นำเรื่องราวของรถใหม่ค่าย “ดาวสามแฉก” มาเล่าสู่กันฟัง 2 ชุด โดยชุดแรกที่กำลังอวดตัวอยู่นี้ คือ MERCEDES-BENZ ELECTRIC C-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ อีเลคทริค ซี-คลาสส์) รถเก๋งซีดานขนาดเล็กอนุกรมใหม่ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2026 และมีกำหนดเริ่มการจำหน่ายก่อนสิ้นปี โดยใช้โรงงานที่เมือง KECSKEMET (เคคสกีเมท) ในฮังการี เป็นฐานการผลิต
MERCEDES-BENZ C-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์) เป็น COMPACT LUXURY CAR (คอมแพคท์ ลักชัวรี คาร์) หรือรถระดับหรูขนาดเล็กกะทัดรัด ที่ค่าย “ดาวสามแฉก” เริ่มบรรจุเข้าสู่สายการผลิตในเมืองเบียร์เมื่อปี 1992 แทนที่รถรุ่นเดิม คือ MERCEDES-BENZ 190E (เมร์เซเดส-เบนซ์ 190 อี) ซึ่งมีรหัสโรงงาน W201 และจากนั้นจนบัดนี้ซึ่งเป็นเวลายาวนานประมาณ 34 ปี ได้เปลี่ยนรถอนุกรมนี้ไปแล้วรวม 4 ครั้ง คือ รุ่นที่ 2 (W203) ในปี 2000 รุ่นที่ 3 (W204) ในปี 2007 รุ่นที่ 4 (W205) ในปี 2014 และรุ่นที่ 5 (W206) ในปี 2021
ส่วน MERCEDES-BENZ ELECTRIC C-CLASS ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังนี้ ไม่ถือว่าเป็นรถรุ่นที่ 6 เพราะแทบไม่มีอะไรเลยที่เกี่ยวข้องกับรถ 5 รุ่นที่กล่าวข้างต้น นอกจากชื่อรุ่น สถานะที่แท้จริงก็คือ เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งกำลังจะเข้าสู่สายการผลิต ในฐานะตัวตายตัวแทนของรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ติดป้ายชื่อ MERCEDES-EQ EQC (เมร์เซเดส-อีคิว อีคิวซี) หรือ MERCEDES-BENZ EQC (เมร์เซเดส-เบนซ์ อีคิวซี) ซึ่งค่ายนี้ผลิตทั้งในเยอรมนี และสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างปี 2019-2023 และทราบกันดีในยุโรปว่า จะเป็นคู่ต่อสู้โดยตรงของรถพลังไฟฟ้า BMW I3 (บีเอมดับเบิลยู ไอ 3) ที่เปิดตัวไปก่อนแล้วเมื่อปลายเดือนมีนาคมปีนี้ (โปรดอ่านรายละเอียดใน “ระเบียงรถใหม่” เดือนมิถุนายน 2026)
เป็นรถที่คนของค่าย “ดาวสามแฉก” อวดสรรพคุณว่าเป็น THE SPORTIEST C-CLASS EVER (เธอะ สปอร์ทีเอสต์ ซี-คลาสส์ เอเวอร์) หรือรถ C-CLASS ที่มีลักษณะสปอร์ทยิ่งกว่ารถรุ่นใดๆ ที่เคยผลิตก่อนหน้านี้ และยืนยันด้วยว่า เป็นรถพลังไฟฟ้าซึ่งไม่มีอะไรเลยที่เกี่ยวข้องกับรถ C-CLASS ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในที่จะยังคงอยู่ในสายการผลิตต่อไป
มีขนาดตัวถังโตกว่ารถติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในทุกมิติ คือ ยาว 4.883 ม. กว้าง 1.892 ม. และสูง 1.503 ม. หรือยาวกว่ากันถึง 13.2 ซม. กว้างกว่ากันถึง 7.2 ซม. และสูงกว่ากันถึง 6.5 ซม. ส่วนช่วงฐานล้อซึ่งยาว 2.962 ม. ก็ยาวกว่ากันถึง 9.7 ซม. ผลลัพธ์ คือ ผู้โดยสารบนเบาะหลังนั่งสบายกว่าเดิมอย่างรู้สึกได้ชัด เพราะพื้นที่วางแข้งวางเข่าเพิ่มขึ้นมาก รูปทรงองค์เอวของตัวถัง มีส่วนท้ายที่ดูคล้ายกับรถคูเปไม่ใช่รถซีดาน หน้าตาก็ดูแปลกไปมากจากรถติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพราะมีกระจังหน้าขนาดใหญ่โตมโหฬาร ซึ่งออกแบบสไตล์เดียวกันกับรถกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นร่วมกัน คือ รถ MERCEDES-BENZ GLC (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี)
เป็นรถแบบที่ 2 ของค่าย “ดาวสามแฉก” ที่เริ่มต้นการออกแบบโดยใช้พแลทฟอร์ม MB.EA ซึ่งค่ายนี้เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อใช้กับรถพลังไฟฟ้าขนาดกลางโดยเฉพาะ เป็นพแลทฟอร์มที่ทำงานร่วมกันกับระบบรองรับ (กันสะเทือน) AIRMATIC (แอร์เมทิค) และระบบบังคับเลี้ยวทั้งล้อหน้า-ล้อหลัง รวมทั้งเป็นรถแบบที่ 2 ที่ออกแบบตามกลยุทธ์ของค่ายนี้ ที่จะทำให้รถพลังไฟฟ้ามีรูปลักษณ์เหมือนกันกับรถติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน
ในระยะแรกจะมีรถโมเดลเดียว คือ MERCEDES-BENZ C 400 4MATIC ELECTRIC (เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี 400 4 เมทิค อีเลคทริค) ซึ่งเป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ ติดตั้งระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด กำลังรวม 360 กิโลวัตต์/490 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับแบทเตอรี LITHIUM-ION (ลิเธียม-ไอออน) ขนาดความจุใช้งาน 94 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งการชาร์จไฟแบบเร่งด่วน 10 %-80 % ด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จะใช้เวลา 22 นาที และการชาร์จไฟเป็นเวลา 10 นาที รถจะวิ่งได้ไกล 325 กม.
สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของผู้ผลิต รถซึ่งมีน้ำหนักตัวพร้อมขับรวมผู้ขับ 2,460 กก. คันนี้ ใช้เวลาแค่ 4.0 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และสามารถทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
กรณีชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP รถจะวิ่งได้ไกล 592-762 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า 14.1-18.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 5.4-7.1 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ของเยอรมนี เริ่มต้นที่ 64,325 ยูโร หรือประมาณ 2.44 ล้านบาทไทย
MERCEDES-BENZ C 400 4MATIC ELECTRIC

