รถใหม่อีกแบบหนึ่งของค่าย “สี่ห่วง” ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ คือ AUDI RS 5 (เอาดี อาร์เอส 5) เป็นโมเดลหัวกะทิของรถอนุกรม AUDI A5 (เอาดี เอ 5) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และเปิดรับการสั่งจองแล้วในเยอรมนี แต่การส่งมอบรถต้องรอจนถึงฤดูร้อนของปีเดียวกัน (ประมาณไตรมาส 2)
รถอนุกรม AUDI A5 ที่กล่าวข้างต้น เป็น COMPACT LUXURY CAR (คอมแพคท์ ลักชัวรี คาร์) หรือรถเก๋งระดับหรูขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งค่าย “สี่ห่วง” เริ่มบรรจุเข้าสู่สายการผลิตเมื่อปี 2007 รถที่จำหน่ายอยู่ในเมืองเบียร์ปัจจุบัน เป็นรถรุ่นที่ 3 เริ่มจำหน่ายแทนที่รถ AUDI A4 (เอาดี เอ 4) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 มีตัวถังให้เลือก 2 แบบ คือ ตัวถัง 4 ประตูซีดาน 5 ที่นั่ง ติดป้ายชื่อ AUDI A5 SEDAN (เอาดี เอ 5 ซีดาน) ซึ่งมีขนาดตัวถัง ยาว 4.829-4.835 ม. กว้าง 1.860 ม. และสูง 1.429-1.444 ม. กับตัวถัง 5 ประตูตรวจการณ์ 5 ที่นั่ง ติดป้ายชื่อ AUDI A5 AVANT (เอาดี เอ 5 อาวันท์) ซึ่งมีขนาดตัวถัง ยาว 4.829-4.835 ม. กว้าง 1.860 ม. และสูง 1.444-1.460 ม.
ทั้งตัวถังซีดาน และตัวถังตรวจการณ์ มีทั้งรถขับเคลื่อนล้อหน้า และรถขับเคลื่อนทุกล้อ QUATTRO (กวัตตโร) ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนมีให้เลือกถึง 3 แบบ คือ ขับด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน ขับด้วยพลังของระบบ PLUG-IN HYBRID (พลัก-อิน ไฮบริด) หรือไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า และขับด้วยพลังของเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งทำงานร่วมกันกับระบบ MILD HYBRID (ไมล์ด์ ไฮบริด) หรือไฮบริดแบบอ่อน ส่วนระบบเกียร์มีแบบเดียว คือ เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ S TRONIC (เอส ทรอนิค)
รถโมเดลใหม่ล่าสุด คือ AUDI RS 5 ที่กำลังอวดตัวอยู่นี้ นับเป็นรถสมรรถนะสูงแบบแรกของค่าย “สี่ห่วง” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของระบบขับ PLUG-IN HYBRID หรือไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ เป็นรถที่ MARKUS FINK (มาร์คัส ฟิงค์) ผู้จัดการการผลิต บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “เป็นรถสปอร์ท และเป็นรถสปอร์ทที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวัน”
มีทั้งตัวถังซีดานติดป้ายชื่อ AUDI RS 5 SEDAN (ภาพในหน้าซ้ายมือ) ซึ่งมีขนาดตัวถัง ยาว 4.896 ม. กว้าง 1.952 ม. สูง 1.428-1.454 ม. กับมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.34 และตัวถังตรวจการณ์ติดป้ายชื่อ AUDI RS 5 AVANT (ภาพในหน้าขวามือ) ซึ่งมีขนาดตัวถัง ยาว 4.896 ม. กว้าง 1.952 ม. สูง 1.446-1.472 ม. กับมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.36
ตัวถังทั้ง 2 แบบ ติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อ ซึ่งใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิง วี 6 สูบ 24 วาล์ว 2,894 ซีซี 375 กิโลวัตต์/510 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 130 กิโลวัตต์/177 แรงม้า ได้กำลังรวมสูงสุดที่สูงถึง 470 กิโลวัตต์/639 แรงม้า และส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้า-คู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC (ทิพทรอนิค) ส่วนอุปกรณ์ป้อนพลังไฟฟ้า คือ แบทเตอรี LITHIUM-ION (ลิเธียม-ไอออน) ซึ่งมีขนาดความจุรวม 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง และความจุใช้งาน 22.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง
ตามตัวเลขของค่าย “สี่ห่วง” ตัวถังซีดาน สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.6 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 3.8-4.3 ลิตร/100 กม. หรือ 23.3-26.3 กม./ลิตร (เมื่อวัดตามมาตรฐาน WEIGHTED COMBINED ของ WLTP) และวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ได้ไกล 78-84 กม. (เมื่อชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP) แต่ความเร็วสูงสุดจะลดลงเป็น 140 กม./ชม.
ส่วนตัวถังตรวจการณ์ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ก็ทำได้ใน 3.6 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 3.9-4.4 ลิตร/100 กม. หรือ 22.7-25.6 กม./ลิตร และวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ได้ไกล 75-83 กม. แต่ความเร็วสูงสุดจะลดลงเป็น 140 กม./ชม. เช่นกัน
ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ของเยอรมนี ตัวถังซีดานเริ่มต้นที่ 106,200 ยูโร หรือประมาณ 4.04 ล้านบาทไทย ส่วนตัวถังตรวจการณ์แพงกว่ากันนิดเดียว คือ เริ่มต้นที่ 107,850 ยูโร หรือประมาณ 4.10 ล้านบาทไทย (เมื่อคิดว่าต้องใช้เงินไทย 48 บาทถ้วน ในการแลกเงินฝรั่ง 1 ยูโร)
AUDI RS 5

