ผลงานใหม่อีกชุดหนึ่งของยอดผู้ผลิตรถหรูเมืองเบียร์ ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ คือ รถเก๋งระดับสุดหรูขนาดโตเต็มพิกัดติดป้ายชื่อ MERCEDES-BENZ EQS (เมร์เซเดส-เบนซ์ อีคิวเอส) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อกลางเดือนเมษายน 2026 ขณะที่คนไทยกำลังสนุกสนานกับกิจกรรมรดน้ำดำหัว และสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์
ค่าย “ดาวสามแฉก” นำรถเก๋งซีดาน 5 ประตู ลิฟท์แบค 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ติดป้ายชื่อ MERCEDES-EQ EQS (เมร์เซเดส-อีคิว อีคิวเอส) ออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนผ่านระบบออนไลน์แบบ “ครั้งแรกในโลก” เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2021 รถรุ่นดังกล่าวซึ่งมีให้เลือกทั้งรถขับล้อหลัง และรถขับทุกล้อ มีตัวถังยาว 5.216 ม. กว้าง 1.926 ม. และสูง 1.512 ม. เป็นตัวถังที่ลื่นลมมาก เพราะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำเพียง 0.20 เท่านั้นเอง
หลังจากอยู่ในสายการผลิตได้เพียง 3 ปี ในเดือนเมษายน 2024 MERCEDES-BENZ EQS ก็ได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT (เฟศลิฟท์) หรือ “ยกหน้า” เป็นครั้งแรก พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น MERCEDES-BENZ EQS (เมร์เซเดส-เบนซ์ อีคิวเอส) เหมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หลังการปรับปรุง ในเยอรมนีรถพลังไฟฟ้าอนุกรมนี้มีรถให้เลือกรวม 4 โมเดล คือ MERCEDES-BENZ EQS 450+ (ขับล้อหลัง มอเตอร์ไฟฟ้า 265 กิโลวัตต์/360 แรงม้า) MERCEDES-BENZ EQS 450 4MATIC (ขับทุกล้อ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 265 กิโลวัตต์/360 แรงม้า) MERCEDES-BENZ EQS 500 4MATIC (ขับทุกล้อ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 330 กิโลวัตต์/449 แรงม้า) และ MERCEDES-BENZ EQS 580 4MATIC (ขับทุกล้อ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 400 กิโลวัตต์/544 แรงม้า)
ส่วนรถรุ่นใหม่ที่กำลังอวดตัวอยู่นี้ ไม่ใช่รถรุ่นที่ 2 แต่เป็นรถรุ่นแรกที่ได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” อีกครั้งหนึ่ง เมื่อรถอนุกรมนี้มีอายุครบ 6 ปี ไม่ขาดไม่เกิน ส่วนสถานที่ผลิตไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ คือ ยังใช้โรงงานที่เมือง SINDELFINGEN (ซินเดลฟิงเกน) ในภาคใต้ของเยอรมนี เป็นฐานการผลิตเช่นเดิม โรงงานแห่งนี้เปิดใช้งานมานมนานตั้งแต่ปี 1915 และขณะนี้มีกำลังผลิตรถยนต์มากกว่า 2,000 คัน/วัน
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวถังทั้งภายนอก และภายใน มีอยู่หลายจุด เช่น แผงกระจังหน้าที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด ดวงโคมไฟหน้า และไฟท้ายที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ฯลฯ ส่วนภายในห้องโดยสารที่นั่งได้รวม 5 คน ก็มีการเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายชิ้น รวมทั้งมี YOKE-BASED STEERING WHEEL (โยค-เบสด์ สเตียริง วีล) หรือพวงมาลัยซึ่งมีรูปลักษณ์เหมือนแอกเทียมวัวเทียมควาย (ดังที่เห็นในภาพบนขวาหน้าขวามือ) เป็นออพชันพิเศษให้เลือกใช้ด้วย
ที่เปลี่ยนมาก คือ ระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่ใช้ในรถทุกโมเดล คือ การเปลี่ยนขนาดของมอเตอร์ไฟฟ้า การเพิ่มขนาดความจุของแบทเตอรี การใช้สถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้า 800 โวลท์ ฯลฯ ซึ่งส่งผลให้รถทุกโมเดลมีกำลังสูงขึ้น และวิ่งได้ไกลขึ้น
ในเยอรมนี รถรุ่นใหม่ซึ่งมีตัวถังยาว 5.225 ม. กว้าง 1.926 ม. สูง 1.510 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำสุด 0.20 นี้ มีให้เลือกรวม 4 โมเดล คือ รถขับล้อหลัง MERCEDES-BENZ EQS 400 รถขับล้อหลัง MERCEDES-BENZ EQS 450+ รถขับทุกล้อ MERCEDES-BENZ EQS 500 4MATIC และรถขับทุกล้อ MERCEDES-BENZ EQS 580 4MATIC
รถโมเดลเริ่มต้น MERCEDES-BENZ EQS 400 ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 270 กิโลวัตต์/367 แรงม้า และแบทเตอรี LITHIUM-ION ขนาดความจุใช้งาน 112 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. กรณีชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP จะวิ่งได้ไกล 817 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า 15.7-19.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 5.2-6.4 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
MERCEDES-BENZ EQS 450+ ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 300 กิโลวัตต์/408 แรงม้า และแบทเตอรี LITHIUM-ION ขนาดความจุใช้งาน 122 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. กรณีชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP จะวิ่งได้ไกล 926 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า 15.4-19.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 5.2-6.5 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
MERCEDES-BENZ EQS 500 4MATIC ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังรวม 350 กิโลวัตต์/476 แรงม้า และแบทเตอรี LITHIUM-ION ขนาดความจุใช้งาน 122 กิโลวัตต์ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. เมื่อชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP จะวิ่งได้ไกล 876 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า 16.2-19.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 5.1-6.2 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง
ส่วนรถทอพโมเดล หรือโมเดลหัวกะทิ MERCEDES-BENZ EQS 580 4MATIC ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังรวม 430 กิโลวัตต์/585 แรงม้า และแบทเตอรี LITHIUM-ION ขนาดความจุใช้งาน 122 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 4.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. เหมือนรถโมเดลอื่นๆ กรณีชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP จะวิ่งได้ไกล 876 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า 16.2-19.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. หรือ 5.1-6.2 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง เช่นกัน
ราคาค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ของเยอรมนี เริ่มต้นที่ 94,403 ยูโร (ประมาณ 3.59 ล้านบาทไทย) ในรถโมเดลเริ่มต้น MERCEDES-BENZ EQS 400 และเริ่มต้นที่ 134,732 ยูโร (ประมาณ 5.12 ล้านบาทไทย) ในรถโมเดลหัวกะทิ MERCEDES-BENZ EQS 580 4MATIC
MERCEDES-BENZ EQS

