT (นิคเคิล-แมงกานีส-โคบอลท์) ขนาดความจุใช้งาน 85 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. กรณีชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP รถจะวิ่งได้ไกล 768 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ย 12.7-14.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 6.7-7.9 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
ส่วนโมเดลหลังซึ่งแพงกว่ากันไม่มาก คือ ค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มเริ่มต้นที่ 61,653 ยูโร หรือประมาณ 2.28 ล้านบาทไทย ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด กำลังรวม 260 กิโลวัตต์/354 แรงม้า และแบทเตอรี NICKEL-MANGANESE-COBALT ขนาดความจุใช้งาน 85 กิโลวัตต์ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 5.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. เช่นกัน กรณีชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP รถจะวิ่งได้ไกล 743 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ย 13.2-15.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 6.4-7.6 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
ที่จะตามมาภายในปี 2026 นี้ คือ รถติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน ทำงานร่วมกันกับระบบ MILD HYBRID (ไมล์ด์ ไฮบริด) หรือไฮบริดแบบอ่อน
บทความแนะนำ

